หมอเถื่อน ตอน 8 ต้าเกอเจียโหยว !

แอนดี้เดินเข้าห้องน้ำ เขารู้สึกเพลียมาก…

 

….มองดูหน้าตาในกระจก ขอบตาสีคล้ำทำให้ใบหน้าเขาดูโทรมกว่าปกติมาก 

 

คำพูดของอาหลงทำให้เขาฉุกคิดได้บ้าง

 

หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา เงินทองที่เขามีอยู่ก็จะเป็นของอาฟ่ง และ อาหลง 

แต่ทั้งสองคนนั้น คงไม่ได้อยากได้เงินไปมากกว่า การที่ได้มีเขาอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้อง  

 

แอนดี้เดินมาที่ห้องเรียนหนึ่ง

เขาเห็นวิภวา กับ สาวผมซอยประบ่า

ในชุดเสื้อเชิร์ทสีฟ้าแขนยาวพับแขน

 

กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ นั่งรออยู่ 

 

เขาหยุดที่หน้าประตู  เคาะขอบประตูให้สัญญาณ แล้วเดินเข้าไป

 

วิ และ ทอม ลุกขึ้นยืน

 

“เหล่าซือคะ !  นี่พี่ทอม เพื่อนของพี่ชายวิค่ะ จะพามาสมัครเรียนคอร์สส่วนตัวค่ะ”

 

ทอมยกมือไหว้

 

“เรียกว่าญาดีกว่าค่ะ ! ชื่อฐิติชญาค่ะ ! แต่เพื่อนที่มหาลัยเรียกว่าทอม”

 

แอนดี้ยกมือรับไหว้

 

“นั่งก่อนครับ !”

 

สองสาวทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้แล็คเชอร์ 

 

ทอมมองใบหน้าของอาจารย์หนุ่ม เธอสบสายตาเพียงชั่วอึดใจ

รู้สึกมีความอุ่นวาบไปทั้งตัว

 

เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง จนต้องหลบสายตา 

 

“ญาจะเรียนคอร์สตัวตัว หรือ เรียนกลุ่มเล็กครับ ? ” 

 

เขาเรียกเธอว่าญานำหน้าทันที ทำให้รู้สึกเป็นกันเองตั้งแต่ต้น

ตรงกันข้ามกับหน้าตาที่ดูคม ดูเหมือนกับคนที่เข้าถึงตัวได้ยาก

 

“ญาอยากจะเรียนตัวต่อตัว  เพื่อฟื้นภาษาค่ะ  ตอนเด็ก ๆ เคยเรียนจากครูไต้หวัน

พอจะมีพื้นบ้าง

 

ญาเองก็อยากฟื้นตั้งแต่ต้น แต่พอจำได้แล้ว ก็อยากจะไปเร็ว

เลยไม่อยากเรียนคอร์สรวมกับคนอื่น”

 

แอนดี้พยักหน้า  นิ่งสักพัก

 

ความคิดเขาเร็วเหมือนกับมาจากสัญชาตญาณมากกว่ามาจากสมอง  

 

เขาไม่ควรรับสอนสาวคนนี้ !

 

“อือ ! ถ้าเรียนกลุ่มเล็กแบบนี้ ผมจัดคนสอนถึงที่บ้านให้ได้เลย

มีสถานที่หรือเปล่าล่ะครับ ?”

 

ทอมคิดสักพัก

 

“อือ ก็ดีค่ะ ! แต่เดินทางไปสอนที่บ้านจะแพงกว่าใช่หรือเปล่าคะ ?”

 

แอนดี้หัวเราะ

“ถูกกว่าด้วยครับ !  มาเรียนที่นี่ค่าสถานที่แพง 

 

เรียนที่บ้าน ผมจะนัดครูข้างนอกให้ เป็นเด็กนักเรียนเอแบคจากปักกิ่ง หารายได้เสริม

แต่คนนี้สอนดีนะครับ ชื่อจิ้งปัว”

 

วิขมวดคิ้ว ทำไมเหล่าซือไม่สอนเอง ?

