หมอเถื่อน ตอน 8 ต้าเกอเจียโหยว !

วิภวาอ่านข้อความในกระดาษที่เพื่อนเขียนส่งมาให้

 

หล่อโคด ๆ อะ ชั้นจาลาลายอยู่แล้ว นังวิ

 

ตัวหนังสือยุกยิกไม่มีหัว สะกดด้วยภาษาวิบัติ

 

วิภวา มองหน้าเหล่าซือหนุ่มที่ยืนสอนอยู่หน้าห้อง หน้าตาคมเข้ม  ผิวเนียนกระจ่าง 

เธอทำจมูกหึ่ง หัวเราะคิกคัก แล้วเขียนส่งกลับไป

 

“เค้าคงมีสาวเป็นร้อย อีกิ๊ว ! 

ตกลงเอาพี่รุ่งไปไว้ไหน ? ”

 

เพื่อนเขียนส่งกลับมา

“ก้อเหล่าซือหล่อ แต่พี่รุ่งน่าร๊าก ม่ายเหมือนกันอะ”

 

วิอ่านแล้วอมยิ้ม ทุกครั้งที่กิ๊วพูดพาดพิงถึงพี่ชายคนนั้น เธอจะรู้สึกหัวใจอุ่น ๆ ทุกครั้ง

 

วันเสาร์  ในห้องเรียนภาษาจีนของสถาบัน มีนักเรียนไม่ถึงสิบคน

ส่วนใหญ่เป็นหญิง 

 

สาว ๆ นั่งอมยิ้มเรียนรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะสายตาไปจ่ออยู่ที่ใบหน้า

และ รูปร่างของอาจารย์หนุ่มซะมากกว่า

 

โหย่วเสิ่นเมอเวิ่นถีมา ?

 

เหล่าซือพูดประโยคนี้  เตือนให้ทุกคนตั้งคำถามที่สงสัยจากการเรียนครั้งนี้ 

เป็นสัญญาณว่ากำลังจะหมดเวลาชั้นเรียน

 

กิ๊วยกมือ “เหล่าซือแอนดี้คะ ! ถามนอกเรื่องได้มั้ยคะ ?”

 

อาจารย์หนุ่มปิดปากไอ สองสามครั้ง แล้วผงกหัว

 

“ครับ ได้ครับ !”

 

“กิ๊วอยากรู้ประโยคอะไรก็ได้  ซึ้ง ๆ ไว้บอกคนที่เราชอบค่ะ”

 

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น  วิพยักหน้า… เพื่อนคนนี้กล้าจริง ๆ

 

เหล่าซือหัวเราะทวนคำ

 

“ประโยคซึ้ง ๆ  ให้คนที่ชอบ ? ”  เขายืนนึก

 

ก็ “หว่ออ้ายหนี่ ไง !”

 

“ม่ายอาว ! เหล่าซือ โหลจะตาย ใคร ๆ ก็รู้ ไม่เห็นซึ้งเลย”

 

กิ๊วไม่ยอม  เพื่อนร่วมห้องคนอื่นช่วยเสริม

 

“ใช่ค่ะ ! เอาแบบที่ฟังแล้วมีความหมายด้วยสิคะ”

 

สาวนั่งหน้าห้องนึกสนุกด้วย

 

แอนดี้หัวเราะ เขายืนนึกสักพัก

 

“เอ้า…นี่ละกัน !  พวกเรารู้จักเฉินฮุ่ยหลินหรือเปล่า ?”

 

กิ๊วสั่นหัว “ใครคะ ? ชื่อหมีแพนด้าเหรอ ?”

