หมอเถื่อน ตอน 7 วันของนายซ่ง

สระว่ายน้ำ โสภิณ

 

….มีผู้คนทั้งหนุ่มสาว และ เด็ก ๆ มาใช้บริการอย่างคับคั่ง

 

ค่าบริการของสระโสภิณอยู่ในอัตราค่อนข้างแพง

จึงมีผู้ใช้บริการที่มีฐานะปานกลางขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่

 

รุ่งโรจน์มาถึงบริเวณสโมสรได้สักพัก 

เขาอยู่ในชุดลำลอง เสื้อเชิร์ทสีน้ำเงินแขนยาวพับแขน

กางเกงลำลองขายาวสีกากี รองเท้าผ้าใบ

 

รุ่งยืนอยู่ริมรั้วมองหาวิทย์  ไม่อยากเดินเข้าไปในสโมสร

 

เขาไม่ชอบท่าทีชองผู้คนในสโมสรประเภทนี้สักเท่าไหร่

 

รถโตโยต้าสีเขียวจอดเทียบที่ลานจอดรถ  ประตูรถถูกเปิดออก

 

สาววัยรุ่นเจ้าของความสูงขนาดเกือบร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรก้าวลงจากรถ 

 

เธอคือฝน อดีตดาวมหาวิทยาลัยที่เป็นที่กล่าวขวัญเมื่อห้าหกปีก่อน

 

ฝนรวบผมปล่อยปลายสยายอยู่บนบ่า

 

เธออยู่ในชุดเสื้อลำลอง กางเกงยีนส์สามส่วน  

กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่สโมสร 

 

ฝนสังเกตุเห็นรุ่งซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ รั้วสโมสร หน้าตาคุ้น ๆ

เหมือนกับเคยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน

 

เธอเดินเข้ามาหารุ่ง

 

“นี่เธอ เด็กหอการค้าหรือเปล่า ?” เธอพูดห้วน ๆ

 

รุ่งหันมาเห็นเธอ เขาเลิกคิ้ว

“ใช่ !”

 

“อยู่ห้องเอใช่มั้ย ? เคยเห็น”

 

“ใช่ครับ !  มาว่ายน้ำเหรอ ?”

 

“ไม่ได้ว่ายหรอก มาหาเพื่อน” เธอตอบ

 

“ผมก็มาหาเพื่อนเหมือนกัน โน่นไงครับ ! นั่งอยู่นั่น”

 

รุ่งชี้นิ้วไปยังวิทย์ และ ยิ้ม

 

ฝนมองตามไป

 

“เธอรู้จักยิ้มด้วยเหรอ ? ”

 

รุ่งเลิกคิ้วถาม

“ทำไมครับ ? ไม่เคยเห็นผมยิ้มหรือไงครับ ? ”

 

ฝนหัวเราะ “ไม่ใช่ !  หมายถึง เพื่อนฉัน โน่น ! ชื่อยิ้ม รู้จักหรือเปล่า ? ”

 

“อ้อ… รู้ครับ ! เคยคุยกัน แล้วรู้จักไอ้ตัวนั้นมั้ยครับ ? ” รุ่งชี้มือไปที่วิทย์

 

“ไหน ? ตัวอะไร ? ” เธอมองตามมือเขา

 

“ก็ไอ้ตัวที่เพื่อนคุณนั่งคุยด้วยน่ะ  เพื่อนผมครับ ชื่อวิทย์”

 

ฝนหัวเราะ “ไม่เคยเห็นหรอก ! เด็กหอ ฯ เหมือนกันหรือเปล่า ? ”

 

“ใช่ครับ ! ไม่เคยเห็นหรือครับ ?   ไอ้ตัวนี้มันหายากครับ

นาน ๆ จะมาเพ่นพ่านให้เห็นซักที”

 

รุ่งพูดหน้าตาเฉย เขายืนมองไปที่วิทย์

 

ฝนหัวเราะคำพูดและท่าทางเขา ดูช่างกวนซะจริง ๆ

 