 

ที่เธอนัดพี่ทอมมาเพราะอยากแนะนำให้เรียนกับเขา

 

“เหล่าซือ ไม่สอนคอร์สตัวต่อตัวหรือคะ ?”

 

แอนดี้ยิ้ม

 

“อาจารย์หยูจิ้งปัวเก่งกว่าครับ ถนัดสอนพินอินด้วย

 

แล้วก็ถ้าจะให้เรียนตั้งแต่ต้น การออกเสียงน่ะสำคัญ 

ถ้าเราได้ฟังผู้หญิงออกเสียง จะชัดกว่าผู้ชาย”

เขาหันมาทางทอม

 

“ได้มั้ยครับเป็นอาจารย์จิ้งปัว ?  เป็นคนปักกิ่ง ตอนนี้เรียนอยู่เอแบคปีสี่

เธอว่างทุกเย็นตั้งแต่ห้าโมงขึ้นไป  นัดเวลาได้เลยครับ”

 

ทอมพยักหน้า “ได้ค่ะ ! ไม่มีปัญหา”

 

แอนดี้ยิ้มรับ 

 

สายตาสิงห์ของเขามองที่ตาของทอมเพียงแค่ผ่าน 

เธอรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอีกครั้งจนต้องหลบสายตา

 

วิเคาะเก้าอี้แอนดี้

 

“เหล่าซือแอนดี้ มีเวลาสิบนาทีมั้ยคะ ? วิขอ”

 

อีกฝ่ายเลิกคิ้ว

 

“ได้ ! มีอะไรครับน้องวิ ?”

 

“วิอยากขออนุญาตให้พี่ทอมพยากรณ์สุขภาพให้เหล่าซือได้มั้ยคะ ?  

 

พี่ทอมใช้ลูกดิ่งพยากรณ์ให้  วิเห็นเหล่าซือไอเป็นเลือด…”

 

เธอพูดแล้วก็หยุด เพราะไม่แน่ใจว่าอาจารย์จะถือว่าเธอก้าวก่ายชีวิตหรือไม่  

เธอจ้องหน้าอาจารย์

 

“พยากรณ์ ?  ลูกดิ่งอะไรครับ ?”

 

“เอ่อ !… ลูกดิ่งเพนดูลั่ม มันเป็น เอ่อ…!”

น้องวิตอบอึกอัก

 

อาจารย์สมองไว เข้าใจทันทีว่าเขาควรทำตัวอย่างไร

 

“ดีเลยครับ ! ผมก็ไม่ชอบไปโรงพยาบาลด้วย ผมต้องทำยังไงบ้าง ?

ใช้ห้องนี้ได้มั้ยครับ ? หรือต้องใช้พื้นที่  ?”

 

คำพูดนี้ ทำให้น้องวิยิ้ม 

 

ทอมหยิบถุงใส่ลูกดิ่งออกมา แล้วค่อย ๆ แกะถุง

 

“ญาจะใช้ลูกดิ่งนี่แกว่งบนฝ่ามือค่ะ แค่เหล่าซือแบมือ ขอด้านซ้ายนะคะ”

 

คนไข้ทำตัวว่าง่าย แบฝ่ามือด้านซ้ายให้  ทอมจ่อลูกดิ่งบนฝ่ามือ

 

“ผมต้องทำยังไงครับ ? นั่งเฉย ๆ ใช่มั้ยครับ ?”

 

ทอมพยักหน้า “ใช่ค่ะ ! นั่งเฉย ๆ”

 

แอนดี้สังเกตใบหน้าของทอม

 

เธอตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับลูกดิ่ง  ใบหน้าของเธอตอนนี้ดูน่าสนใจสำหรับเขา 

 

ทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงสนใจในเรื่องแปลก ๆ แบบนี้  ?

 

เขาสังเกตเห็นเธอขมวดคิ้วสักพัก แล้วหายใจยาว แล้วก็ทำหน้าปกติ สักพักเธอก็หรี่ตา 

 

 

ตัวเธอเองจะรู้หรือไม่ว่ากำลังมีสีหน้ายังไง  แต่สำหรับเขา มันให้ความรู้สึกมีเสน่ห์

 

ทอมพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

 

“ตรวจไม่ได้ค่ะน้องวิ  ตรวจไม่ได้ !”

