นิยายหมอเถื่อน ตอน 4 แฟนนี่ แม่มดน้อย

รุ้ง ถอนหายใจยาวหลาย ๆ ครั้ง

 

สองสัปดาห์ที่ผ่านมามันหนักหนาจนทำให้เธอท้อใจ

 

แค่ลูกสาววัยสิบสี่ปีคนเดียว ก็ทำให้เธอเหนื่อยใจได้ขนาดนี้

 

ความเป็นแม่… ประสบการณ์ที่ไม่มีวันเต็ม

 

จะต้องเป็นแม่คนสักกี่ปี ถึงจะรู้ครบทุกด้านว่า ควรเลี้ยงลูกอย่างไรให้ดีที่สุด  ?

 

ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นมาทุกวัน มันไม่ได้ซ้ำเดิมเลย  

พรุ่งนี้จะมีอะไรใหม่อีก เมื่อไหร่เธอถึงจะเป็นแม่ได้สมบูรณ์เสียที ?

 

นาฬิกาบนผนัง บอกเวลาหนึ่งทุ่มตรง…

 

ลูกสาวขลุกอยู่ในห้องตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน

 

คงอีกไม่กี่นาที  สองสัปดาห์ที่แย่ที่สุด ก็คงจะหมดไป 

 

ชาตรีจากไปนานเหมือนแรมเดือน  เธออยากเพียงแค่เห็นหน้าเขาแล้ววิ่งเข้าไปซบอก 

 

เขารู้วิธีจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างฉลาด  โดยเฉพาะเรื่องลูกสาว

 

เสียงรถยนต์จอดหน้าบ้าน

 

รุ้งรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ หวีผม 

 

เธออยากให้สามีเห็นเธอในสภาพที่ดีกว่านี้ 

ไม่ใช่แม่บ้านหน้าละเหี่ยแบบนี้

 

 

เสียงตึงตังดังมาจากชั้นบน 

ลูกสาวรีบวิ่งลงบันไดลงมา เปิดประตูออกไปรับพ่อ

 

รุ้งเดินออกมาหน้าบ้าน เห็นลูกสาวกับสามียืนกอดกันกลม

 

 

“คิดถึงพ่อค่ะ !” ลูกสาวโน้มตัวพ่อลงมาหอมแก้ม

 

“คิดถึงแฟนนี่เหมือนกัน” พ่อหอมแก้มลูกสาว “แม่ทำอะไรอยู่ ?”

 

“ไม่ทราบค่ะ !  เดี๋ยวแฟนนี่ช่วยถือใบนั้น”

 

สาวน้อยช่วยคุณพ่อถือกระเป๋าใบเล็กที่สุด

“มีอะไรเล่าให้พ่อฟังตั้งเยอะ  โอ๊ะ ! ใบนี้หนักจัง เห็นใบเล็กไม่น่าจะหนัก

สงสัยมีของฝากแฟนนี่เยอะ”

 

เธอพยักหน้าแล้วหัวเราะคิก ๆ

 

รุ้งเดินออกไปช่วยรับถุงเล็กถุงน้อย

 

“อ้าว รุ้ง  อ้า…! นี่ไง แม่ลงมาไม่ทันลูกซะแล้ว 

ตอนโทรมาก็นึกว่าจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่วันนี้รถโล่ง มาถึงเร็วหน่อย”

 

รุ้งยิ้มให้สามี เธอไม่ได้พูดอะไร ค่อย ๆ ถือของเดินเข้ามาในบ้าน

 

*******************************************************

 

สองทุ่ม…

 

ชาตรีเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอน

 

มองเสื้อผ้า สัมภาระต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้นห้องนอน

 

ภรรยากำลังคัดเสื้อผ้าที่ต้องซักออกมาต่างหาก

 

เขาก้มลงประคองตัวเธอขึ้นมา

“เดี๋ยว ไว้ค่อยจัดทีหลัง ยืนขึ้นก่อน !”

 

ชาตรี ดึงเธอเข้ามากอดไว้ แล้วลูบหัว

“เป็นไง ?  จะเล่ามาได้หรือยัง ?”

