หมอเถื่อน ตอน 8 ต้าเกอเจียโหยว !

รถจอดที่หน้าบ้านเดี่ยวเล็ก ๆ  ชานเมืองกรุงเทพ ฯ 

 

หนุ่มจีนตัวเตี้ย พาพี่ชายที่รักยิ่งกว่าคนในสายเลือด เดินเข้ามาในบ้าน 

 

ทั้งนอกบ้านและในบ้าน ไม่มีจุดไหนบ่งบอกว่าที่นี่คือตำหนักใด ๆ

เป็นแค่บ้านพักอาศัยทั่วไป

 

ข้างหลังบ้าน มีชายวัยกลางคนกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่

 

อาหลงเดินตรงไปยังประตูห้องชั้นล่าง พยักหน้าให้แอนดี้เดินตามเข้ามา

 

ประตูถูกเปิดออก  …..

 

…..ในห้อง..หญิงวัยประมาณเดียวกับแอนดี้ ผมยาว ผิวคล้ำ ใส่เสื้อยืดสีขาว

กางเกงผ้าฝ้ายขายาวสีขาว ยืนขึ้นต้อนรับ

 

อาหลงยกมือไหว้ พูดภาษาไทยสำเนียงจีน

 

“หวักลี คับ ! พี่นง นี่ พี่ชายผง แองลี่”

 

แอนดี้ยกมือขึ้นไหว้ “หวัดดีครับ !”

 

สาวร่างทรงรับไหว้ ยิ้มให้ ผายมือเชิญให้นั่งลงบนพื้น

 

แอนดี้ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้อง หน้าโต๊ะเขียนหนังสือเล็ก ๆ  สูงแค่ครึ่งแข้ง

บนโต๊ะมีเชิงเทียนหนึ่งคู่ตั้งอยู่

 

เขาหันมองรอบตัว  เป็นห้องไม่กว้างไม่แคบนัก

ในห้องมีตู้โชว์หนึ่งใบ 

 

บนสุดของชั้นมีพระพุทธรูป

 

ชั้นล่าง ๆ ลงมา มีรูปหล่อของพรหมเทวดาสองสามองค์ที่เขาไม่รู้จัก 

 

ภาพที่เขาเห็นช่างแตกต่างจากภาพตำหนักทรงเจ้าที่เขาเคยได้เห็นจากหนังภาพยนต์ 

 

ที่นี่ดูเหมือนบ้านคนธรรมดา  แม้กระทั่งในห้องนี้ ก็มีแค่เพียงพระพุทธรูป

กับรูปหล่อเทวดาแค่นี้  ไม่ได้ดูน่ากลัว หรือ น่าเกรงขามเหมือนที่คิดไว้

 

นงจัดแจงหยิบธูปเทียนมาวางไว้บนโต๊ะ

 

“คุณแอนดี้อยากถามเรื่องอะไรคะ ?”

 

เจ้าตัวทำหน้าเลิ่กลั่ก หันมาทางคนพามา

 

“อ้อ…พี่แองลี่ป่วย ไอเป็งเลือก  อ้าละก้อ อยากถามทั่งปู่ว่า จะต่อชะตาล่ายหรือม่าย”

 

อาหลงพูดภาษาไทยอย่างคล่องแคล่ว แต่สำเนียงจีน

 

ร่างขมวดคิ้ว

“ทำไมต่อชะตาคะ ?  ใครบอกว่าชะตาขาดหรือคะ ?”

 

แอนดี้ชิงพูดขึ้น

 

“เปล่าหรอกครับ ! ตอนเด็ก ๆ เคยมีคนดูดวงให้ว่า จะมีอายุไม่ถึงสี่สิบ

อาหลงเค้าก็กลัวว่าผมจะอายุสั้นจริง ๆ  แต่ผมสบายดี ไม่ได้กลัวเรื่องนั้น”

 

นงพยักหน้ารับรู้

 

“อ้อ ค่ะ !… สงสัยอะไร ก็ถามท่านเอาแล้วกัน

 

เดี๋ยวคุณแอนดี้เขียนชื่อนามสกุลลงในกระดาษใบนี้

แล้ววางไว้บนพานนี้”

 