 

เธอถอนหายใจยาว แล้วสั่นหัว

 

“โทษทีนะคะ ! เหล่าซือ วันนี้ตรวจไม่ได้ค่ะ ลูกดิ่งไม่ทำงาน”

 

แอนดี้พยักหน้ารับรู้

 

“ผมถามหน่อยครับ ทำไมญาถึงสนใจในเรื่องพวกนี้ ?” เขามองหน้า

 

ทอมรู้สึกเขินขึ้นมาทันที เธอค่อย ๆ เก็บลูกดิ่งใส่ถุง หลบสายตา

 

“ก็… เพื่อนชวนไปเรียน  ญาติเค้าป่วยค่ะ แล้วเค้าอยากจะรักษาญาติ

ประมาณว่าไม่เชื่อหมอ เพราะหมอรักษาไม่หาย 

 

พอเค้ามาเจอวิชาลูกดิ่งนี้ ก็มาเล่าให้ญาฟัง  ญาก็ตกลงไปเรียนด้วยทันที 

ฟังแล้วชอบมาก  ญาอยากช่วยคนอื่น

 

เวลาเห็นคนอื่นพ้นทุกข์แล้ว ญามีความสุข มันมีค่ามากกว่าเงินเยอะ”

 

แววตาของทอมบ่งบอกอย่างนั้นจริง ๆ  แอนดี้มองเห็น 

 

…ความสุขที่มีค่ามากกว่าเงิน มีด้วยหรือ ? 

 

แต่สาวที่นั่งข้างหน้าเขาทำให้เขาสัมผัสอะไรบางอย่างได้

 

“ความสุขที่มีค่ามากกว่าเงิน”

 

เขาทวนคำ 

 

“วัยรุ่นไทยสมัยนี้ คิดกันแบบนี้เหรอ ?”

 

ทอมหัวเราะ

 

“ก็คงไม่ทุกคนมั้งคะ ! ญาไม่รู้หรอก แต่ญาคิดได้ยังงี้แล้วมีความสุข

 

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน มีเงินก็ใช้ได้ชาติเดียว ใช้ไม่หมดตายแล้วก็เอาไปไม่ได้

ชีวิตมันไม่แน่นอน

 

คนที่ไม่คิดว่าตัวเองจะตาย ก็ตาย คนที่ป่วยหนัก กลับรอด

ความตายเป็นเรื่องที่กะเกณฑ์กันไม่ได้ว่าจะมาถึงวันไหน”

 

คำพูดนี้ทำให้แอนดี้หัวเราะ เขานึกถึงคำพูดของอาหลง

 

เสียงหัวเราะเขาดังขึ้นอีก

 

ทอมกับวิทำหน้าเหรอหรา

 

“ยังไง ผมก็ต้องอยู่เกินสี่สิบ” แอนดี้พึมพำ

 

“เอ๊ะ ! เหล่าซือว่าไงคะ ? ทำไมต้องสี่สิบ ?” ทอมได้ยินเสียงพึมพำ

 

“เปล่าครับ ! ไม่มีอะไรหรอก ผมว่าญาเป็นคนที่น่าสนใจ ผมไม่ค่อยเจอคนแบบนี้”

 

“คนส่วนใหญ่ที่เหล่าซือเจอ เป็นแบบไหนคะ ?” เธอย้อนถาม

 

“คนอายุประมาณญานี่ ที่ผมเจอ ก็สนใจเรื่องทั่วไป เสื้อผ้า รถยนต์ มือถือ ร้านอาหาร

ที่เที่ยว คงเข้าใจนะครับ”

 

ทอมพยักหน้า 

“แสดงว่าญาเป็นคนแปลก  หรือว่าญาเป็นคนปกติ แต่คนพวกนั้นแปลก ?”

