นิยายหมอเถื่อน ตอน 2 : กตัญญู ต้องมีใบอนุญาตด้วยหรือ ?

หกโมงเช้า


คุณหมอเคาะห้อง 940 แล้วผลักประตูเข้าไป 

 

มีนางพยาบาลสาวถือประวัติ และ ผลเลือดเดินตาม

 

เพ็ญ….คนเฝ้าไข้ท่าทางเพิ่งตื่น

ลุกจากโซฟาห้องรับแขกเดินมา

 

คุณย่าเฉลานอนตาใสแจ๋วบนเตียง

ยกมือขึ้นไหว้คุณหมอ

 

อีกฝ่ายยกมือรับไหว้

 

“เป็นไงบ้างครับ ? คุณเฉลา เมื่อคืนนอนหลับสบายมั้ยครับ ?”

คุณหมอเดินเข้ามาข้างเตียง

 

“ค่ะ ! หลับสบายดี ” 

 

คุณหมอเงยหน้าดูปริมาณน้ำเกลือในขวด

 

“ผลเลือดออกมาแล้วนะครับ ไม่มีอะไรมาก

คุณเฉลาเป็นโลหิตจางนิดหน่อยน่ะครับ เม็ดเลือดต่ำเล็กน้อย 

น้ำตาลในเลือดสูงไปบ้างไม่มาก  อย่างอื่นก็ปกติ  

 

คุณเฉลาเพลียมากก็ตามประสาคนมีอายุน่ะครับ ไม่มีติดเชื้ออะไร ไข้ก็ไม่มี 

 

หมอให้ยาบำรุงเลือดไปนะครับ  ส่วนน้ำตาลไม่สูงมาก ยังไม่จ่ายยาให้นะครับ 

 

น้ำเกลือนี่จะหมดประมาณซัก แปดโมงเก้าโมงเช้า  

 

วันนี้บ่าย ๆ ดูอาการอีกทีนะครับ ถ้าไม่มีอะไร เย็นนี้ก็ออกได้ครับ”

 

คุณหมอหันไปสั่งงานพยาบาลเล็กน้อย แล้วหันมาหาคนไข้

 

“ผมไปก่อนนะครับ”  เขายกมือไหว้ แล้วเดินออกไปพร้อมพยาบาล

 

คุณย่าเฉลาหัวเราะ แล้วบ่นกับเพ็ญ

“อือ… ครั้งที่แล้วเข้าโรงพยาบาล เสียเงินสามหมื่นกว่าบาท หมอถามโน่นถามนี่

แล้วก็ให้ยามา  กินแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น”

 

เพ็ญหัวเราะ

“ค่ายาแพงจังนะคะ ถ้ามีลูกหลาน น่าจะส่งเรียนหมอ”

 

“ชั้นมีหลานเป็นหมอแล้ว คนเดียวก็พอ” 

 

คุณยายพูดด้วยความภาคภูมิใจ

 

***************************************************************************

เจ็ดโมงเช้า

 

เสียงเคาะประตูห้อง 940 ดังขึ้น  เพ็ญเดินไปแง้มประตูออกดู 

เห็นสาวรุ่นยืนอยู่หน้าประตูยกมือขึ้นไหว้

 

“สวัสดีค่ะ ! พี่เพ็ญ ทอมเองค่ะ !”

“อ้าวทอม ! มาแต่เช้าเชียว” เพ็ญเปิดประตูให้

 

“ใครมาน่ะ ? ” คนป่วย หยิบแว่นที่โต๊ะข้างเตียงมาใส่

 

“หนูค่ะ คุณย่า  ทอม !”

