หมอเถื่อน ตอน 10 เครียดอะ

แปดโมงช้า….  รุ่งโรจน์มาถึงที่ทำงานในสภาพสติสมบูรณ์…..

 

….แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง  

วันนี้เขามีสมาธิมากกว่า  รู้ว่ากำลังจะทำอะไรอยู่ ณ ปัจจุบัน

 

รุ่งใช้คอมพิวเตอร์เช็คเงินในบัญชีธนาคารผ่านอินเตอร์เน็ต 

 

ตัวเลขในบัญชีที่ปรากฏต่อหน้า ทำให้เขาหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ

เขาสูดลมหายใจลึก ๆ สองสามครั้ง  แล้วปิดหน้าต่างบัญชีธนาคาร 

หันมาใส่ใจกับที่ทำงาน

 

ต้อย กับ วิน เด็กฝึกงานสาวในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัย

เดินถือเอกสารกองโตผ่านโต๊ะของรุ่ง

 

ต้อย…นักศิกษาที่ผิวคล้ำกว่า หยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานรุ่ง

แล้วทำปากพูดแบบไม่ออกเสียง

 

“วันนี้ ทำงานวันสุดท้ายแล้ว”

 

รุ่งอ่านปากของเธอได้  พยักหน้า  แล้วพูดแบบไม่ออกเสียง

 

“รู้แล้ว ! แล้วทำไม ?”

 

ต้อยทำจมูกหึ่ง หันหน้าไปหาเพื่อน

 

วินหัวเราะคิก ๆ

 

“ต้อย ! เดี๋ยวไปที่คอม แล้วแชทมาคุยดีกว่า”

 

สองสาวทำหน้าเชิด เดินอมยิ้มไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

 

เสียงของซิลเวียดังลอดมาจากกำแพงพาร์ทิชั่นของพี่อดิศร 

เธอกำลังโต้เถียงอะไรบางอย่าง กับ เจ้านาย

 

รุ่งไม่เคยได้ยินซิลเวียใช้น้ำเสียงแบบนี้

กับเจ้านายมาก่อน 

 

ซิลเวียเป็นน้องรักของพี่อดิศรมาตลอด

เขากับพี่ปีเตอร์ต่างหาก ที่เจ้านายแสดงทีท่าว่าไม่ชอบมาตั้งแต่ต้น

 

เสียงโต้เถียงกันยังดังลอดออกมาเป็นระยะ ๆ  จนคนอื่น ๆ ในแผนกเริ่มให้ความสนใจ

 

ปีเตอร์นั่งโต๊ะติดกับรุ่ง ชะเง้อหน้ามาพูดเบา ๆ

 

“เมื่อวานซิลเวียกินอะไร ? อาหารไม่ย่อยหรือเปล่า ?”

 

รุ่งหัวเราะหึ ๆ

 

“เป็นไปได้ พี่ !  สงสัยองค์จะลง เห็นเป็นลูกรักมาตลอด

ไหงมากัดพ่อซะได้ ? ”

 

ปีเตอร์มองไปยังคอกผู้จัดการ แล้วหัวเราะเบา ๆ

 

“รุ่ง ! พี่อดิศรเรียกเข้าไปแจกโบนัสครึ่งปีหรือยัง ?”

 

“ครับ ! เมื่อวานตอนเลิกงานครับ เรียบร้อยแล้ว”

 

“เหรอ ? โอเคมั้ย ?”

 

“อื้อ…! โอเคครับ !” รุ่งพยักหน้าช้า ๆ

 

ปีเตอร์หันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวเอง  แล้วพูดขึ้นลอย ๆ

 

“โอเคของเราน่ะ มีหลายความหมาย พี่รู้นะ  เฮ่อ ๆๆ !  