 

แอนดี้ยิ้ม เขาฟังแล้วชอบคำถามของเด็กคนนี้ นับว่าเธอมีคำพูดที่ฉะฉาน

 

“ญาเป็นคนน่าสนใจ ไม่เหมือนคนทั่วไป”

 

“มองได้จากไหนคะ ?”

 

“ใส่เสื้อผ้าไม่มียี่ห้อ แต่ดูดี”

 

วิมองไปที่เสื้อผ้าของทอม  ดู ๆ แล้วก็ไม่น่าจะมองออกว่ามียี่ห้อหรือไม่มียี่ห้อ

 

ทอมเลิกคิ้วเหมือนตั้งคำถามว่า รู้ได้อย่างไร ? 

 

“ผมเคยขายเสื้อผ้ามาก่อน ผมพอมองออก

 

ถ้าไปเมืองจีน จะเห็นเสื้อผ้าตัดเย็บเลียนแบบแบรนด์ดัง ๆ ขายในราคาถูก ๆ 

แต่ความสำคัญมันอยู่ที่ ใส่แล้วมันเข้ากับบุคคลิกตัวเองหรือเปล่า 

 

เสื้อเชิร์ทแขนยาวน่ะ หญิงที่ไม่มั่นใจในตัวเองจะไม่ใส่ เพราะเขาคิดไม่ถึงว่าง่าย ๆ

แค่นี้ก็ดูดีได้ ขอให้เลือกให้พอดีตัวแค่นั้น

 

เขาคิดว่าจะสวยได้ ต้องเป็นชุดที่ตัดเย็บแบบโชว์ความเป็นสาวเต็ม ๆ

คงพอนึกออกนะครับ เขามั่นใจในเสื้อผ้ามากกว่าตัวเขาเอง”

 

ทอมฟังแล้วก็คิดตาม

 

“ส่วนกางเกงยีนส์ อันนี้เลือกง่ายหน่อย ใคร ๆ ก็คงเลือกได้ 

แต่รองเท้าผ้าใบนี่สิ มันสะดุดตา 

 

เดาว่าญาชอบรองเท้าคู่นี้มากกว่าเสื้อกับกางเกงที่ใส่ คู่นี้คงหาไม่ได้ง่าย ๆ”

 

ทอมหัวเราะ

 

“ใช่ ๆๆ !  คู่นี้รักมาก ใส่สบาย ใส่ได้เกือบทุกวัน

เป็นคู่แรกที่ใช้ลูกดิ่งเลือกซื้อค่ะ” 

 

เธอจำวันที่เธอซื้อรองเท้าคู่นี้ได้ เธอใช้ลูกดิ่งถาม

ได้ผลว่าถูกชะตากันก็ซื้อเลย 

 

แต่หากลูกดิ่งให้ผลตรงกันข้าม เธอก็ยังคงจะซื้ออยู่ดี แต่แอนดี้คงไม่เข้าใจเรื่องลูกดิ่ง

 

สัญชาตญาณบอกกับแอนดี้ว่า ถ้าเขายังสนทนากับสาวคนนี้ต่อ

ความสัมพันธ์จะใกล้ชิดกันมากขึ้นแน่ ๆ

 

“ตกลง ให้อาจารย์ข้างนอกไปสอนที่บ้านแล้วกัน แต่ผมจะนัดให้มาเจอที่นี่

วันเสาร์หน้าเวลานี้สะดวกหรือไม่ครับ ?”

 

“ก็ได้ค่ะ ! เสาร์หน้า แต่เค้าคิดค่าสอนยังไงคะ ?”

 

“เห็นอัตราค่าสอนตัว ๆ ของที่นี่มั้ยล่ะครับ ?