สาวทอมหอบกระเช้าผลไม้เล็ก ๆ เดินเข้าไปที่เตียง

 

“หนูเอาผลไม้มาฝากหวังว่าคุณย่าคงไม่ได้เป็นเยื่อหุ้มหัวใจ” 

เธอวางกระเช้าไว้ที่โต๊ะข้าง ๆ

 

คุณย่ายิ้ม หน้าตาเปลี่ยนเป็นสดชื่นทันที ยื่นมือให้จับ

 

“ย่าน่ะ ฝ่ายกล้ามเนื้อหัวใจจ้ะ  จะกินผลไม้มากเท่าไหร่ก็ยังขาดโปตัสเซียม

ทอม แล้วรุ่งล่ะ ? มาด้วยกันหรือเปล่า ? ”

 

สาวทอมหันหน้าซ้ายขวา ดูให้แน่ใจว่า

ไม่มีใครอยู่ในห้อง นอกจากเพ็ญ

 

“มาค่ะ ! รุ่งรออยู่ข้างล่าง ให้ทอมขึ้นมาก่อน 

เดี๋ยวทอมโทรไปเรียกรุ่งขึ้นมา

… คุณย่าคงเข้าใจนะคะ”

 

“จ้ะ ! ตอนนี้ไม่มีใคร ให้รีบขึ้นมาเถอะ ย่าคิดถึงจะตายแล้ว”

 

สาวทอมกดมือถือไปหาเพื่อน

“รุ่ง ! ขึ้นมาได้ ไม่มีใคร”

 

“ไม่มีใคร.. อ้าว ! แล้วย่าชั้นหายไปไหน ? ” เสียงปลายทางตอบมา

 

สาวถอนหายใจ

“ไอ้…! อย่าให้ชั้นด่าแกตอนเช้า เดี๋ยวแกจะซวยทั้งวัน รีบ ๆ ขึ้นมาซะ”

 

เธอกดวางมือถือ สั่นหัวกับเพื่อนที่แสนกวน

 

คุณย่าแบมือซ้าย ยื่นมาให้

“เอ้า ! แม่หมอ ดูให้ย่าหน่อยว่าย่าเป็นอะไร”

 

แม่หมอพยักหน้า เธอล้วงไปในกระเป๋าผ้า หยิบลูกดิ่งออกมา

 

“คุณย่าวางมือตรงนี้นะคะ เดี๋ยวหนูยืนตรงนี้ดีกว่า ถนัดกว่า”

 

ทอมจ่อลูกดิ่งบนฝ่ามือคุณย่า ขมวดคิ้วหน่อย ๆ 

เพ่งสมาธิไปที่ลูกดิ่ง

 

ลูกดิ่งดูดบ้าง แกว่งบ้าง สลับกันไปมา 

 

คุณย่ามองไป ยิ้มไป 

 

เธอรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่หลานชาย พาเพื่อน ๆ มาเยี่ยม  รู้สึกอบอุ่น และ

สนิทยิ่งกว่าหลาน ๆ ที่อยู่บ้านเดียวกัน 

 

สิ่งที่ปู่ของรุ่ง..สามีเธอที่ลาโลกไปแล้ว ได้ทำไว้กับครอบครัวรุ่ง  

มันเกินไปกว่าที่เธอจะให้อภัยตัวเอง 

 

ทำไมเธอถึงได้ปล่อยให้เรื่องมันบานปลายขนาดนั้น ?

 

“คุณย่าคะ !  คุณย่ามีเม็ดเลือดแดงไม่ถึงสามลิตร โลหิตจางค่ะ เพราะมีพยาธิไส้เดือน

เดี๋ยวหนูโทรบอกรุ่งให้เลยไปซื้อยาให้ก่อน แล้วค่อยขึ้นมา”

 

สาวทอมเดินเลี่ยงออกมาที่ห้องรับแขก โทรหาหลานย่า

 

คุณย่าเฉลามองหลานทอมด้วยความเอ็นดู 

 

ในหนึ่งเดือน เธอมีชีวิตอยู่ไปเรื่อย ๆ เพื่อรอวันที่รุ่งจะมาเยี่ยม 

 

วันไหนที่หลานชายคนนี้จะมา เธอจะแต่งตัวให้สวย แต่งหน้า แล้วหัวใจก็เต้นแรง

ชุ่มฉ่ำไปทั้งวัน

 

ทอมเดินกลับมาที่เตียง คุณย่ายื่นมือให้อีก

“ดูต่อสิจ๊ะ !”