 

“ไม่ใช่ครับ ! เป็นนักร้องฮ่องกง ใช้ชื่ออังกฤษว่า เคลลี่ เฉิน

ผมมีอยู่เพลงนึง น้องสาวของผมเคยชอบเพลงนี้มาก

เดี๋ยวจะพูดประโยคนึงให้ฟัง”

 

“ฮั่นแน่… น้องสาวแท้ ๆ หรือเปล่าคะ ? ”

กิ๊วแหย่กลับ

 

“น้องสาวแท้ ๆ ครับ ชื่อ ซีฟ่ง เค้าชอบเพลงชื่อ

หว่อซื่อหนี่เตอเสย   ชื่อเพลงแปลว่า

ฉันเป็นคนสำคัญแค่ไหน สำหรับเธอ ?

 

ประโยคนี้ ร้องว่า จิ้วอิงเว่ยอ้ายเหิ่นหนานหวั่นเหมย สั่วอี่ไฉยู่จื้อตี้เจินกุ้ย

 

แล้วเขาก็หันหลังเขียนบนกระดาน ทุกคนรีบจดตาม

 

“เหล่าซือครับ ! ขอสะกดพินอินให้ด้วยครับ”

 

นักเรียนชายขอคำสะกดภาษาอังกฤษ

 

 

เหล่าซือพยักหน้า เขียนสะกดพินอินภาษาอังกฤษเพื่อให้ทุกคนอ่านออกเสียงถูกต้อง  

แล้วอธิบาย

 

จิ้วอิงเว่ย…ก็เพราะว่า, อ้าย…ความรัก, เหิ่นหนาน…ยากมาก, หวั่นเหมย…สมบูรณ์,

สัวอี่…ฉะนั้น, ยู่จื้อ…อย่างนี้,ี้…คำขยายแสดงความเป็นเจ้าของ, เจินกุ้ย…. มีค่า 

… เอ้า ไหนใครลองรวมประโยคแล้วแปลให้ฟังสิครับ”

 

ต่างคนต่างนั่งเรียงไวยากรณ์  วิจับความได้เร็วกว่าเพื่อน พูดขึ้น

 

“ก็เพราะว่าความรัก กว่าจะสมหวังนั้น ยากมาก  ฉะนั้น ความรักก็จึงมีค่าเช่นนี้”

 

ทุกคนหันมามองเธอ  เหล่าซือพยักหน้า ปรบมือ

 

“เก่งมาก ! ภาษาสวยด้วยนะ  เหินห่าว หนี่ซัวเต๋อเหินห่าว (เธอพูดได้ดีมาก)

เขาปิดปากไอ ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดปากไว้

 

“อือ น้องสาวเหล่าซือคงเป็นคนอ่อนไหวสิคะ ถึงชอบความหมายในเพลงรัก ? ”

 

วิถามขึ้น เธอเองฟังแล้วก็ชอบความหมาย แต่เธอก็ไม่เข้าใจเรื่องความรักสักเท่าไหร่

 

แอนดี้นึกถึงน้องสาว แล้วยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไร

 

“มีคำถามอื่นอีกมั้ยครับ ?  ถ้างั้น ก็ไจ้เจี้ยน  

 

อ้อ… แบ๊งครับ จู่หนี่เซิงยื่อไคว่เล่อ (สุขสันต์วันเกิด)” เขาอวยพรวันเกิดให้นักเรียนชายคนหนึ่ง

 

“เอ๊ะ เหล่าซือรู้วันเกิดผมได้ยังไงครับ ?” นักเรียนหนุ่มสงสัย

 

“ในฟอร์มลงทะเบียนมีถามวันเดือนปีเกิดไง แบ๊ง !” เขาพูดแล้วหัวเราะ

 

แบ๊งนึกออกพยักหน้า แล้วยกมือไหว้

“ขอบคุณครับ ! เหล่าซือ”

 

สาว ๆ คนอื่น ต่างอวยพรให้

 

“พี่แบ๊ง ไคว่เล่อ ! นา” กิ๊วเดินเข้ามาอวยพรด้วย

 

วิดึงแขนเสื้อเพื่อน “อี๊..กิ๊ว พูดเต็ม ๆ สิ ทำไมพูดแค่ไคว่เล่อ ?