ของจิ้งปัวน่ะถูกกว่าอีกประมาณยี่สิบสามสิบเปอร์เซ็นต์  เพราะไม่ต้องเสียค่าพื้นที่ให้ที่นี่

 

ญาเองก็จะได้ประหยัดค่าเดินทางมา แต่จ่ายเป็นค่าเดินทางให้ครูจิ้งปัวแล้วกัน

ราคาขอให้คุยตรงกับเธอเลย ไม่ต้องผ่านผม”

 

ทอมพยักหน้าเข้าใจทันที  เขาแนะนำให้โดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ

 

“ขอบคุณเหล่าซือแอนดี้มากค่ะ !” ทอมยกมือไหว้

 

เหล่าซือรับไหว้ “ไม่เป็นไรครับ ! เป็นเพื่อนน้องวิ ผมยินดีครับ”

 

น้องวิยิ้มหน้าบานไปด้วย

 

“ครั้งหน้าไม่ต้องเรียกเหล่าซือนะครับ

เพราะญาไม่ใช่ศิษย์ผม เรียกว่าแอนดี้ก็ได้ครับ”

 

“ค่ะ ! พี่แอนดี้” ทอมพยักหน้า

 

แอนดี้รู้สึกว่าอากาศหนาวขึ้น หายใจติดขัด

 

“งั้นก็เจอกันเสาร์หน้านะครับ”

 

สองสาวยกมือขึ้นไหว้ลา 

 

แอนดี้เดินปลีกตัว ตรงมาที่ห้องทำงาน เปิดประตูห้อง 

 

อาหลงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา

 

เขาเลือกที่จะทรุดตัวลงนอนที่โซฟาทันที

 

ต้าเกอ  !…”  อาหลงรู้ทันทีว่าพี่ใหญ่ของเขาอาการทรุดลงแน่แล้ว

 

*************************************************************

ทอมกับวิเดินลงมาบริเวณฮอลล์ชั้นล่างของตึก 

 

….วิสะกิดแขนทอม

 

“พี่ทอม ทำไมลูกดิ่งทำงานไม่ได้คะ ?”

 

“พี่แอนดี้เค้าไม่เชื่อ ถึงตรวจได้ก็ไม่มีประโยชน์ บอกอะไรไปก็ไม่ทำตามหรอกค่ะ”

 

น้องวิขมวดคิ้ว

 

“หา !… จริงเหรอ ? แต่เหล่าซือเค้าก็เต็มใจให้ตรวจนี่คะ ?”

 

“นั่นเป็นมารยาทของเค้าน่ะ ! 

 

ก่อนพี่ทอมจะใช้ลูกดิ่งตรวจใคร พี่ทอมต้องถามก่อนว่าเขาเชื่อหรือไม่ 

พี่ทอมสามารถช่วยเขาได้หรือไม่ 

 

แต่นี่ถามแล้ว เขาไม่เชื่อ แล้ว ลูกดิ่งก็บอกว่าพี่ทอมไม่สามารถช่วยเขาได้

ต้องปล่อยให้เขารักษาวิธีอื่น”

 

วิพยักหน้ารับรู้ ศาสตร์นี้คงมีอะไรลึกซึ้งซึ่งเธอคงไม่ถามลึกไปกว่านี้

 

วิสะกิดแขนทอมอีกครั้ง

 

“พี่ทอม แล้ว… แล้ว…  เอ่อ… เหล่าซือแอนดี้ หล่อมั้ยคะ ?”

 

ทันทีที่จับใจความได้ เลือดก็วิ่งขึ้นหน้าเธอทันที  

 

เธอนึกสักอึดใจว่าควรตอบอะไร ทำไมต้องถามแบบนี้ด้วยนะ ?

 

“อือ… ก็โอนะ !”

 

วิสะบัดแขนสองข้าง “แค่ก็โอเองเหรอพี่ทอม ?   ว้า…!”

 

สาวน้อยเดินไปดักข้างหน้า หันมามองหน้าทอมอีกที

“แค่โอเองเหรอ ?”

 

จำเลยหยุดเดิน แล้วจ้องกลับ “โอเค !…  หล่อมาก ก็ได้”

 

วิอมยิ้ม

“อิ อิ !  นังกิ๊วมันคลั่งจะตาย  แต่น้องวิว่านะ….”

 

พูดแล้วเธอก็หยุด

 

ทอมซักบ้าง“น้องวิว่าอะไรคะ ?”