“สนิทกันเหรอ ? เอ… ไม่ยักรู้ว่า

ยิ้มรู้จักเพื่อนห้องเอด้วย”

 

รุ่งหันมา

“ธรรมดาไอ้วิทย์มันใส่แว่นครับ พอถอดแว่นแล้วเลยไม่คุ้น”

 

ฝนพูดขึ้น “เดี๋ยวฝนไปนั่งคอยที่สโมสรก่อน จะไปนั่งด้วยกันมั้ย ? ”

 

รุ่งมองไปที่สโมสร “ไม่ดีกว่า ! คนเยอะ ไปเถอะ เดี๋ยวผมเดินรออยู่แถวนี้”

 

ฝนมองไปที่สโมสร เธอเห็นด้วยว่าคนพลุกพล่านเหลือเกิน

 

“งั้นไปรอที่ห้องอาหารก่อนก็ได้ ไปมั้ย ? ”

 

รุ่งมองไปที่ห้องอาหาร “ได้ ก็ได้!”

 

ฝนเดินนำรุ่งไปที่ห้องอาหาร

 

***********************************************************************

 

ทั้งสองได้ที่นั่งติดกับกระจก มองเห็นสระใหญ่ที่กว้าง

และ ดูสบายตา 

 

 

โต๊ะข้าง ๆ มีหนุ่มในวัยเดียวกันสามสี่คนนั่งอยู่

 

“เธอไม่ว่ายน้ำกับเขาด้วยเหรอ ? ”

 

รุ่งยิ้มมุมปาก “ว่ายไม่เป็นครับ โดดลงไปนี่ก็ตายแล้ว”

 

“แล้วทำไมไม่หัดล่ะ ? ”

 

“คุณจะสอนเหรอ ? ” เขาเลิกคิ้วถาม

 

ฝนเงียบ เธอนึกเกลียดขี้หน้ารุ่งกับคำพูดกวน ๆ ของเขาขึ้นมาทันที 

 

ฝนหันไปมองทางอื่นเพื่อฆ่าเวลา

 

หนุ่มโต๊ะข้าง ๆ เริ่มส่งยิ้มให้ฝน  เธอทำเป็นเฉยแล้วเชิดหน้า

สักพักหนึ่ง สาวหน้าหมวย ตัวเล็กกระทัดรัด

เดินออกมาจากสโมสรในสภาพผมยังไม่แห้งสนิท

 

สะพายย่ามเดินเข้าห้องอาหาร เห็นเพื่อนก็ทักขึ้นทันที

 

 

 

“ฝน มาแล้วเหรอ ? ”

 

ฝนโบกมือให้  ยิ้มค่อย ๆ เดินผ่านโต๊ะอื่นเข้ามา

 

สาวหมวย ส่งยิ้มให้รุ่ง

 

“หวัดดีค่ะ ! มารอวิทย์เหรอ ทำไมไม่ว่ายด้วยกันล่ะ ?”

 

ยิ้มเลื่อนเก้าอี้ออก แล้วทรุดตัวลงนั่งกลางระหว่างฝน และ รุ่ง

 

“หวัดดียิ้ม ! ไม่หรอก เราเป็นโรคกลัวน้ำน่ะ ยังไม่ได้ฉีดยาเลย”

เขาพูดเล่นกับเธอแล้วยิ้มให้

 

“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นรุ่งที่ป้ายรถตอนเช้าบ้างเลย ไม่ได้ขึ้นรถเมล์แล้วเหรอคะ ? ”

ยิ้ม ยิ้มได้น่ารักสมชื่อ

 

“ขาไปไม่ได้ขึ้นแล้ว ติดรถคนที่บ้านไปลงที่ทำงาน แล้วยิ้มยังขึ้นรถเมล์ป้ายเดิมเหรอ ?