แอนดี้หยิบปากกาเขียนชื่อเขาลงไป

 

“แล้วคุณแอนดี้ จุดธูปเก้าดอกอธิษฐานนะคะ”

 

นงยื่นธูปให้แอนดี้  เธอหยิบเศษกระดาษขึ้นมาดูชื่อนามสกุล

 

“เอก จงมีทรัพย์”  แล้วเธอก็หลับตาภาวนา

 

แอนดี้พนมมือหลับตา แต่ไม่ได้อธิษฐานอะไร

 

 

สักพัก เขาลืมตาส่งธูปให้อาหลง

 

น้องชายต่างสายเลือดคลานเอาธูปไปปักที่ด้านนอก

ประตูหลังของห้อง  แล้วคลานกลับมา หยิบกระดาษและปากกาไว้ในมือ 

 

แอนดี้เห็นก็เข้าใจทันทีว่า อาหลงจะคอยจดรายละเอียดให้

 

ทั้งห้องเงียบกริบชั่วระยะเวลานาทีกว่า 

 

หน้าตาของร่างทรงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้ม แต่ยังคงหลับตา

 

“ท่านเคยเปลี่ยนนามหรือไม่ ?”

 

เสียงของร่างเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้ม สำเนียงแปลกออกไป เหมือนกับเสียงของชายชรา

 

แอนดี้นึกถึงชื่อ ‘เอก’ ซึ่งใช้มาตั้งแต่มาอยู่เมืองไทย ไม่เคยเปลี่ยน

 

“ไม่เคยครับ !  ใช้ชื่อนี้มาตลอด”

 

ร่างพยักหน้า

 

“เราหานามท่านไม่เจอ ท่านใช้นามนี้ตั้งแต่กำเนิดรึ ?”

 

สำเนียงคล้ายคนโบราณ พูดช้า ๆ

 

“ไม่ใช่ครับ !”

 

“เช่นนั้น จงเขียนนามของท่านที่มีคนตั้งให้ เมื่อท่านกำเนิด”

 

แอนดี้พยักหน้า หยิบปากกากับเศษกระดาษมา

 

“ชื่อผมเป็นภาษาจีน แต่ผมจะเขียนเป็นภาษาไทยนะครับ”

 

“ท่านมิใช่คนไทยดอกรึ ?”

 

“ไม่ใช่ครับ ! ผมเกิดที่ปักกิ่ง”

 

“นั่นอยู่ที่ใด ?”

 

“ปักกิ่งอยู่ในประเทศจีนครับ”

 

“จีนแผ่นดินใหญ่รึ ?”

 

“ใช่ครับ !”

 

“เช่นนั้น จงอ่านนามท่านให้เราฟัง”

 

“จางอี !”

 

“ท่านเกิดปีใด ?”

 

“สองพันห้าร้อยสิบเจ็ดครับ”

 

ร่างพยักหน้าช้า ๆ  เริ่มนับข้อนิ้วไปเรื่อย ๆ

 

“ปีเสือ ใช่หรือไม่ ?”

 

“ใช่ครับ !”

 

ร่างยังนับข้อนิ้วต่อไป  สักพัก ก็พยักหน้าช้า ๆ

 

“ท่านมีคำถามใด เชิญถามมา”

 

แอนดี้ยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร 

 

อาหลงเอื้อมมือมาสะกิด พูดภาษาจีนกลาง

 

พี่ใหญ่ ถามไปสิ !

 

แอนดี้หันไปตอบด้วยภาษาจีนกลาง

 

ฉันไม่สงสัยอะไรนี่ จะให้ฉันถามอะไร ?

 

อาหลงพูดขึ้นเองเป็นภาษาไทย

 

“ทั่งปู่ ขอถามว่า อากางที่พี่แองลี่ไอเป็งเลือก มาจากสาเหกไลคับ ?”

 

ร่างทรงหยุดยิ้มทันที หันหน้าที่ยังหลับตาสนิทมาทางแอนดี้

 

แล้วถามช้า ๆ

 

“ท่านถามเองได้หรือไม่ ? ที่นี่ เราจะฟังคำถามที่ตั้งใจถามโดยเจ้าตัว

 

หากเจ้าตัวแม้นั่งอยู่ที่นี่ แต่มิได้มีจิตอยากถามเรื่องของตนเอง

เราจะไม่ก้าวก่ายเด็ดขาด

 

กระทั่งชะตาเขาจะขาดในวันนี้ หากเขามิมีจิตจะคิดถามเรื่องของเขา เราก็มิยุ่ง 

 

ท่านเข้าใจหรือไม่ ?”