จะให้ช่วยก็อะไรก็บอกมาแล้วกัน”

 

รุ่งมองหน้าเขาแล้วยิ้มมุมปาก 

 

นี่แหละ  เหตุผลหนึ่งว่าทำไมพี่ปีเตอร์ถึงซื้อใจเขาได้ตั้งแต่แรก 

 

เป็นทั้งพี่เลี้ยงที่สอนงาน  แล้วยังถามถึงทุกข์สุขอยู่เป็นระยะ ๆ เสมอ

 

เวลาสามปีที่กับที่ทำงานนี้  ทำให้รุ่งเรียนรู้สังคมคนทำงานมากขึ้น

 

เวลาที่ผ่านไป ไม่ได้มีความก้าวหน้าใด ๆ สำหรับเขา ทั้งเรื่องตำแหน่ง

และ เงินเดือน 

 

มีแต่ความรับผิดชอบที่มากขึ้น และ ความกดดัน

ที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ 

 

เพียงแต่เขายังรู้สึกสนุกกับการได้ทำงาน

ที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

ทั้ง ๆ ที่เจ้านายไม่เคยรับความคิดเห็นของเขา

 

แต่คนอื่น ๆ กลับคล้อยตามความคิดเห็นหลาย ๆ อย่างของเขา

และ สุดท้าย ก็นำไปปฏิบัติจนได้ผล

 

รุ่งนึกถึงบุญคุณของพี่ปีเตอร์เสมอ 

 

พี่ปีเตอร์เป็นคนสัมภาษณ์งาน  

 

จากการได้แลกเปลี่ยนทัศนคติหลาย ๆ อย่างในห้องสัมภาษณ์ 

พี่ปีเตอร์ตัดสินใจเลือกเขาทันทีจากการสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียว   

 

แรก ๆ รุ่งไม่เข้าใจว่า พี่อดิศรมีหลักเกณฑ์ยังไงที่จะเลือก

สัมภาษณ์พนักงานใหม่คนไหนด้วยตนเอง หรือ คนไหน

จะให้พี่ปีเตอร์เป็นคนสัมภาษณ์ 

 

เพราะซิลเวีย ซึ่งสมัครมาในตำแหน่งเดียวกับเขานั้น 

พี่อดิศรกลับสัมภาษณ์เอง

 

ต่อมา บรรดาพนักงานช่างนินทาทั้งหลาย ก็เล่าให้เขาฟัง

ถึงความเจ้าชู้ของผู้จัดการ  เขาจึงเข้าใจเหตุผล 

 

ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นที่มาของความไม่ลงรอยกัน ระหว่างพี่อดิศร และ พี่ปีเตอร์

 

พี่ปีเตอร์มีบุคคลิกที่ดี หน้าตาสะอาดสะอ้าน เรียนจบปริญญาโทจากอเมริกา

ทำงานเก่ง ทั้งการออกความคิดเห็น และ การปฏิบัติจริง 

 

ที่สำคัญคือ เป็นขวัญใจของสาว ๆ ในออฟฟิศ 

 

จุดนี้ทำให้พี่อดิศรรู้สึกถึงบรรยากาศของการแข่งขันได้กราย ๆ

 

**************************************************

ซิลเวียเดินออกมาจากคอกพาร์ทิชั่นของเจ้านาย

 

เธออยู่ในชุดทำงานที่ดูสมกับผู้หญิงมืออาชีพ

 

เสื้อเชิร์ทสีเหลืองอ่อน กางเกงขายาวเข้ารูปสีดำ   

เดินตรงมายังโต๊ะทำงานของเธอ 

 

กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ โชยตามมา

 

หน้าตาเธอเฉยเมย ไม่มีรอยยิ้ม 

ทรุดตัวลงนั่ง แล้วเปิดคอมพิวเตอร์

 

รุ่งหันมาสนใจงานของตัวเองที่ยังคั่งค้าง 

จิตใจหนึ่งก็แว่บไปนึกถึงตัวเลขในบัญชีธนาคาร

 

อีกจิตหนึ่ง ก็พยายามดึงกลับมาสู่งานที่อยู่ข้างหน้า

 

หน้าจอคอมพิวเตอร์ แสดงข้อความทักทายมาจากเด็กฝึกงาน

 

“พี่รุ่ง ! คืนนี้ไปเลี้ยงส่งพวกเรานะ คนดี๊คนดี”

 

รุ่งอมยิ้ม แล้วพิมพ์โต้ตอบกลับไป

 

************************************************************