จะได้มาดักรอเวลาเดิมทุกวัน”

 

รุ่งกระเซ้าเธอ

เขาพูดจากับยิ้มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าพูดกับเพื่อนเธออย่างเห็นได้ชัด

 

“ค่ะ ! ยังออกเวลาเดิม ไม่อยากออกสาย 

ออกสายแล้วรถติดหน้าราม ฯ เป็นชั่วโมง”

 

ยิ้มหันไปหาเพื่อน “ว่าไงฝน มานานยัง ? ”

เธอเอามือตบขาเพื่อน

 

ฝนยิ้มให้ “สักพักน่ะ !”

 

“อ้อ แล้วนี่รู้จักกันรึยัง ? สองคนนี่” เธอหมายถึงฝนกับรุ่ง

 

ฝนตอบ “รู้ว่าอยู่ห้องเอ เคยเห็นหน้า”

 

“แต่ยังไม่รู้ชื่อ ? ” ยิ้มเลิกคิ้วถามฝน แล้วหันมาหารุ่ง “เหรอคะ ? ”

 

รุ่งยิ้มให้

 

“อ้าว แล้วนั่งคุยอะไรกันอยู่ล่ะ ?   นี่ค่ะ นี่ฝนค่ะ แต่คงไม่ต้องแนะนำมากเนอะ

เธอดังอยู่แล้วนี่”

 

ฝนกระเซ้าเพื่อน แล้วแนะนำต่อ

 

“นี่ก็  รุ่ง อยู่ห้องเอแหละ ฝน” เธอหันไปพูดกับเพื่อน

 

ฝนได้ยินชื่อก็ขมวดคิ้ว

“รุ่ง เอ๊ะ เธอรึปล่าว ที่ ?….” เธอพูดแล้วก็หยุดกลางคัน

 

รุ่งมองหน้าฝน “ผมทำไมเหรอครับ ?”

 

“ปล่าว ! ไม่มีอะไรหรอก” ฝนสั่นหัว

เธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แต่ไม่อยากพูด

 

รุ่งหันมาถามยิ้ม “ห้องน้ำอยู่ที่ไหนครับ ? ผมขอไปเอาน้ำออกก่อน”

 

ยิ้มชี้ไปที่สโมสร “อยู่ข้างในนั้นค่ะ”
 

รุ่งลุกขึ้นเดินออกไป

 

ฝนรีบพูดขึ้น “ยิ้ม ฉันจำได้แล้ว ! พอได้ยินชื่อ ใช่ ! จำหน้าได้ด้วย แสบมากนะ”

 

ยิ้มขมวดคิ้ว “เธอมีอะไรกับรุ่งเหรอ ? ”

 

ฝนท้าวความหลัง “เธอจำตอนที่ชั้นแข่งวอลเลย์บอลคณะได้มั้ย ปีสองน่ะ ?”

 

เพื่อนพยักหน้า “อือ ได้ !”

 

“ก็ตอนเราแข่งแต้มสุดท้าย แล้วชนะ แล้วโค้ชกับตัวสำรอง

ก็วิ่งลงไปกอดกัน

 

ชั้นจำได้ว่า …..ไอ้นี่วิ่งลงไปด้วย”

 

เพื่อนเลิกคิ้ว “วิ่งลงไป… ทำไม ?”

 

“มันวิ่งลงไปกอดด้วยอ่ะ บ้าจริง ๆ  !

มันวิ่งกอดไปทั่วเลย แล้วพวกเราก็ไม่รู้ตัวหรอก

เพราะกำลังดีใจ คนนั้นกอดคนนี้”

 

ยิ้มหัวเราะชอบใจ “ฮะ ฮะ ฮ่า ๆๆๆ”

 

“ชั้นก็ดีใจกอดกับคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง หันมาไอ้นี่ก็ดึงชั้นไปกอด ไม่ได้ทันระวังตัว

แต่จำได้มันกอดเต็ม ๆ เลย  จำชื่อได้ เพราะเพื่อนในทีมรู้จัก บอกว่าชื่อรุ่ง”

 

ยิ้มยังหัวเราะไม่หยุด

“เอิ๊ก ๆ ฮ่า ๆๆๆๆ… ถ้างั้น รุ่งก็จำเธอได้สิ ? ”

 

“ชั้นว่าไม่นะ ! เพราะท่าทางไม่เหมือนกับจำได้”

 

“แหม เค้าเคยกอดเธอเค้าจะจำไม่ได้ได้ไง ?”