 

“เข้าใจครับ !” แอนดี้ตอบ

 

“เช่นนั้น ท่านมีเรื่องจะถามหรือไม่ ?”

 

“ครับ !  ผมจะถามว่า อาการที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้

มาจากสาเหตุใดครับ ?”

 

“ขอให้ท่านเล่าอาการ”

 

“วันนี้ ไอเป็นเลือด แต่ก่อนหน้านี้ มีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น ทานอาหารได้น้อยลง

น้ำหนักลดลง แล้วก็อ่อนเพลียครับ”

 

ร่างเงียบไปสักพัก แล้วเริ่มต่อ

 

“ท่านเข้าใจเรื่องเจ้ากรรมนายเวรหรือไม่ ?”

 

แอนดี้ขมวดคิ้ว “ไม่เข้าใจครับ !”

 

“การเยียวยาช่วยเหลือของที่นี่ จะต้องทำตามขั้นตอน

 

หากท่านเข้าใจ ต้องอดทน  ที่นี่ เราจะต้องตรวจเจ้ากรรมนายเวร ขอผ่านทีละขั้น

 

หากเจ้ากรรมนายเวรไม่ให้ผ่าน เราจะตรวจท่านมิได้”

 

“เจ้ากรรมนายเวรคืออะไรครับ ?”

 

“เจ้ากรรมนายเวร คือ สิ่งที่ท่านเคยละเมิด เคยทำผิดศีล เมื่อกระทบถึงผู้ใด หรือ

สัตว์ใด หรือ วิญญานตนใด หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด 

 

สิ่งที่ถูกท่านละเมิด ก็จะกลายเป็นเจ้ากรรมตามทวงให้ท่านใช้คืน  ท่านเข้าใจหรือไม่ ?”

 

แอนดี้ขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้  แต่เขาไม่ได้อยากเข้าใจ ณ เวลานี้

 

“ครับ ! ผมควรทำยังไงต่อครับ ? ”

 

“เมื่อสมัยหนึ่ง ในที่ที่ห่างไกลจากที่นี่  ท่านเคยละเมิดสัตว์ชนิดหนึ่ง

ขอให้ท่านนึกถึงเหตุการณ์นั้น  แล้วบอกมาว่า ท่านทำอะไร”

 

แอนดี้เข้าใจความหมายของคำถาม  เขาค่อย ๆ นึกย้อนหลังไปเรื่อย ๆ

 

“ตบยุง”

 

“มิใช่ !”

 

“ฆ่าแมลงสาป”

 

“ตอนนั้นท่านอยู่ที่ใด ? ในประเทศนี้ใช่หรือไม่ ?”

 

“ใช่ครับ ! ทำที่ห้องพักของผมเอง”

 

“มิใช่เหตุการณ์นั้น  เหตุการณ์ที่ถาม เป็นเหตุการณ์ที่ท่านยังอยู่แดนไกล”

 

เขานั่งนึกเหตุการณ์ย้อนหลัง แต่ก็จำไม่ได้ว่าได้เคยทำร้าย หรือ ฆ่าสัตว์ชนิดใดบ้าง

 

ยิ่งนึก อาการใหม่ที่ไม่เคยเป็นก็แทรกขึ้นมา เขารู้สึกปวดหัวจี๊ด จนต้องเลิกนึก

 

“นึกไม่ออกแล้วครับ !”

 

ร่างพยักหน้ารับรู้

 

“เช่นนั้น ขอให้ท่านทำตามนี้ได้หรือไม่ ?  