 

“หือ ?” รุ้งผงะหัวออกมามองหน้า

 

“หือทำไมเล่า ? คุณจะเล่ามาเอง หรือ จะให้ผมเดา ?”

 

“เรื่องอะไร ?”

 

เขาถอนหายใจแล้วยิ้ม

“ผมดูออกตั้งแต่หน้าบ้านแล้ว

คุณน่ะเก็บอารมณ์ไม่อยู่หรอก เป็นยังงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร 

 

แต่ความจริง ผมจะบอกให้ก็ได้ว่า ตั้งแต่ผมโทรหาคุณจากแคนาดาวันก่อน

ฟังเสียงคุณ ผมก็รู้แล้วว่ามีอะไรแน่ ๆ

มีอะไรหือ ?

 

…. อย่าให้ผมเดาน้า… ผมเดาน่ะ คงถูกแหง ๆ”

 

รุ้งยิ้ม แล้วซบหัวลงที่หน้าอกสามี

“ชาตรี คุณว่าชั้นเป็นแม่ที่แย่มากมั้ย ?”

 

สุดคำพูดสุดท้าย น้ำตาลูกผู้หญิงก็เริ่มไหลออกมาพร้อมเสียงฮือเบา ๆ

 

ชาตรีประคองภรรยามานั่งบนเตียง  หยิบกระดาษซับน้ำมูกน้ำตาให้ภรรยา

 

รุ้ง เริ่มระบายความในใจ

“ชั้นคิดอยู่เสมอว่า ชั้นจะไม่ยอมให้ใครเอาแฟนนี่ไป

ถึงแม้ฤาษีจะมาเอาคืนก็ตาม ชั้นก็จะไม่ให้

 

แต่การที่ไม่ยอมให้คืนดี ๆ  เค้าจะทำให้ลูกไม่รักเรามากขึ้นเรื่อย ๆ 

 

สุดท้าย ไม่ให้คืน ก็เหมือนให้คืน เพราะลูก ก็จะไม่รักเราเหมือนเดิม”

 

ชาตรี หัวเราะเบา ๆ

“คุณพูดอะไรของคุณ ?  รุ้ง  คุณเล่าแบบนี้ ผมไม่รู้เรื่อง

 

มันจะอะไรใหญ่โตขนาดนั้น  คุณค่อย ๆ เล่ามาทีละเรื่องเถอะ 

แค่สิบกว่าวัน มันจะมีอะไรเกิดขึ้นมากขนาดนั้นเชียวเหรอ ? ”

 

ภรรยา มองตาสามี

“ชาตรี วันก่อน ชั้นเจอหนังสือเกี่ยวกับฤาษีที่ห้องแฟนนี่”

 

ชาตรีขมวดคิ้ว “หา ! เหรอ ? ”

 

คำพูดนี้ทำให้เขาแปลกใจเหมือนกัน

 

“นั่นไง !  เป็นคุณ คุณจะคิดว่าไงล่ะ ?

 

สุดท้าย เขาก็หาทางของเขาจนเจอ 

 

ฤาษีพาลูกมาให้เรา ฝากให้เราเลี้ยง แล้วพอถึงเวลา ฤาษีก็มาเอาคืน 

ชั้นกลัวเวลานี้มานานมาก ไม่นึกว่า วันนี้จะต้องมาเจอเหตุการณ์นี้จนได้”

 

ชาตรีไม่ได้ปักใจเชื่อเรื่องพวกนี้มากเท่าภรรยา 

 

กับแค่การฝันว่า มีใครนำเด็กมาให้ระหว่างตั้งท้อง

มันก็ไม่หมายความว่า เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกเรา

 

“ใจเย็นก่อนนะ รุ้ง !