 

สาวน้อยทำแก้มป่อง เอียงคอ

 

“น้องวิว่า พี่รุ่งน่ารักกว่าอะ”

 

เธอพูดเองก็เขินเอง แล้วหันตัวกลับ เดินนำหน้าไป

**************************************************************

รถโตโยต้า VIOS  บึ่งจากกลางเมือง ขึ้นทางด่วนพิเศษ

มุ่งไปทางตะวันออกของกรุงเทพ ฯ 

 

อาหลงถือวิสาสะคว้ากุญแจรถพี่ใหญ่ บังคับให้เขานั่งมาด้วย 

 

จุดมุ่งหมายคือตำหนักของท่านปู่ที่อาหลงนับถือ 

 

แอนดี้เพลียเกินกว่าจะดื้อดึงกับอาหลง จึงยอมขึ้นรถมาด้วย

 

โชเฟอร์ตัวเตี้ย ขับด้วยความเร็วเกินปกติ  ในใจเขาร้อนรนกว่าคนป่วยเองซะอีก 

จิตก็นึกไปถึงอดีตที่หนานจิง

 

เขาเพิ่งมีอายุสิบห้าตอนที่มีเรื่องกับนักเลงเทียนสิน ….

 

วันนั้นในตรอกทางตันเล็ก ๆ  นักเลงเทียนสินสามคนล้อมปิดหน้าตรอกไว้ 

สองคนในนั้นถือปืนพก  หนึ่งคนชักปืนเล็งที่เขา  

แอนดี้วิ่งมาถึงปากซอย หยุดแล้วตะโกน

 

“หยุด ! เก็บปืนเดี๋ยวนี้ !” 

 

นักเลงทั้งสามหันไปมองวัยรุ่นหน้าละอ่อนที่เดินมาคนเดียว 

 

แอนดี้เดินเข้ามาเรื่อย ๆ 

 

“หยุด ! เก็บปืน คุยกับฉันก่อน ! พวกแกต้องการอะไร ?” 

 

นักเลงก็ยังเล็งปืนมาที่ตัวเขา 

 

เขาได้ยินเสียงตะโกนประโยคสุดท้ายจากแอนดี้

 

“หนึ่ง สอง สาม”

 

แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้นหลายนัด

 

เขาจำไม่ได้ว่า สี่ ห้า หรือ หกนัด 

 

เขาหลับตาหันหน้าหลบ  แต่เสียงไม่ใช่มาจากปืนของนักเลงเทียนสินแน่นอน 

 

เมื่อเขาลืมตาขึ้น  นักเลงทั้งสามคนล้มฟุบลง 

 

แอนดี้ยืนอยู่กลางซอย ในมือข้างขวามีปืนพก กำลังกวักมือเรียกให้เขาวิ่งออกไป 

 

วินาทีนั้น เขาตั้งสติ แล้วก็วิ่งออกจากซอย  วิ่งออกมาไกลลับตาโดยไม่เหลียวหลังกลับ  

 

นานเกือบสิบนาที แอนดี้ถึงวิ่งมาตามเขาจนเจอ

ท่าทางหอบแต่ไม่มีร่องรอยของความประหม่าตื่นเต้นให้เห็น 

 

เขายังจำได้ว่า เมื่อแอนดี้มาถึงตัวเขา พูดประโยคแรกเปรย ๆ ว่า

 

ชักปืนออกมาทำไม ? ชักมาแล้วไม่ยิง โง่แบบนี้พกตะเกียบดีกว่า

อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกยิง

 

เหตุการณ์นี้ประทับใจอาหลงมาตลอด เขาทวนคำพูดนั้นขึ้นมา

 

ชักปืนออกมาทำไม ? ชักมาแล้วไม่ยิง

 

แอนดี้นอนอยู่ที่เบาะซ้าย ลืมตาขึ้น

 

แกยังไม่ลืมวันนั้นเหรอ ? อาหลง

 

ลืมได้เหรอ ! ความจำของฉันที่มีต่อพี่ ล้วนไม่เคยลืม

ยิ่งเหตุการณ์ในวันนั้นด้วย ชาตินี้ ฉันคงไม่ลืม

 

แอนดี้ยิ้ม

 

แกคงเข้าใจดีว่าทำไมฉันถึงห้ามแกยุ่งเกี่ยวกับปืนเด็ดขาด

 

โชเฟอร์พยักหน้าเข้าใจ

 

สามคนนั้น ไม่มีใครสอน ใครชักปืนให้คนอื่นเห็นก่อน เสียเปรียบ

 

ถ้าชักแล้วต้องยิง ! 