 

“โอ้…ยิ้ม ! เธอรู้มั้ย ? ตอนนั้นไอ้บ้านี่มันกอดเกือบครึ่งทีม

มันคงจะจำได้หรอกว่ากอดใครไปบ้าง คนอื่นไม่รู้นึกว่าเป็นพวกสต๊าฟโค้ช ”

 

ยิ้มยังหัวเราะต่อ “บ้าที่สุด ! เหอ ๆๆๆ ! ฮ่า ๆๆๆ !”

    
******************************************************************
    

รุ่งเดินออกจากห้องน้ำสโมสร 

 

…ผ่านบริเวณล๊อคเกอร์ กลุ่มสมาชิกสโมสรชายหญิงทั้งหลาย ยืนจับกลุ่มคุยกัน 

 

ห่างจากล๊อคเกอร์หญิงเล็กน้อย มีกลุ่มสาวรุ่นสามคนยืนคุยกันอย่างสนุกสนาน

 

รุ่งยืนมองสาวที่ร่างบอบบางที่สุดผมยาวหัวเราะร่าเหมือนเด็ก ๆ  ดูน่ารัก 

 

เธอเหลือบมาเห็น รุ่งส่งยิ้มให้ทันที 

 

สาวส่งยิ้มตอบพร้อมผงกหัวเล็กน้อย เหมือนกับคนเคยรู้จักกันมาก่อน

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

 

เพื่อน ๆ เธอมองมาที่รุ่งด้วยความสงสัย

 

ผัวะ ! …..บ่ารุ่งถูกตบอย่างแรง

 

“เฮ่ย รุ่ง !”

 

เพื่อนหน้าตี๋โผล่พรวดเข้ามา “มึงรู้จักเขาเหรอวะ ? ”

 

วิทย์ขยับแว่นแล้วมองไปทางสาวน้อย

 

“เปล่า !” เขายักไหล่ “กูเห็นว่าน่ารักกูเลยยิ้มให้ แค่เนี้ย เขาก็ยิ้มตอบ”

 

วิทย์มองไปที่กลุ่มสาว ๆ

 

“น่ารักเชียวว่ะ มึงไม่รู้จักแน่เหรอ ? ทำไมเขายิ้มให้มึงวะ ? ”

 

“ไม่รู้จักจริง ๆ กูก็งงเหมือนกัน กูยิ้มให้เพราะเขาน่ารัก” รุ่งพูดซื่อ ๆ

 

“เออ แล้วเขาก็ยิ้มให้มึง ให้มันได้ยังงี้ซีวะ มึงนี่เจออะไรแบบนี้เรื่อยเลย”

 

รุ่งเชิดหน้าแล้วยักคิ้ว

“มึงไม่รู้เหรอ กูนี่แหละ เทพบุตรมาเกิด ?”

 

“ถุย ! พอได้ทีหน่อยยกหางเลย”

 

วิทย์เดินผละออกมา รุ่งหันไปมองสาวกลุ่มนั้นอีกครั้ง

 

เขายิ้มให้เธออีกครั้งแล้วเดินตามวิทย์ออกมา

 

“เฮ้ยวิทย์ !  นี่มึงชวนยิ้มเขาหรือยัง ?

มึงรู้มั้ยว่าเพื่อนเขามาด้วย ?”

 

วิทย์หยุดเดิน นิ่ง นึกสักครู่

“เออ กูชวนแล้ว !”

 

รุ่งพยักหน้า “เออ ดีแล้ว ! มีปากก็พูดไปซะ” พูดจบรุ่งก็เดินนำเข้าห้องอาหาร

 

วิทย์นึกอะไรได้ก็ผลุนผลันตามเข้ามา

 

“รุ่ง เดี๋ยวก่อน ! กูจะเล่าอะไรให้ฟังก่อน”

 

วิทย์ฉุดแขนไว้

“ไปนั่งโต๊ะโน้นคุยกันก่อน !”