 

ทอมสั่นหัว

“เดี๋ยวให้รุ่งมาตรวจให้ต่อดีกว่าค่ะ รุ่งเค้าอยากตรวจให้ย่าเค้าเอง 

นี่เมื่อกี๊ทอมโทรไป ไอ้รุ่งมันด่าทอม บอกว่าใครใช้ให้ตรวจให้ย่า 

แต่มันวิ่งไปซื้อยาถ่ายพยาธิแล้วค่ะ เดี๋ยวคงขึ้นมา”

 

ทอมหันหน้ามาหาเพ็ญแทน

“ว่าไงพี่เพ็ญ ? เป็นไงบ้าง ? ระหว่างรอรุ่ง ทอมตรวจให้พี่เพ็ญแล้วกัน”

 

เพ็ญยิ้มดีใจ

“ดีค่ะ ! รอมานาน ครั้งที่แล้วโน่นสองเดือน ให้พี่งดผลไม้ ไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือยัง

เดี๋ยวขอพี่ล้างมือก่อน”

 

************************************************

ประตูถูกเปิดอีกครั้ง  รุ่งโรจน์สะพายเป้ เดินเข้ามาในห้อง 

 

ทอมกำลังตรวจสุขภาพให้เพ็ญอยู่ที่ห้องรับแขก

 

เขาหันไปยกมือไหว้เพ็ญ แล้วยักคิ้วให้เพื่อนสาว  วางเป้ แล้วรีบเดินตรงไปที่เตียง

 

คุณย่าอ้ามือทั้งสองรอรับ 

หลานชายเข้าไปกอด แล้วจับมือย่าไว้

 

“คุณย่าเป็นไง ? ใครมาเฝ้าย่าล่ะ ?

พี่เพ็ญคนเดียวเหรอ ? ”

 

คุณย่าพยักหน้า ยื่นมือไปสัมผัสหน้าหลานสุดที่รัก

 

“ไม่ต้องมีใครหรอก ! มีเพ็ญคนเดียวก็พอ  คนอื่น เฝ้าก็เหมือนไม่เฝ้า

ย่าไม่สนใจใครหรอก ย่าน่ะความหวังทั้งหมดก็มีอยู่ที่รุ่งคนเดียว 

แล้วรุ่งก็ทำให้ย่าภูมิใจที่สุด”

 

“ผมน่ะเหรอ ? อือ…ขอบคุณครับ  ก็มีย่าแหละ ที่พูดแบบนี้

อนาคตผมคงได้เจริญรุ่งเรืองบ้าง เพราะย่าให้พรตลอด”

 

“เราน่ะ เจริญที่สุดแล้วล่ะ ย่าพอใจแล้วแค่นี้ 

เราเป็นลูกกตัญญู เป็นหลานกตัญญู แค่นี้เรียกว่าเจริญแล้วนะ 

 

 

คนอื่นจะเป็นอะไร ให้เขาเป็นไปเถอะ 

เราภูมิใจที่เราตอบแทนบุญคุณคน เราช่วยสงเคราะห์คน  แค่นี้ทำให้ย่าภูมิใจแล้ว”

 

“ขอย่าหอมแก้มหน่อย มา !”

 

คุณย่าหอมแก้มหลานเสียงดัง  ทอมกับเพ็ญชะเง้อคอมามอง

“รุ่งกับทอมมายังไงล่ะ ? ”

 

“ผมขึ้นรถไฟฟ้ามา ทอมเขาเอารถมาน่ะครับ  คุณย่าดูไม่เหมือนคนป่วยเลย…

มา ! เดี๋ยวผมตรวจให้คุณย่านะ” 

 

รุ่งหันไปหยิบลูกดิ่งในเป้ออกมา แล้วตรวจสุขภาพบนฝ่ามือให้คุณย่า

สักห้านาที รุ่งก็เริ่มอธิบาย

 

“คุณย่ามีพยาธิไส้เดือน ติดมาจากอาหาร เลยทำให้เพลีย ไม่มีแรง 

เดี๋ยวกินยาถ่าย ผมซื้อมาให้แล้ว 

 

แล้วก็มีอุจจาระตกค้างประมาณลิตรนึง

คุณย่าใช้สูตรเม็ดแมงลักสองช้อนชา ทานไปเรื่อย ๆ ก่อนนะ ทุกวัน”

 

คุณย่าพยักหน้า  “หมอบอกว่า ย่ามีน้ำตาลในเลือดสูง”

 

รุ่งขมวดคิ้ว “เหรอครับ ? เดี๋ยวผมดูให้”

 

เขาจ่อลูกดิ่งบนฝ่ามือ สักพัก

 

“นิดหน่อยครับ ที่น้ำตาลสูงเพราะอุจจาระตกค้าง ไปเบียดตับอ่อน 

คุณย่าทานเม็ดแมงลักไม่กี่วัน ก็หมด ช่วงนี้ถ่ายไม่ปกติเหรอครับ ?”

