หมอเถื่อน ตอน 16 ฤทธิ์หงส์

 

บนถนนมอเตอร์เวย์ชลบุรี มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ ฯ

 

รถฮอนด้าซีวิคสีบรอนซ์เงินพยายามขับไล่แซงนิสสันทีด้าสีดำ

ด้วยความเร็ว 150  กม. ต่อ ชั่วโมง 

 

เพียงไม่กี่วินาที ท้ายรถซีวิคก็ห่างจากหน้ารถทีด้าได้ประมาณสองสามเมตร

 

ซีวิคตบซ้ายกลับตั้งใจปาดหน้าแล้วชะลอความเร็วทันที 

ทำให้ทีด้าต้องแตะเบรคกะทันหัน

 

โชเฟอร์ซีวิคเห็นคันหลังชะงักสมดังหมาย

รีบเร่งความเร็วทะยานต่อไป

 

 

ซีฟ่งนั่งที่เบาะซ้ายด้านหน้า หันหลังมามองทีด้าข้างหลัง

 

เธอพูดภาษาจีนกลางกับโชเฟอร์หนุ่มหน้าเหี้ยม

 

ท่าทางมันไม่ยอมหรอก พี่เจิ้น !

 

 

โชเฟอร์ขยับแว่นตากันแดด เหลือบมองกระจกหลังแล้วแสยะยิ้ม

 

 

 

เหรอ…?  อย่างกับฉันกลัวนักนี่ !

เดี๋ยวล่อเบียดให้ตกข้างถนนซะหมดเรื่อง คอยดู !

 

 

 

ซีวิคยังเร่งความเร็ว ผ่านบริเวณทางแยกสนามบินสุวรรณภูมิ

 

 

ทีด้าสีดำยังตามติด  

 

 

เลยทางร่วม รถที่มาจากบางนา และ วงแหวนเข้ามาร่วมทาง

 

ทำให้จราจรหนาแน่นขึ้น 

 

 

อาเจิ้นต้องเบี่ยงแซงคันแล้วคันเล่า  แต่ทีด้าก็ยังตามมาติด

ห่างกันเพียงไม่ถึง 10 เมตร

 

 

ไม่กี่นาที ซีวิควิ่งมาถึงสี่แยกพระรามเก้าตัดกับรามคำแหง 

 

 

อาเจิ้นเห็นท้ายแถวรถจอดเพื่อรอไฟแดง

 

เขาพยายามบังคับรถหาท้ายแถวที่สั้นที่สุดซึ่งอยู่เลนกลางของถนน

แล้วหยุดรถจ่อท้ายคันหน้า 

 

ทีด้าจอดต่อหลังซีวิค

 

เสียงเร่งเครื่องทีด้าดังลั่น

 

โชเฟอร์ซีวิคมองกระจกหลัง

 

เห็นชายคนขับทีด้าโบกไม้โบกมือชวนลงจากรถมาฉะกัน

 

ซีฟ่งหันหลังกลับไปมองแล้วหัวเราะเบา ๆ 

 

ท่าทางคนขับคันหลังคงหัวเสียอยากมีเรื่องเต็มที่

 

พี่เจิ้น ! เดี๋ยวให้มันแซงไป

 

หนุ่มหน้าเหี้ยมหันมามองหน้าซีฟ่ง แล้วสั่นหัว

 

ไม่มีทาง ! ฉันไม่ยอม !

 

 

ฉันไม่ได้ให้พี่ยอม ! แต่พี่คิดว่าอยู่ข้างหน้าแล้วทำอะไรมันได้ ?”

 

 

มันอยากแซง เราอยู่หน้า เราก็ไม่ให้มันแซงได้

 

 

อาฟ่งพยักหน้ารับฟัง

 

“อือ…! ถ้ามันแซงแล้วเราจะเสียอะไร ?”

 

 

“ก็ถ้ามันแซงเราได้ มันก็ขวางไม่ให้เราไปไหนได้”

 

 

“มันจะขวางยังไง ?”

 

 

“ก็ถ้ามันเห็นเราจะออกเลนไหน มันก็ไปขวางเลนนั้นไง”

 

 

“รถติดกันในเมืองอย่างนี้น่ะเหรอ ?