 

วิทย์ลากรุ่งมานั่งที่โต๊ะว่าง ถัดจากโต๊ะของยิ้มมาสองโต๊ะ

 

“อะไรวะ ?มีแผนอะไรเหรอ ? ” รุ่งชะโงกหน้ามาใกล้

 

“คือ กูชวนยิ้มน่ะ มึงรู้มั้ยกูชวนยังไง ? ”

 

“จะไปรู้ได้ไง ! มึงยังไม่เล่านี่ แล้วเขานัดกับฝนไว้ไปไหนกันก็ไม่รู้

มึงจะตามเขาไปหรือไง ? ”

 

วิทย์สั่นหัว

“ไม่ใช่ ! เขาจะไปกับเรา”

 

รุ่งได้ยินก็ร้องดังลั่น “อะฮ้า….!” 

 

ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะทำได้สำเร็จ !

 

“ว้าว… โอมายก๊อด ! มายเฟรนด์ อัลเลลูยา มุสตาฟา พาราเซตามอล”

เขาหัวเราะดังลั่น “ไม่เลวเว้ย ! เพื่อนกู”

 

วิทย์เอื้อมมือมาอุดปากเพื่อน

“เบา ๆ ซี่ ไอ้เวร ! คนทั้งห้องอาหารหันมามองมึงแล้ว”

 

รุ่งหัวเราะเบาลง

“นี่ถ้าครั้งแรกชวนง่ายอย่างนี้  หมายความว่าเขามีใจให้มึงแล้ว”

 

วิทย์กลืนน้ำลาย

“รุ่ง ฟังกูก่อน ! มันไม่ใช่ง่ายแบบนั้น กูจะบอกมึงว่ากูชวนยังไง เขาถึงยอม”

 

รุ่งเงี่ยหูเข้าใกล้ “ว่ามา ! ลูกพ่อ”

 

วิทย์ค่อย ๆ พูดเบา ๆ

“คือ ตอนอยู่ในสระ กูก็ชวนยิ้มคุยเรื่องอื่นไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มตั้งแต่

ถามเขาว่ารู้จักมึงมั้ย เขาก็บอกว่ารู้จัก มึงรู้มั้ยว่าเขาชอบมึง ? ”

 

รุ่งทำตาโต “เฮ่ย ! พูดเป็นเล่น”

 

วิทย์รีบพูดต่อ

“เดี๋ยว ! กูไม่ได้หมายความว่าชอบแบบนั้น กูหมายถึง

เขาชอบอัธยาศัยมึงที่คุยสนุก แล้วก็เป็นกันเอง”

 

“อ้อ แล้วไป !” รุ่งถอนหายใจ

 

“แล้ววันนี้ จริง ๆ เขานัดฝนไว้ไปดูหนังรอบเย็น 

ทีแรกกูก็คิดว่าคงชวดแล้ว เลยนึกอะไรได้

กูเลยบอกยิ้มว่า กูกำลังจะช่วยมึงทำอะไรบางอย่าง แต่ถ้ามีเขาร่วมมือด้วย

ก็จะยิ่งง่ายขึ้น เขาจะช่วยมั้ย ?

เขาก็บอกว่าเอาสิ ถ้าเขาทำได้เขาจะทำ”

 

รุ่งขมวดคิ้ว “มึงให้เขาช่วยอะไรกูวะ ? ”

 

วิทย์หยุดคิดสักพัก เขามองหน้าเพื่อนรัก แต่ไม่กล้าพูด

 

“เฮ่ย ! มึงจะบอกกูมั้ย ? เงียบทำไมวะ ? ”

 

“กูบอกยิ้มว่า เราสองคนอยากชวนฝนไปกินข้าวเย็นด้วยกันเย็นนี้ ไปกันสี่คน

กูบอกเขาว่า มึงชอบฝน อยากให้เขาช่วยเป็นแม่สื่อหน่อย”

 

รุ่งได้ยินชัดเจน เขาทำตาโต มองหน้าเพื่อนรัก แล้วตะโกนลั่น

 

“อ้ายชิบหาย ! ”

 

แล้วเท้าเขาก็ไวเท่าความคิด เขาถีบเก้าอี้ที่เพื่อนรักนั่งอยู่ล้มหงายลงกับพื้น

 

“เฮ้ยยยย !!!” โครม !   “…โอ๊ย !”