 

“อือ… จ้ะ ! ก็ท้องผูก ผิดปกติมาประมาณซักอาทิตย์นึง

ก่อนหน้าเข้าโรงพยาบาลนี่แหละ”

 

รุ่งจ่อลูกดิ่งบนฝ่ามืออีกครั้ง

“ครับ ! คุณย่าท้องผูกเพราะพยาธิไส้เดือนน่ะ  พอทานยาถ่ายแล้ว ก็คงเป็นปกติ 

ถ้าอุจจาระตกค้างน่ะ มันก็จะมีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ 

 

คนที่ท้องผูก ก็จะมีปัญหาหัวใจตาม 

หลังจากพยาธิหมดไปแล้ว เม็ดเลือดก็จะเพิ่มขึ้น  อาการทางหัวใจก็จะหายไปเอง”

 

รุ่งเดินไปหยิบยาถ่ายพยาธิในเป้มา

 

“จำได้หรือยังคุณย่า ? ก่อนทานยาถ่ายพยาธิต้องทำไง ?”

 

คุณย่าพยักหน้า

“อ้า.. ได้ ๆ !  ย่าจะอุทิสส่วนกุศลให้พยาธิก่อน”

 

คุณย่าหลับตาพึมพำสักพัก ก็ลืมตา

 

รุ่งหยิบยา และ แก้วน้ำให้คุณย่า

 

“เคี้ยวให้ละเอียดค่อยกลืนนะ” เขากำชับ

 

คุณย่าค่อย ๆ เคี้ยว แล้วดื่มน้ำตาม

 

รุ่งหยิบแก้วกลับไปวางที่โต๊ะ

 

“รุ่ง !…”

 

“ครับ !” เขาเดินกลับมาที่ข้างเตียง

 

“เราอย่าทิ้งวิชานี้นะ !”

 

“อะไรครับ ?   อ๋อ..ลูกดิ่งนี่หรือครับ ? ”

 

“ย่าภูมิใจมาก ! รุ่งพยามเข้านะ บอกทอมด้วยว่าย่าภูมิใจ เรามีวิชาดีอยู่กับตัว

เราช่วยคนได้นะ อย่าให้ใครมาดูถูกว่าเราไม่ใช่หมอ

 

เราน่ะ ใจเป็นหมอนะ รุ่ง  ถึงไม่ได้เรียนหมอ แต่ใจเราเป็นหมอ 

 

รุ่งเข้าใจย่าพูดนะ ?”

 

หลานชายพยักหน้า น้ำตาที่คลอเบ้าของคุณย่า ทำให้เขาซาบซึ้ง 

 

ทุกครั้งที่เขาตรวจสุขภาพให้คุณย่า เขาได้รู้สึกว่า

เขาได้ตอบแทนบุญคุณอย่างถูกกาลเทศะที่สุด 

 

เขาไม่มีเงินมากมายเพื่อตอบแทน เพราะคุณย่าเป็นถึงเศรษฐีอยู่แล้ว 

 

สิ่งที่เหมาะสมที่สุด คือ การให้สุขภาพที่แข็งแรงกับท่าน  ซึ่งเขาพอทำได้

 

ทอมดินมาจากห้องรับแขก มานั่งคุยข้าง ๆ เตียงคุณย่า  รุ่งขอตัวเดินมาที่ห้องรับแขก

 

“พี่เพ็ญ เป็นไง ทอมตรวจอะไรให้ ? ”

 

“ตรวจทุกอย่างแล้วรุ่ง 

นี่เดือนก่อนพี่กลับไปที่บ้าน บอกคนแถวบ้านให้ถ่ายพยาธิหมด

แล้วให้เขาอ่านหนังสือนาฬิกาชีวิต

 

เดี๋ยวนี้พวกเค้าต้มชามะละกอ ทำกระชายปั่น

แบ่งกันกินทุกวัน

 