 

เพื่อนหันมาสั่นหัว “พูดเต็ม จำไม่ได้อะ จำได้แค่ไคว่เล่อ แปลว่า มีความสุขนะ”

 

วิมองดูนาฬิกาข้อมือ “เดี๋ยวชั้นเดินออกไปรอที่ข้างหน้านะ นัดพี่ทอมมาสมัครเรียน”

 

เสียงไอติดต่อกันของเหล่าซือ ทำให้วิหันไปมอง

 

“กิ๊ว ! สงสัยเหล่าซือไม่สบายอะ กิ๊ว”

 

เพื่อนขมวดคิ้ว มองไปยังครูหนุ่ม พึมพำ

 

“สงสัยสาว ๆ ติดคอว่ะ วิ” แล้วก็ฉุดแขนวิเดินเข้าไปหา

 

แอนดี้ยืนหลบมุมห้อง ปิดปากด้วยผ้าเช็ดหน้า ไอติดต่อกันหลายครั้ง

เขาคลี่ผ้าเช็ดหน้าออกมาดู

 

“เหล่าซือ ไอเป็นเลือดนี่คะ” กิ๊วเดินเข้ามาเห็นพอดี

 

วิทำหน้าตกใจ “เหล่าซือ ไปหาหมอหรือยังคะ ?”

 

แอนดี้ สั่นหัว

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปห้องน้ำก่อน” เขารีบเดินเลี่ยงออกมา

 

กิ๊วจับมือวิ

“วิ เธอเห็นผ้าเช็ดหน้าหรือเปล่า ? เลือดเต็มเลยอะ !”

 

วิพยักหน้า “อือ เห็น ๆ ! น่ากลัวจัง ! ไม่ใช่อะไรน้อย ๆ แน่เลย”

 

สองสาวค่อย ๆ เดินออกมาที่ห้องรับแขกด้านหน้า หน้าตาเป็นกังวล

 

“กิ๊ว ! วิต้องรอพี่ทอมที่นี่ กิ๊วจะไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวคนขับรถที่บ้านมารับวิ”

 

เพื่อนพยักหน้า “เอ๊ะ… พี่รุ่งมาด้วยหรือเปล่า ?”

 

“เปล่า มีแต่พี่ทอม พี่ทอมเคยเรียนภาษาจีนสมัยเด็ก ๆ อยากเรียนเพิ่ม 

ทำไม ?  ถ้าพี่รุ่งมาแกจะคอยหรือไง ?”

 

กิ๊วยักคิ้วให้

“แน่นอน ! ถ้าเพื่อพี่รุ่ง ชั้นยอมพลาดนัดกะพวกอีเป้า ตายเป็นตาย เพื่อคนที่ชั้นรัก” 

 

สาวน้อยเชิดหน้าพูดแบบไม่ยิ้ม

 

“แต่ถ้าพี่รุ่งมาโจ๊ะกะเหล่าซือนะ ชั้นต้องสับสนมาก ๆ แน่ ๆ 

คนนึงก็วัยรุ่นน่าร๊าก  อีกคนก็หนุ่มแมนสุด ๆ”  

 

แล้วหันมาทางเพื่อน 

 

“วิ ! ชั้นเป็นห่วงเหล่าซือจังเลย ป่านนี้ไม่รู้ไปกระอักเลือดตายในห้องน้ำหรือเปล่า”

 

“ปากหมา ! อีกิ๊ว”

 

*******************************************************************

หนุ่มสัญชาติจีน หน้าตาดีแต่ตัวเล็ก ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์

เดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ทักทายกับพนักงานด้วยภาษาจีนกลาง ปนภาษาไทย

 

หนีห่าว !  เล็กหวักลีคับ !  เอ๊ะ..จินเทียนเจิ่นเมอเหินเข่ออ้าย

(ทำไมวันนี้เธอน่ารักจัง)  ฮิ ๆ”  เขาหันไปมองรอบ ๆ ห้อง

 

“พี่แองลี่ล่ะ ? เล็ก ! ต้าเกอไจ้มา (พี่ใหญ่อยู่มั้ย) ?”  เขาพูดไทยด้วยสำเนียงจีน

 