 

ให้ท่านถวายสังฆทานด้วยสิ่งของใดก็ได้ แต่ต้องมีร่มหนึ่งคัน และ ไฟฉายหนึ่งอัน

ที่วัดใดก็ได้…”

 

อาหลงหยิบปากกาขึ้นมาจดเป็นภาษาจีน

 

“… เมื่อพระสวดอุทิศส่วนกุศล ให้ท่านอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร

ที่ขัดขวางท่าน ณ ตอนนี้ 

 

ขอให้เขาเปิดทางให้เราเยียวยารักษาท่าน  ท่านทำได้หรือไม่ ? ”

 

แอนดี้ไม่เคยเข้าวัดทำสังฆทานมาก่อน เขาหันหน้ามาทางอาหลง

 

อาหลงรีบพยักหน้า

 

แอนดี้ตอบ “ทำได้ครับ !”

 

“หากทำได้ หลังจากที่ท่านได้ทำสังฆทานแล้ว มาหาเราใหม่อีกครั้ง 

หลังจากเราร่ำลาแล้ว ร่างจะทำการเปิดจุดให้ท่านชั่วคราว”

 

แอนดี้ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘เปิดจุดให้ชั่วคราว’ แต่เขาก็ยินดีทำตามทุกอย่าง

 

“ได้ครับ !”

 

“ถ้าเช่นนั้น ขออำลา !”  

 

ร่างทรงยกมือขึ้นพนม

 

ทั้งแอนดี้ และ อาหลง ยกมือไหว้

 

นงลืมตาขึ้น เรียกลมหายใจคืนมาสองสามครั้ง แล้วพูดกับแอนดี้ด้วยสำเนียงปกติ

เสียงทุ้มราวกับคนแก่นั้นได้หายไปแล้ว

 

“คุณแอนดี้ ขยับมานั่งตรงนี้ ! นั่งหันหลังให้นงนะคะ นั่งแล้วยืดขาไปทางโน้น”

 

แอนดี้ค่อย ๆ ขยับตัวไปนั่งตามนั้น 

 

ร่างดึงธูปออกมาจากห่อสามสี่ก้าน คุกเข่าด้านหลัง

 

“คุณแอนดี้ นั่งหายใจสบาย ๆ  นงจะเปิดจุดให้เลือดลมเดินสะดวกขึ้น 

คุณจะรู้สึกสบายขึ้นบ้างประมาณสามสี่วัน  เจ็บหน่อยนะคะ ทนหน่อย”

 

นงหยิบก้านธูปกดไปที่กระดูกหลังข้อที่สอง 

 

แอนดี้รู้สึกทันทีว่าพลังที่กดไปที่หลังของเขา มันมากกว่าแรงของหญิงธรรมดาคนหนึ่ง

 

ความรู้สึกเจ็บวิ่งขึ้นถึงสมอง 

 

นงเลื่อนก้านธูปลงมากระดูกหลังข้อถัดไป แล้วกดด้วยความแรงเท่าเดิม

 

อาหลงนั่งมองทำหน้าเหยเกตามไปด้วย เพราะเห็นน้ำหนักมือของร่างทรงที่โน้ม

กดลงไปที่ก้านธูป

 

เสียงโทรศัพท์มือถือของแอนดี้ที่วางบนพื้นดังขึ้น 

 

อาหลงรีบรับสายแทน แล้วปลีกตัวเดินออกนอกห้อง  เมื่อพ้นห้อง ..

 

เหวย อาฟ่ง ! ซื่อหว่อเตอ (นี่ฉันเอง) อาหลงทักขึ้น

 

เสียงอาฟ่งพูดภาษาจีนกลาง

 

เอ๊ะ !พี่หลง พี่อยู่กับพี่ใหญ่เหรอ ?

 

ใช่ ใช่ ! พาพี่ใหญ่มาหาท่านปู่”

 

“พาไปทำไมน่ะ ? พี่ใหญ่เป็นอะไรเหรอ ?”

 

อาหลงไม่อยากเล่าตอนนี้ เพราะจะทำให้อาฟ่งตกใจเกินกว่าเหตุ

 

ไม่มีอะไรหรอก  ! เดี๋ยวเจอกันค่อยเล่าให้ฟัง”

 

“ได้ ได้ ! แต่บอกพี่ใหญ่ด้วยว่า ฉันขอเลื่อนเป็นหกโมงเย็น

แมคโดนัลด์ตึกฟอร์จูน รัชดานะ”

 

“ได้ ! จะบอกให้  อาฟ่ง ! แล้วเธอมาคนเดียวหรือพาเจ้าคนไทยคนนั้นมาด้วยอีก ?”

