หมอเถื่อน ตอน 17 เจ้ากรรม…ท่านผู้ยิ่งใหญ่

 

ร่างพยักหน้า

 

“เช่นนั้น ท่านค่อย ๆ นอนลง  นอนราบไปกับพื้น”

 

 

แอนดี้ค่อย ๆ นอนราบบนพื้น

 

 

“หายใจช้า ๆ ลึก ๆ ยาว ๆ  หลับตา  กางแขนสองข้างออกไป

ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น”

 

 

เขาทำตามทุกอย่าง ลมหายใจของเขาร้อนที่ปลายจมูก  

 

 

ร่างทรงยังนั่งหลับตาอยู่กับที่

 

 

สักพักแอนดี้รู้สึกถึงความเย็นค่อย ๆ ทาบเข้ามาที่หน้าอก

 

คล้าย ๆ กับมีใครนำมือที่เย็นเฉียบมาวางไว้ที่หน้าอก 

 

 

ความเย็นนั้นค่อย ๆ วิ่งจากหน้าอก ขึ้นมาที่ลำคอ แล้ววิ่งขึ้นขมับ

 

“ขอให้ท่านกางขาทั้งสองข้างออกจากกัน”

 

 

แอนดี้ทำตาม ทันทีที่กางขาออกจากกัน เขารู้สึกผ่อนคลายไปทั่วตัว

 

“ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง ตอนนี้ ?”

 

 

“ดีขึ้นมากครับ ! อาการอึดอัดหายไป”

 

 

“เช่นนั้น ขอให้ท่านนึกถึงอดีต  ณ สถานที่แดนไกล

ท่านเคยละเมิดสัตว์ชนิดหนึ่ง

 

ขอให้ท่านนึกว่าเป็นสัตว์ชนิดใด ขอให้ท่านหลับตา มิต้องลืมตา”

 

 

แอนดี้จำคำถามนี้ได้ เขานึกถึงเหตุการณ์นั้นได้ก่อนหน้านี้หลายวันแล้ว

 

“หนูครับ !”

 

“ท่านทำสิ่งใดกับหนู ?”

 

 

“ผมวางยาพิษล่อไว้ แล้วมีหนูตัวหนึ่งมากิน

 

แล้วผมเจอมันนอนกำลังจะตาย”

 

 

“แล้วอย่างไรอีก ?”

 

 

“หนูตัวนี้พยามหายใจ แต่ดูเหมือนหายใจลำบาก 

 

ผมจึงเอามันไปทิ้งในถังขยะ”

 

 

“แล้วอย่างไรอีก ?”

 

 

“วันต่อมา ผมเปิดถังขยะดู หนูตัวนี้ยังไม่ตาย ยังพยามหายใจช้า ๆ 

 

ไม่น่าเชื่อว่าหนูตัวนั้นจะทนยาพิษได้นานขนาดนั้น”

 

 

เมื่อแอนดี้ระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นได้

 

ภาพนั้นกลับติดตาเหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้

 

 

“ตอนนี้ ท่านคงรู้แล้วว่า การหายใจขัดนั้น มีอาการเป็นอย่างไร ?”

 

 

 

เขาเพิ่งเข้าใจว่านี่คือผลที่ตอบสนองจากที่เขาได้ทำกับหนูตัวนั้น 

 

 

มันคือความจริงหรือ….

 

ที่เหตุการณ์นั้นเป็นต้นเหตุให้เขาต้องรับสภาพแบบนี้ ?

 

ร่างพูดต่อ

 

“ลำไส้กับไตของท่านมีปัญหา ใช่หรือไม่ ?”

 

 

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ ! รู้แต่ว่า ไม่อยากอาหาร

 

พอทานเข้าไปอาหารก็ไม่ย่อย เจ็บหน้าอกมาก แล้วก็หายใจไม่ออก”

 

 

“ท่านกำลังได้รับผลเหมือนกับที่หนูตัวนั้นได้รับจากการวางยาพิษ 

 

กระเพาะ ลำไส้ ไต และ กระเพาะปัสสาวะเมื่อถูกพิษ

 

เนื้อเยื่อจะเริ่มสลาย ต่อมาพิษจะเริ่มเข้าไปที่หัวใจ

 

หนูตัวนั้นจึงหายใจไม่ได้ ทุรนทุราย 

 

 

พิษที่ท่านวางนั้น แทรกเข้าไปในทุกอวัยวะของหนูตัวนั้น”

 

 

แอนดี้เห็นภาพตามที่ร่างทรงบอก ภาพหนูที่หายใจรวยรินในถังขยะ

 

มันไม่ต่างกับอาการที่เขาเป็นอยู่ ณ ขณะนี้

 

“ท่านมีสิ่งใด จะกล่าวกับหนูตัวนั้นหรือไม่ ?”

 

 

ความสำนึกผิด แล่นเข้ามาในจิตอย่างฉับพลันโดยไม่มีแรงต้าน

 

จิตใจของเขาอ่อน และไร้พลังเกินกว่าจะคิดถึงเหตุผล

และ ความเป็นไปได้ 

 

 

ไม่มีความคิดอื่นใดในจิตอีก นอกจากการสำนึกผิดที่ได้ทำลงไป

 

 

 

“ผมขอโทษ ! ผมผิดไปแล้ว !”