 

ฉะนั้น การพกปืน ก็เท่ากับพกอาวุธไว้ทำร้ายตัวเองเหมือนกัน 

 

ถ้าอีกฝ่ายเห็นว่าแกพกปืน ถ้าเขามีปืนด้วย เขาจะยิงแกก่อน

 

แต่ถ้าแกไม่มีปืนเลย อย่างมากแกก็แค่ถูกเขากระทืบ

 

พี่ใหญ่เร็วมากเลย ! พวกนั้นถือปืนตั้งนาน ไม่ได้ยิง

 

มันยิงไม่ได้หรอก เพราะคนที่ยืนหน้าสุด ไม่ได้ถือปืน

ยืนบังสองคนหลังอยู่

 

ฉันเดินไปจนได้มุมที่คนหน้าสุดยืนบัง

ฉันค่อยชักปืนออกมา

 

อาหลงทึ่งในความหลักแหลมของแอนดี้

 

พี่ใหญ่ คิดทันได้ยังไง ? เหตุการณ์ฉุกละหุกแบบนั้น พี่อายุแค่ยี่สิบเองนะตอนนั้น

พี่นี่สุดยอดเลย !

 

โชเฟอร์หน้าหยกยิ้มด้วยความภูมิใจในตัวพี่ชาย

 

 พี่ใหญ่ต้องไม่เป็นไร พี่ใหญ่ต้องมีอายุยืน ชาวพุทธมีคำสอนว่า ทำได้ย่อมได้ดี

 

แอนดี้พูดเบา ๆ

แกมีศาสนาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

 

ฉันศรัทธาศาสนาพุทธตั้งแต่มาอยู่เมืองไทย

 

ถ้าฉันอ่านภาษาไทยได้คล่อง ฉันจะอ่านหนังสือธรรมะทุกวัน

 

พี่ใหญ่อ่านภาษาไทยได้เก่ง น่าจะอ่านหนังสือศาสนาพุทธบ้าง 

หนังสือธรรมะที่นี่ มีรายละเอียดให้อ่านเยอะกว่าที่แผ่นดินใหญ่ 

ที่แผ่นดินใหญ่มีแต่พูดกว้าง ๆ ว่าทำดีย่อมได้ดีเท่านั้น

 

สิงห์พี่ใหญ่หัวเราะหึ ๆ พูดด้วยเสียงแผ่ว ๆ  

 

ฉันทำดีที่ไหนเหรอ ฉันถึงได้ดี ?

 

ฉันเล่นการพนัน ฉันเคยเป็นนักเลง ฉันผ่านผู้หญิงมาเป็นสิบ ๆ คน

 

ฉันสูบบุหรี่ กินเหล้า

 

แต่พี่ใหญ่มีจิตใจดี พี่ใหญ่ช่วยฉัน เลี้ยงดูฉันทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ใช่ญาติพี่ 

 

พี่ใหญ่รักแม่ ส่งเงินไปเลี้ยงดูแม่ที่แผ่นดินใหญ่ตลอด 

 

พี่ใหญ่ใจกว้างมาก ถ้าใครเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือ

พี่จะช่วยโดยไม่ถามว่าจะได้อะไรกลับคืน 

 

ถึงพี่ใหญ่มีผู้หญิงเยอะ แต่พี่ไม่เคยหลอกพวกเขา  พี่ใหญ่ไม่โกหก

 

พี่ใหญ่เริ่มหอบฟืดฟาด  อาหลงชะลอรถ หันมามอง

 

พี่ใหญ่ไม่ต้องพูดดีกว่า หลับตาพักผ่อนเถอะ !

 

โชเฟอร์หน้าหยกเร่งความเร็วของรถต่อไป

 

************************************************

Leave a Reply