ผมก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไมแฟนนี่เอาหนังสือเกี่ยวกับฤาษีมาอ่าน 

 

แต่ คุณอย่าเพิ่งคิดไปในแง่ลบ เราก็เคยได้ยินว่า

คนตั้งท้องหลายคน ฝันว่าเจ้าแม่กวนอิมพาเด็กมาให้ 

แต่ก็ไม่เห็นมีรายไหนที่เจ้าแม่ท่านเอาคืน 

 

ลูกก็เป็นลูกของเค้า เค้าคลอดมา ก็เป็นลูกเค้า 

แล้วคนพวกนั้นก็ถือว่าเป็นมงคลที่ลูกเค้าจะมีเจ้าแม่กวนอิม

คอยคุ้มครอง 

 

ทำไมเราไม่คิดอย่างนี้บ้าง ?  

 

ฤาษีท่านเอาเด็กมาให้ เด็กคนนี้ก็มีท่านคุ้มครอง แต่ยังไงก็เป็นลูกเรา”

 

“ชั้นก็คงจะคิดอย่างนั้นได้  ถ้าแฟนนี่ไม่ได้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปแบบนี้ 

 

ก่อนนี้ แฟนนี่ก็เริ่มห่าง ๆ กับชั้น ไม่ค่อยเข้าหา 

แต่แฟนนี่สนิทกับคุณเหมือนเดิม 

 

แต่กับชั้น มันมีอะไรก็ไม่รู้ 

 

ชั้นไปทำอะไรให้แกเกลียดแกกลัว ? 

 

ยิ่งเป็นห่วงมากเท่าไหร่ เหมือนกับยิ่งห่างออกไป 

 

พอยิ่งตอนคุณไม่อยู่ ยิ่งไปกันใหญ่”

 

 

“มีอะไรตอนผมไม่อยู่ ? ไม่เห็นคุณเล่าทางโทรศัพท์เลย ?”

 

 

“แฟนนี่  เริ่มล็อกประตูห้อง ทุกเย็น  กลับมาแล้ว เข้าห้องล็อกประตู 

 

 

กลางคืนออกมาเข้าห้องอาบน้ำ เสร็จแล้วกลับเข้าห้อง ล็อกประตู 

 

แฟนนี่ไม่เคยทำยังงี้มาก่อน  เหมือนกับเค้าปิดบังอะไรอยู่”

 

“คุยโทรศัพท์ล่ะสิ !”

 

“ไม่ใช่ เพราะอะไรรู้มั้ย ?  

 

 

มีวันนึง ชั้นออกไปหน้าปากซอย โทรกลับเข้ามาจะถามว่าจะให้ซื้ออะไรมากินตอนเย็น 

ไม่มีสัญญาณ

 

แฟนนี่ปิดโทรศัพท์ตลอด 

 

ชั้นกลับมาถึงบ้าน เดินไปบิดประตูห้อง

ห้องยังล็อกอยู่ 

 

แต่แฟนนี่มาเปิดให้ 

 

ชั้นถามว่า ปิดโทรศัพท์ทำไม ?

 

บอกว่ากำลังทำการบ้าน กลัวเสียสมาธิ”

 

สามีหัวเราะ

“รุ้ง… ไม่เอาน่า  คุณก็เคยอายุสิบสี่  ถ้าคุณหาเหตุผลกับลูกแบบนี้นะ ผมว่า..”

 

รุ้งสวนขึ้นทันที

“ฟังนี่ก่อน ชาตรี ! คุณฟังเรื่องนี้ แล้วคุณจะคิดใหม่ 

 

เงินสามพันดอลล์ปึกนั้น ที่หายไปทั้งซอง 

เราสองคนหากันแทบตาย

 

ชั้นว่าคุณน่าจะลืมไว้ในลิ้นชักรถ 

คุณว่าชั้นอาจจะจัดเข้ากระเป๋าใบไหนไปแล้วแต่หาไม่เจอ 

 

เราหากันแทบตาย ไม่เจอ 

 

ตอนคุณไม่อยู่ ชั้นเจอมันในลิ้นชักของแฟนนี่”

 

 

ชาตรีหยุดคิดทันที

“หา ! เป็นไปไม่ได้ !”

 

“มันเป็นไปแล้ว !