 

เสียงนี้ออกมาจากปากของแอนดี้ ในขณะที่เขาหลับตา

 

นอนแผ่ร่างที่แทบจะไร้กำลัง

 

 

 

“หนูตัวนั้นพยามหายใจเพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป 

 

เหมือนกับที่ท่านพยามมีชีวิตอยู่ต่อ 

 

ท่านคงเข้าใจดีแล้วว่า ความทุกข์ทรมานนั้นเป็นอย่างไร 

 

ท่านยินดีชดใช้สิ่งที่ท่านได้ทำไปหรือไม่ ?”

 

 

 

“ยินดีครับ !”

 

 

“เช่นนั้น จงตั้งใจฟัง ! 

 

ขอให้ท่านใส่บาตรพระด้วยข้าวสาร อาหาร ตามแต่ท่านเห็นสมควร

 

ใส่เป็นจำนวนกี่องค์ก็ได้

 

แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ ท่านต้องใส่บาตรไม่น้อยกว่าห้าวัน 

 

เมื่อใส่บาตรแล้ว ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้เฉพาะหนูตัวนั้น 

 

เมื่อครบหนึ่งสัปดาห์ ขอให้ท่านกลับมารับสูตรยารักษาที่นี่

 

ท่านทำได้หรือไม่ ?”

 

 

 

“ได้ครับ !”

 

 

 

“ขณะนี้ อาการของท่าน เบาขึ้นรึยัง ?”

 

 

 

“เบาขึ้นบ้างครับ เริ่มหายใจได้ดีขึ้น”

 

 

“เช่นนั้น ท่านลืมตา แล้วลุกขึ้นมานั่งได้”

 

 

แอนดี้ค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นมานั่ง  ความอ่อนเพลียยังคงอยู่เหมือนเดิม

แต่การหายใจเริ่มคล่องตัวขึ้นเล็กน้อย

 

 

“ท่านจำเป็นต้องอดทน ระหว่างกำลังเยียวยาแก้ไข

 

เราต้องการให้ท่านมีกำลังใจเป็นสำคัญ

 

สิ่งที่ท่านกำลังประสบนี้ มิใช่เล็กน้อย  แต่ขอให้มั่นใจว่า

ท่านจะผ่านพ้นมันไปได้ 

 

ขอให้ท่านนึกถึงบริวารของท่าน ที่กำลังรอท่านอยู่ 

 

ในอนาคต หากท่านลุล่วงเคราะห์ครั้งนี้ไป ท่านจะเป็นคนใหม่

กลับไปเป็นที่พึ่งของบริวารที่แข็งแกร่งกว่าเดิม 

และ มีบริวารเพิ่มอีกนับไม่ถ้วน 

 

แต่ขอให้ท่านตั้งจิต มีสมาธิ มีกำลังใจในการเยียวยาตัวเอง 

ท่านเข้าใจหรือไม่ ?”

 

 

 

แอนดี้พยักหน้า

 

“เข้าใจครับ !”

 

 

“เพลาเช่นนี้ เหมาะสมแล้วสำหรับท่าน ที่จะศึกษาเรื่องที่ท่านสงสัย”

 

 

“เรื่องอะไรครับ ?”

 

 

“เรื่องเจ้ากรรมนายเวร….

 

…  เนื่องด้วยจิตใจท่านอ่อนลงแล้ว

 

เริ่มต้นด้วยการสำนึกผิด จิตของท่านกลับมาจดจ่อกับ

ความเจ็บป่วยของร่างกาย แทนที่จะไปสนใจเรื่องราวของเพื่อนที่จากไป  

 

เราเรียกภาวะของท่านนี้ว่า มีสมาธิ

 

หากแต่เดิมนั้น ท่านเป็นคนที่เชื่อถือตัวเองเป็นหลัก 

 

เมื่อมีร่างกายสมบูรณ์ ยากนักที่ท่านจะคิดเสาะหาความรู้เกี่ยว

กับเรื่องเหล่านี้ 

 

เพราะความสำเร็จที่มีอยู่ต่อหน้าสะสมเป็นเหมือนต้อบังตา 

 

มิอาจมีใครสอนสั่งท่านได้ 

 

เพลานี้ เมื่อท่านกำลังจะหมดสิ้นทุกอย่าง เพื่อนที่รักที่สุดจากท่านไป 

 

บัดนี้ ร่างกายอันเป็นที่รักของท่าน ก็หาพึ่งพาได้ไม่  

 

หากท่านใช้เวลาที่ไร้ที่พึ่งอื่นใดนี้ มองหาความจริงของชีวิต

 

ศึกษาเพื่อเป็นบทเรียน อย่าปล่อยให้เวลานี้สูญเปล่า 

 

ท่านจะพบสัจธรรมบางอย่าง ที่ทำให้ท่านพบความสุขได้”

 

***********************************************************

Leave a Reply