พนักงานสาวชื่อเล็ก ชี้มือ

หลง หนี่ห่าว ! ไจ้ ๆ ทาไจ้เจ้อ (หลง สวัสดี  อยู่ ๆ เขาอยู่ทางนี้)”

 

อาหลงเดินตรงเข้าไปที่ห้องแอนดี้  เขาเห็นพี่ที่เคารพของเขานั่งหายใจฟืดฟาด

 

ต้าเกอ !” เขาพูดด้วยภาษาจีนกลาง

 

พี่ใหญ่ พี่เป็นอะไร ? ทำไมถึงหน้าซีดเช่นนี้ ?

 

แอนดี้กวักมือให้อาหลงนั่งลง “นั่งก่อน ! หลง

 

อาหลงมองหน้าด้วยความเป็นกังวล

 

พี่ใหญ่ พี่เลิกสูบบุหรี่หรือยังนะ ? นี่ก็น่าจะเป็นการเตือนแล้วนะว่าพี่ควรเลิกบุหรี่ซะ 

 

พี่ใหญ่ ในประเทศนี้ ฉันมีพี่คนเดียวที่ฉันรักยิ่งกว่าพี่ชายแท้ ๆ

ถ้าพี่ไม่รักษาสุขภาพให้ดี เงินที่พี่หามาได้ ก็ไม่มีประโยชน์ 

 

พี่คิดถึงอาฟ่งสิ  อาฟ่งต้องการพี่มากกว่าเงินนะ

 

แอนดี้หัวเราะ นี่แก ! เดี๋ยวนี้ริอ่านมาสอนฉันแล้วเหรอ ? อาหลง !

 

เขารินน้ำอุ่นใส่แก้ว แล้วค่อย ๆ จิบ

 

ใครจะไปกล้าสอนพี่ใหญ่  ?  พี่ที่เก่งที่สุดในทุกเรื่อง

พี่เป็นสิงห์ต้าลู่ (ต้าลู่แปลว่าจีนแผ่นดินใหญ่) 

ฉันนับถือพี่ว่าเป็นสุดยอดในทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องความเป็นนักเลง

 

พี่ช่วยชีวิตฉันที่หนานจิง  เรื่องสาว ๆ พี่ก็เก่งที่สุด หน้าตาพี่เด่นกว่าชายใด

 

รูปร่างของพี่สูงสง่าสมส่วน ไม่ว่าสาวน้อย สาวใหญ่

เพียงแค่พี่สะกดด้วยสายตาสิงห์ของพี่ พี่อยากจะได้คนไหน พี่ก็ได้ 

 

เรื่องภาษาพี่ก็สุดยอด พี่พูดภาษากวางตุ้ง ไทย อังกฤษ ได้คล่อง

เรื่องการเงิน พี่ก็เป็นคนทำงานหาเงินได้เยี่ยมยอด  พี่มีเงินล้านตั้งแต่อายุแค่สามสิบปี

 

เขาพูดด้วยรอยยิ้ม ภูมิใจในตัวแอนดี้   

 

อาหลงนิ่งไปสักพัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความกังวล

 

แต่พี่ใหญ่  คนจีนเขาถือกันว่า ใครก็ตามที่ประสบความสำเร็จเมื่ออายุยังน้อย

มันหมายถึง ฟ้าส่งมาให้รีบ ๆ เสวยสุข แล้วจะได้รีบ ๆ กลับไป 

 

พี่อายุแค่สามสิบห้า แต่พี่มีเกือบทุกอย่างหมดแล้ว ฉันภูมิใจ

แต่ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้  เหมือนมีอะไรที่ติดอยู่ในใจฉัน บอกไม่ถูก

 

สิงห์หนุ่มยกมือขึ้นห้าม

 

พอ ๆ  ! ไม่ต้องพูดต่อ ฉันไม่เชื่อเรื่องฟ้าลิขิต

ฉันเชื่อในตัวฉันเอง ไม่อย่างนั้น ฉันคงไม่ได้มีวันนี้ 

 