ชั้นเข้าไปเก็บเสื้อผ้าในห้อง  เปิดลิ้นชักชุดชั้นในของแฟนนี่

เจอมันวางหมกอยู่ใต้ชุดชั้นใน”

 

ชาตรีนั่งสั่นหัว เขาควรจะคิดว่าอะไรดี ถ้าไม่ใช่…

 

“คุณคิดว่า…”

 

ภรรยาเบือนหน้าไปทางอื่น  น้ำตาเริ่มไหล  เธอพูดด้วยเสียงเครือในลำคอ

 

“ไม่รู้สิ ชาตรี !  ชั้นคงเป็นแม่ที่แย่มาก ที่มีความคิดแบบนี้ 

แต่ชั้นก็จะบอกให้คุณรู้ว่าชั้นคิดยังไง

 

ชั้นไม่ได้คิดว่าแฟนนี่ตั้งใจขโมยเงินไปหรอกนะ

แต่ ชั้นว่าแฟนนี่เป็นคนเจอเงินนี้  แล้วไม่มาบอกชั้น

ทั้ง ๆ ที่เค้าก็รู้ว่าวันนั้น เราทะเลาะกันแทบตาย หาเงินปึกนี้    

 

แฟนนี่เค้าคงรอให้คุณกลับมาก่อน แล้วจะคืนให้คุณเอง 

 

ชั้นก็เลยยังปล่อยเงินไว้ในลิ้นชัก ไม่ได้บอกแฟนนี่ว่าชั้นรู้เรื่องเงินแล้ว

ชั้นจะลองดูว่า แฟนนี่จะบอกคุณเมื่อไหร่   

 

คุณเข้าใจมั้ย ? แฟนนี่เค้ายังเห็นคุณเป็นพ่อ แต่ไม่ได้เห็นชั้นเป็นแม่”

 

“ไม่เอาน่า ทำไมคิดซะเลยเถิดขนาดนั้น ? ”

 

ชาตรีโน้มหัวภรรยาเข้ามากอดอีก

“ไม่เอาน่า คุณคิดมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ”

 

“มันเป็นไปได้นะ ชาตรี ฤาษีอาจจะเริ่มเตือนเราแล้วว่า

นี่ไม่ใช่ลูกเรา !”

 

ชาตรีถอนหายใจ เรื่องนี้คงเหนื่อยกว่าที่เขาคิดไว้ตั้งแต่แรก

 

“รุ้ง ไม่เป็นไร !  ผมจะจัดการเรื่องนี้ 

 

ผมจะลองไปคุยกับแฟนนี่  ถ้าผมรู้ว่าแฟนนี่เจอเงินแล้วไม่บอกคุณ

ผมก็รับไม่ได้ 

 

ถ้าลูกคนนี้ไม่ใช่ลูกคุณ เค้าก็คงไม่ใช่ลูกผมด้วย !

 

คงต้องมีการสั่งสอนกันรอบใหญ่ซะแล้ว  อย่างนี้มากเกินไป 

จะเล่นสงครามเย็นแบบนี้  ผมยอมไม่ได้”

 

รุ้งนั่งสงบจิตใจบนเตียง 

 

เธอนึกถึงเรื่องราวสมัยเมื่อตั้งท้องลูกสาว

 

ความฝันที่มีฤาษีจูงเด็กหญิงคนหนึ่งเดินมาให้ ประทับอยู่ในใจเธอตลอด 

 

เธอเอื้อมมือไปรับเด็กหญิงคนนั้น  ในใจมีความปีติ ดีใจจนน้ำตาไหล

 

เธอนึกขอบพระคุณท่านฤาษีตนนั้นอยู่ตลอด 

 

ความรักในลูกสาวคนนี้ มีมากจนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความหวง ความระแวง

 

 

ครั้งนี้ เธอจะตั้งจิตใหม่ 

 

อธิษฐานกราบขอบพระคุณท่านฤาษีตนนั้น ที่มอบลูกสาวที่มีค่าที่สุดในชีวิตให้กับเธอ

และ ขอให้เธอได้มีโอกาสดูแลลูกสาวคนนี้ตลอดไป

 

ขอให้ท่านฤาษีดลใจให้ลูกสาวคนนี้รักเธอเหมือนกับที่เธอรัก


*****************************************************************************