แต่นี่พี่เป็นหัวใจอีกแล้ว ห้ามกินผลไม้”

 

รุ่งหัวเราะ “อ้าวเหรอ ? พี่เป็นเยื่อหุ้มหัวใจเหรอ ? ”

 

“อื้อ ! ทอมตรวจให้”

 

“ผมก็ว่าสมน้ำหน้าพี่แล้ว  ฮ่า ๆๆๆ  พี่เล่นกินผลไม้ทั้งวันยังงี้ 

 

พี่ยังขืนลองกินต่อไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวได้หมดแรงเดิน เคยเป็นนิ้วล็อคป่ะ ?  

ตื่นมามือหงิก ต้องไปขอทานเลยนะ”

 

เพ็ญหัวเราะ ยกมือชี้หน้า “นี่เรา แช่งเหรอ ? ”

 

“คุณย่าเค้าคงจ้างเด็กพม่ามาแทนพี่เพ็ญ  เดี๋ยวนี้เด็กพม่าน่ารัก ๆ เยอะแยะ

ขยันด้วย ค่าจ้างถูกด้วย

 

พี่เพ็ญน่ะเริ่มแก่แล้ว เดี๋ยวเป็นง่อยก็ทำงานไม่ได้ละ”

 

เพ็ญหัวเราะ เธออยู่กับบ้านนี้มาเกือบสิบปี  เห็นอะไรจากลูกหลานบ้านนี้เยอะแยะ 

 

ก็มีรุ่งนี่แหละ เป็นคนที่อัธยาศัยดี น่ารัก ไม่ถือตัว

 

แต่ก็คงเรียกรุ่งว่าเป็นคนบ้านนี้ไม่ได้เต็มปาก  เพราะรุ่งไม่เคยอาศัยอยู่ที่บ้านนี้เลย

 

“นี่ รุ่ง  รุ่งรู้เรื่องจ๊อดถอยรถใหม่หรือเปล่า ?”

 

“หือ… เปล่า ! ทำไมเหรอ ?”

 

“ก็จ๊อดขอเงินคุณย่าไปหลายแสน บอกว่าจะซื้อรถมือสองไว้ขับไปทำงาน   

แต่ไปถอยรถบีเอ็มคันละหลายล้าน

 

คุณย่าโมโหมาก เพราะรู้ทีหลังว่า ไปขอเงินพ่อมาด้วย เพื่อจะซื้อบีเอ็ม  ไม่บอกย่า”

 

 

รุ่งเลิกคิ้ว สั่นหัว “ไม่เข้าใจอะ  โมโหเรื่องอะไร ?”

 

“ก็โกหกไง !

 

คือ ตัวเองน่ะ อยากจะได้บีเอ็ม ขอเงินพ่อแล้ว แต่เงินไม่พอ

ก็ไปบอกย่าว่าจะซื้อรถมือสอง

 

คุณย่าก็เห็นว่าราคาพอสมควร ไม่มากไป ก็ให้เงินมา นึกว่าหลานจะซื้อรถมือสองจริง ๆ 

แต่กลับไปถอยบีเอ็ม”

 

รุ่งยังเลิกคิ้วต่อ

“เหรอ ?  อ้อ.. มิน่า…. แล้วอาเอกว่าไงล่ะ ?”

 

“คุณเอกก็ไม่พอใจเหมือนกัน  เหมือนกับถูกลูกมัดมือชก

คือ ถอยมาแล้ว ค่อยมาบอกทีหลัง 

 

มารู้ทีหลังว่า ไปขอเงินป้ามาอีกด้วย พี่สาวคุณจิ๋มน่ะ”

 

รุ่งหัวเราะ

“อือ… จ๊อดนี่เก่งว่ะ ! เป็นเรื่องเป็นราวเลยนะเนี่ย ระดมทุนซื้อรถ เหอ ๆๆๆ.. “

 

“พี่เพ็ญไปนั่งคุยกะคุณย่าข้างเตียงนั่นดีกว่า” เพ็ญพยักหน้าแล้วพากันเดินไป

 

รุ่งไม่ค่อยจะสนใจเรื่องไร้สาระในบ้านใหญ่นัก  ยิ่งรู้ยิ่งวุ่นวาย

***************************************************************