ฉันได้ฟังเรื่องความเชื่อของคนจีนมาตั้งแต่เด็ก ๆ 

พวกเขาเคยพูดว่า ฉันจะอายุสั้น ไม่ถึงสี่สิบปี  

อาหลง คอยดู ! ฉันจะมีชีวิตอยู่ไปจนแก่ 

 

แกก็เหมือนกัน แกต้องเชื่อในตัวแกเอง แล้วแกก็จะได้ในสิ่งที่แกต้องการ

 

ฉันกับพี่มันไม่เหมือนกัน พี่เป็นตัวอย่างที่ฉันอยากจะเป็นที่สุด

แต่ฉันไม่คิดว่าฉันจะได้เพียงครึ่งหนึ่งของพี่ด้วยซ้ำ 

 

อย่างน้อย ฉันก็ยังไม่ได้สัญชาติไทย ทำอะไรก็คงไม่สะดวก

ฉันอ่านภาษาไทยก็สู้พี่ไม่ได้ แล้วที่สำคัญฉันก็คงจะตัวสูงเท่าพี่ไม่ได้”

 

เขาพูดไปหัวเราะไป  

“ฉันเกิดมาเตี้ย แต่ชาติหน้า ฉันจะต้องสูงกว่านี้ให้ได้”

 

แอนดี้หัวเราะเบา ๆ

อาหลง ! แกอย่าไปถือสาคำพูดของอาฟ่ง ยังไงอาฟ่งก็รักแกเหมือนพี่ชายคนนึง

 

หน้าตาแกถือว่าเป็นดาราคนหนึ่งได้เหมือนกัน

คนไทยชอบเรียกคนจีนที่มีหน้าตาสะอาด ๆ ดูดีแบบนี้ว่า หน้าหยก”

 

“ก็ถ้าเห็นแค่หน้าฉัน ฉันก็คงหน้าหยก แต่พอเห็นทั้งตัว

พวกเขาก็คงรักฉันน้อยลงไปครึ่งหนึ่ง 

 

ก็ถ้าฉันสูงกว่านี้ อาฟ่งอาจจะรักฉันมากกว่าแค่พี่ชายก็ได้

ชาติหน้าฉันจะต้องสูงกว่านี้ ชาติหน้ามีจริงนะพี่ใหญ

 

แอนดี้รับฟัง หน้าตาเขาดูอิดโรย  ขอบตามีสีเขียวคล้ำ

 

พี่ใหญ่  ! สภาพพี่ดูแย่มากเลย  ฉันขอร้อง พี่ตามฉันไปหาท่านปู่เถอะ ! ให้ท่านปู่ดูให้

 

พี่ใหญ่สั่นหัว

 

ไม่เอา ! ฉันไม่เป็นไรมาก เดี๋ยวพักสักหน่อย ก็คงดีขึ้น 

 

อีกสามเดือน แกก็จะมีหลักฐานพำนักอาศัยในราชอาณาจักรไทยครบห้าปีพอดี

ฉันจะยื่นเรื่องให้ แกไม่ต้องห่วง  แกได้สัญชาติไทยแน่ ๆ

 

อาหลงพยักหน้า นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุดในชีวิต อย่างน้อยก็ ณ ตอนนี้

ส่วนความฝันที่คงจะไม่มีวันได้เป็นจริง ก็ขอให้เพียงแค่ได้ฝัน ก็พอใจ

 

พี่ใหญ่ ! แล้วพี่จะให้สัญชาติไทยกับใครล่ะ ?   อาหยวี่ หรือ ไช่ซา ?

 

เขาหมายถึงการแต่งงานกับสาวชาวจีน จะทำให้ภรรยาได้สัญชาติไทยไปด้วย

 

แอนดี้หัวเราะหึ ๆ

 

สองคนนั้นเค้าไม่เดือดร้อนนักหรอก

 

พี่ใหญ่เคยรักใครจริงบ้างมั้ย ? อาหยวี่ หรือ ไช่ซา ? 