 

อย่างตอนนี้ถ้ามันอยู่หน้าเราเลย แล้วเราจะตบออกซ้ายหรือขวาทันที

มันจะตามไปขวางทันได้เลยเหรอ ?”

 

 

 

 

อาเจิ้น คิดตาม

 

“อือ…! ก็ยากเหมือนกัน เพราะถ้าเราจ่อติดมาก แล้วตบออกเลย

มันก็จะขวางเราไม่ทัน”

 

 

 

“อือ…! ก็นั่นไง !

 

 

ถ้าขับในเมืองอย่างนี้ เป็นคันหลังมันแซงคันหน้าได้ตลอดเวลา

 

 

แต่คันหน้าจะกันคันหลังไม่ได้ เพราะความเร็วของรถเราจะช้ากว่าคันหลัง

 

 

มันต่างกับวิ่งบนถนนโล่ง ๆ ที่คันหน้าจะเร่งเท่าไหร่ก็ได้

 

เพราะไม่มีรถอื่นขวาง”

 

 

 

 

อาเจิ้นพยักหน้า

 

“อือ… ก็ใช่ !”

 

 

ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว

 

 

“พี่เจิ้น ! พี่ให้มันแซงไป”

 

 

รถคันหน้าเริ่มออกตัว ซีวิคออกตัวตาม 

 

ทีด้าไม่จ่อติด พอมีระยะห่าง แล้วทะยานออกเลนขวา เร่งแซง

พอรถเริ่มพ้น ก็พยายามปาดเข้าซ้าย แถเข้าขวางหน้าซีวิค

 

 

อาฟ่งย้ำอีกครั้ง

 

“ให้มันแซง ! ชะลอไว้ ให้มันเข้ามาอยู่หน้าเราเลย”

 

 

อาเจิ้นหยุดรถ ทีด้าค่อย ๆ ปาดเข้ามาจนเต็มเลน

 

 

ขณะนี้ ซีวิคจ่อท้ายทีด้าสีดำ 

 

รถยังแล่นไปช้า ๆ จนมาหยุดติดไฟแดงที่แยกพระรามเก้า

ตัดถนนเอกมัยรามอินทรา

 

 

 

ซีฟ่งชี้ไปข้างหน้า

 

“ตอนนี้มันคงกำลังสะใจ ที่แซงเราได้สำเร็จ”

 

อาเจิ้นพยักหน้า ท่าทางหงุดหงิด

 

“อือ…! ถ้ายิงมันได้ ฉันจะยิงกบาลมัน !”

 

 

“ใช่ ! ตอนนี้ถ้าเรามีปืน เราก็ยิงมันได้ เพราะเราอยู่ข้างหลัง  ใช่มั้ยล่ะ ?”

 

 

“ใช่ !”

 

เขาตอบทันที  แล้วค่อยนึก 

 

อือ ! อยู่ข้างหลังก็ดีเหมือนกัน”

 

 

 

“ถ้าเราอยู่ข้างหน้า อย่างมากที่สุดก็คือได้แค่กัน 

 

ถ้ามีปืนทั้งคู่ คันหน้าจะไม่มีทางยิงคันหลังได้ 

 

แต่ตอนนี้ถ้าเรามีปืน พี่ว่าเราเล็งหัวมันได้เลยมั้ย ?”

 

 

 

อาเจิ้นพยักหน้า

 

“แค่นี้ ไม่มีพลาด !”

 

 

“แต่วันนี้เราไม่มีปืน แต่เรามีอย่างอื่น”

 

 

 

หนุ่มหน้าเหี้ยมสงสัย หันมามองหน้า

 

“เรามีอะไร ?”

 

 

“เรามีเวลาไง !”

 

 

อาเจิ้นยังขมวดคิ้ว  อาฟ่งอธิบาย

 

“วันนี้เราไม่ได้รีบไปไหน เรามีเวลา  แต่คันหน้า พี่ว่ามันกำลังจะไปไหน ?”

 

 

“ไม่รู้เหมือนกัน คงไปธุระ หรือ กลับที่ทำงาน หรือ กลับบ้าน”

 

 

“อือ…! แสดงว่ามันคงมีที่จะไปซักที่หนึ่ง  แล้วมันอยู่หน้าเรา”

 

 

อาเจิ้นพยักหน้า เริ่มคิดตามว่าอาฟ่งหมายถึงอะไร แล้วเขาก็ยิ้มออกมา