 

อาฟ่งหงุดหงิดทันที

 

ฉันไปคนเดียว แต่ถามหน่อย พี่ใหญ่ขายปืนไปหรือยัง ?

พี่หลงบอกฉันตรง ๆ อย่าโกหก

 

อาฟ่ง ! เธอก็อย่าทำให้พี่ใหญ่เขาเป็นห่วงสิ 

 

เธอแต่งตัวโป๊แบบนั้น ไปกับพวกคนไทยพวกนั้น มันไว้ใจไม่ได้ !

 

พี่ใหญ่เขาก็ต้องแสดงให้พวกนั้นเห็นว่า เธอมีผู้ปกครอง

 

พี่หลง ! ผู้ปกครองที่ไหนเขาต้องพกปืนกัน ?

 

ถึงไม่มีใครเห็น แต่ฉันเห็นว่าพี่ใหญ่พกปืนในวันนั้น 

 

ที่นี่เมืองไทยนะ มีกฏหมาย  แล้วพี่หลงด้วย ทำไมต้องแบ่งคนไทยคนจีน ?

 

พี่หลงเองก็อยากได้สัญชาติไทยนักไม่ใช่เหรอ ?

 

แล้วเธอก็เปลี่ยนมาพูดภาษาไทย

 

“ถ้าพี่ยังไม่เข้าใจสังคมไทย ได้สัญชาติไทยมาก็ไม่มีประโยชน์หรอก 

พี่พูดไทยก็ไม่ชัด อ่านภาษาไทยก็งู ๆ ปลา ๆ  หน้าตาดีอย่างเดียว ไม่มีประโยชน์”

 

อาหลงหัวเราะหึ ๆ พูดภาษาไทยกลับไป

 

“หน้าตาลีหยั่งเลียว ไม่ลี ต้องสูงล่วยใช่ป่าว อิ อิ !”

 

เสียงปลายทางตอบกลับมา น้ำเสียงเย็นลง

 

“ฉันไม่ได้พูดเรื่องความสูง พี่นี่ก็….  เย็นนี้เจอกันแล้วกันนะคะ”

 

ห่าว ๆ !

 

อาหลงเดินกลับมาที่ห้อง

 

แอนดี้กำลังนอนหงายแผ่ กางแขนเก้าสิบองศา เท้าซ้ายขวาแยกจากกัน 

หายใจเข้าออกช้า ๆ

 

นงกำลังนั่งจัดธูปเทียนอยู่

 

“ให้คุณแอนดี้นอนพักสักแป๊บค่ะ เวลาเปิดจุดแล้วจะเพลียนิดหน่อย”

 

************************************************************************

รถโตโยต้า VIOS มุ่งกลับเข้าในเมือง….

……….จุดหมายคือฟอร์จูนทาวน์ รัชดา

 

แอนดี้ขึ้นมานั่งบนรถแล้ว รู้สึกหายใจโล่งขึ้นมาก อาการปวดหัวจี๊ดหายไป

อาการหายใจขัดก็หายไปอย่างน่าประหลาด 

 

แต่มีความรู้สึกเพลีย เคลิ้ม ๆ 

 

สักพัก ความเย็นของแอร์ก็ทำให้เขาเคลิ้มหลับไป

 

โชเฟอร์หน้าหยกน้ำตาคลอ มองพี่ชายที่กำลังนอนหลับ   

 

เขาสังเกตว่าพี่ใหญ่ซูบผอมลงจนกางเกงหลวมมาหลายวันแล้ว 

นึกไม่ถึงว่า ในที่สุด วันนี้ เขาก็พาพี่ใหญ่มาหาท่านปู่จนได้ 

 

ต้าเกอ เจียโหยว (พี่ใหญ่ สู้ ๆ นะ)”

 

เขาพูดให้กำลังใจ

 

กรรมใดที่พี่ใหญ่เคยก่อไว้ หากเขารับแทนได้ เขายินดีรับแทนทุกอย่าง

แม้กระทั่งต้องรับด้วยชีวิต

 

______________________________________________

โดยวีรยาติ

Leave a Reply