 

สายตาของคนทั้งห้องอาหาร หันมามองหนุ่มที่น่าสงสาร

หงายหลังนอนอยู่บนพื้น

 

เสียงสาวบางคนร้องว้ายตามไปด้วย ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ มาจากมุมอื่นของห้อง

 

รุ่งลุกขึ้นยืน ทำท่าจะด่าต่อ “ไอ้สันดาน !….”

 

วิทย์รีบลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นแล้วยื่นมือเข้าไปอุดปากรุ่ง

 

ยิ้มกับฝน มองมาอย่างหน้าตาตื่น

 

วิทย์ล็อคคอรุ่งแล้วลากเดินออกไปนอกห้องอาหาร

 

 

“ปล่อยกู ! ไอ้ลูกหมา ! กระเดือกกูจะพังแล้ว”

รุ่งร้องอู้อี้

 

วิทย์ยอมปล่อย

“เออ เออ ปล่อยแล้ว ! อย่าตะโกนอีกนะเว้ย !”

 

รุ่งตั้งตัวได้เริ่มด่าต่อ

“มึงน่ะมึง ! ทำไมมึงสันดานอย่างนี้วะ ? พูดหมา ๆ อย่างนั้นได้ไง ?

ไอ้ห่า ! กูเคยไปชอบอะไรนังฝนนั่น ? ”

 

วิทย์ยิ้มแหย ๆ “เฮ่ย ! คนเขาออกสวย  มึงกะกูยังเคยวิ่งไล่กอดเค้าเลย”

 

เพื่อนจ้องหน้า

“กูเหรอ ? วิ่งไล่กอดเค้า เมื่อไหร ? ่”

 

“ก็ตอนแข่งวอลเลย์ไง ! ที่มีมึงกูกะไอ้จิ๊บ วิ่งไปกอดกับพวกนักกีฬาไง”

 

รุ่งหยุดคิด “แล้วฝนนี่อยู่ในทีมด้วยเหรอ ? ”

 

 

“อยู่ซีวะ ! ก็ดรัมเมเยอร์คณะอะ คนที่สวยที่สุดในทีม

หุ่นแบบนางแบบไง ?

 

มึงจำได้ปะ ? ที่เราคุยกันไงว่า

ถ้าชนะจะผสมโรงวิ่งไปกอดคนนี้คนแรกเลย”

 

ความจำเริ่มกลับมา รุ่งพยักหน้า

“อ๋อ… เบอร์เก้า ! จำได้ ! ขาเรียวยังกะนางแบบ เออ…จำได้แล้ว”

 

รุ่งนึกแล้วก็ตลกตัวเอง

“เออ… ตอนนั้นทำไปได้ไงวะ ? บ้าชิบหาย !  ตอนแรกไม่กะวิ่งไปทางนั้น

จำได้กะจะกอดเบอร์ห้าตัวเล็ก ๆ ที่เป็นเฟรชชี่อะ 

 

แต่พอวิ่งเข้าไปตรงกลาง เจ๊นี่หันมาพอดี กูกอดเลย  เต็ม ๆ เลย”

 

“มีมึงคนเดียวได้กอดฝน กูกะไอ้จิ๊บชวด ได้กอดแต่พวกตกสเป๊ค  เป็นไง ?

จำได้แล้ว เริ่มชอบรึยัง ?”