 

คงไม่ใช่ล่ะสิ !

 

ซูซานที่ฮ่องกงก็คงไม่ใช่ 

 

เจนจิรา…อือ รวย ๆ ยังงี้ พี่ใหญ่คงไม่เอาหรอก

คนรวยมีแต่เอาแต่ใจตัวเอง 

 

หรือ น้องเอ น้องกนก ?”

 

แอนดี้หันควั่บมามอง นัยน์ตาราวกับสิงห์น่ากลัว

 

เอกับกนกเป็นลูกศิษย์  ! ห้ามแกพูดถึงลูกศิษย์ฉันในลักษณะนี้อีกเด็ดขาด !

 

อย่าเอาลูกศิษย์ฉันมาปะปนกับสาวอื่น ฉันไม่ชอบ !

 

ลูกศิษย์คือผู้มีพระคุณ ไม่สมควรคิดอย่างนั้นกับพวกเขา

 

เล็ก…เจ้าหน้าที่ด้านหน้าโผล่หน้าเข้ามาในห้อง  เธอพูดภาษาไทย

 

“พี่แอนดี้  ! น้องวิภวาพานักเรียนมาสมัครเรียนคอร์สส่วนตัว”

 

“ครับ ! เล็กพาไปห้องหนึ่งก่อน เดี๋ยวพี่ตามไป” แอนดี้ลุกขึ้น

 

อาหลง !รออยู่ที่ห้องนี้ก่อน เดี๋ยวฉันกลับมา

 

อาหลงพยักหน้า

 

…ไม่น่าหลุดปากพูดถึงลูกศิษย์พี่ใหญ่อย่างนั้น 

 

พี่ใหญ่ไม่เคยจีบลูกศิษย์ตัวเองเลย

แม้แต่นัดเที่ยวยังไม่เคย 

 

นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อาหลงศรัทธาอุดมการณ์ในการทำงานของแอนดี้ 

แต่เขาก็อยากรู้ว่าแอนดี้จะเลือกใครในหมู่สาว ๆ ที่มาติดพัน

 

อาฟ่งไม่เคยชอบผู้หญิงเหล่านั้นสักคนที่มาเข้าใกล้พี่ใหญ่  

นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พี่ใหญ่ยังไม่จริงจังกับใครสักคน

 

เขาเอื้อมไปหยิบหนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งขึ้นมา  แล้วค่อย ๆ สะกดคำทีละคำ 

 

เขาไม่มีหัวในด้านการศึกษาสักเท่าไหร่  แต่ถ้าเขาพยายามมากขึ้น

มันก็จะต้องก้าวหน้าขึ้นบ้าง

 

การที่เขาไม่ถนัดภาษาไทยทำให้เขาสื่อสารกับอาฟ่งได้อย่างจำกัด 

 

อาฟ่งพูดได้สามภาษา  หลายปีมานี้ อาฟ่งเริ่มถนัดภาษาไทยมากที่สุด

เพราะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  แต่เขากลับพูดถนัดที่สุดได้แค่ภาษาจีนกลาง 

 

ถ้าเขาเพียงแค่พูดภาษาไทย เข้าใจภาษาไทยให้ลึกซึ้งมากกว่านี้

เขาคงได้มีโอกาสสื่ออะไร ๆ กับอาฟ่งมากกว่านี้ 

 

แต่ก็เพียงแค่หวังว่าจะสื่อสารได้มากขึ้นเท่านั้น  ไม่ได้คิดถึงขนาดว่าจะชนะใจของเธอ

 

เขาวางหนังสือพิมพ์ลง มองหาหนังสือเล่มอื่นบนโต๊ะแอนดี้

แล้วเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือด 

 

เขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาดู

 

“นี่พี่ใหญ่ไอเป็นเลือดหรือนี่ !”

 

**********************************************************************

Leave a Reply