 

“อ้ายซ่งเอ๊ย !” รุ่งสวนกลับ “กูไม่เคยคิดอยากจะจีบผู้หญิงแบบนี้เลย

ให้โกหกกันเรื่องนี้ ไม่ได้ว่ะ เรื่องนี้กูช่วยไม่ได้ ไปหาทางอื่นแล้วกัน”

 

วิทย์จับแขนรุ่ง “เฮ่ย รุ่ง ! อย่าเพิ่งโกรธซีวะ อะไรกัน ฝนเขาทั้งสวยทั้งหุ่นดี”

 

รุ่งมองหน้าวิทย์เหมือนกับจะกินเลือด

 

“อ้ายวิทย์ ! มึงคบกูมาตั้งแต่เด็ก มึงเห็นกูเป็นอ้ายโง่เหมือนคนอื่นหรือไง ? ”

 

รุ่งทิ้งคำพูดแค่นี้ เขาแน่ใจว่าเพื่อนรักเข้าใจ

 

“เออ เออ รู้แล้ว รู้แล้ว !” วิทย์เริ่มพูดแก้ขวย

 

“กูมันปากไวไปหน่อย ไม่ได้นึก แต่ตอนนั้นมึงไม่อยู่ กูไม่รู้จะขออนุญาตมึงยังไงนี่หว่า”

 

รุ่งยืนมองหน้าเพื่อน ถอนหายใจ มองซ้ายมองขวา อารมณ์เริ่มเย็นลงบ้าง

 

“ถ้าให้จีบคนอื่นกูยังช่วยเออออได้  จริง ๆ น่ะ ยิ้มยังน่ารักกว่าเลย”

 

น้ำเสียงเขาเริ่มลดลง 

“แล้วพวกมึงจะไปไหนกัน ? กูไม่มีเงิน อย่าดันเลือกที่แพงแล้วกัน”

 

“เงินเดือนมึงได้ขึ้นหรือยัง รุ่ง ?”

 

เพื่อนสั่นหัว

“ยัง ! สงสัยเค้าไม่ขึ้นให้กูแล้ว

คิดว่าเจ้านายไม่ชอบหน้ากูว่ะ”

 

“แล้วเดือน ๆ นึง มึงมีเงินพอใช้เหรอ ?  คนอื่นเค้าได้เงินเดือนจะสองหมื่นแล้ว

มึงยังหมื่นต้น ๆ ชิบหายเอ๊ย !

ลาออกมาอยู่บริษัทกูเหอะ ! บริษัทกูยังรับเซลส์ใหม่อีก”

 

“วัน ๆ กูไม่ได้ใช้อะไรมาก ก็ยังพอเลี้ยงตัวได้

แต่เดือนนี้ กูเก็บเงินซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณย่า เลยต้องเซฟ ๆ หน่อย”

 

“อือ… ต้องเอาของขวัญไปให้หลังเที่ยงคืนอีกหรือเปล่า ?”

 

“ปีนี้ ไม่ต้องปีนเข้าไป น้องวิจะช่วยเปิดประตูให้”

 

“แม่ง…ชีวิตมึงนี่แปลก ! จะเข้าไปหาย่าตัวเอง

ต้องหลบ ๆ ซ่อน 

เรื่องค่าแดกไม่ต้องห่วงหรอก กูออกให้”

 

“ไม่ต้อง ไม่ต้อง กูออกเอง  แต่คืนนี้ ก่อนจะแยกกัน มึงต้องเล่าความจริงให้ยิ้มฟัง

แล้วถ้าฝนรู้เรื่องนี้แล้ว มึงก็ต้องไปเล่าให้เขาฟังด้วย อย่าให้เขาเข้าใจกูผิด”

 

วิทย์ชูสามนิ้วขึ้นเหมือนลูกเสือ

“ข้ายอมรับผิด และจะปฏิบัติตามครับผม”

 

รุ่งยื่นมือไปเขกหัววิทย์อย่างแรง  แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องอาหาร

 

วิทย์คลำหัวป้อย ๆ แล้วเดินตามเข้าไป

**************************************************

Leave a Reply