นิยายหมอเถื่อน ตอน 1 : ไม่ใช่เรื่องขี้ ๆ !!! อุจจาระตกค้าง

ซิลเวีย …. เดินหน้าหงิกออกมาจากห้องเจ้านาย 

มือคลำบั้นท้ายป้อย ๆ

อารมณ์บูดเพราะเจ็บแปลบ ๆ ที่บั้นท้าย กับ หัวไหล่

มีอาการมา 3-4  วันแล้ว

 

นี่ถ้าเธอเดินผ่านนายหลุดโลก เธอจะถูกแซวว่าอะไรอีกเนี่ย ?

 

นายหลุดโลกเป็นเด็กที่จบปีเดียวกันกับเธอ เขาเป็นเด็กพี่ปีเตอร์ 

 

ทั้งสองคนนี้ไม่เป็นที่ถูกใจของพี่อดิศร ผู้จัดการแผนก… เจ้านายของเธอ

 

สิ่งไหนที่นายหลุดโลกทำแล้วไม่เป็นที่พอใจของพี่อดิศร 

พี่อดิศรก็ต้องสั่งให้เธอมาตามเช็ดตามล้าง  แก้งานให้ใหม่เป็นประจำ

 

นายหลุดโลกทำงานได้ดีก็แต่ในสายตาของคนอื่น  ซึ่งจะมีประโยชน์อะไร

ถ้าทำให้คนอื่นชม แต่ กลับทำให้เจ้านายชื่นชมไม่ได้ ?

 

 

การทำงานแบบไม่รู้ใจนาย  ก็ส่งผลให้ความไว้ใจที่จะมอบหมายงานให้ มีน้อยลง   

เจ้านายค่อย ๆ โอนงานของเขา มาให้เธอทำมากขึ้น

 

ซิลเวียเดินผ่านโต๊ะของเขา นึกกระหยิ่มในใจ 

‘ถ้านายยังไม่ปรับปรุงตัวเอง

อีกไม่นาน งานสำคัญของนาย จะถูกฉันยึดมาหมดแน่’

 

เหมือนกับนรกเสก จู่ ๆ นายหลุดโลก หันขวับมาพอดี

“บ๊อสให้ไปไถนามาเรอะ ศรีเวียง ? ”

 

เธอหยุดทันที  ยืนเท้าสะเอว

“นี่ นายหลุดโลก ! ถ้าว่างนัก ทำไมนายไม่ไปเอาอะไรมาบ้วนปากซักหน่อย

จะได้พูดจาได้เข้าหูคนมากกว่านี้”

 

“เมื่อไหร่จะเรียกชื่อชั้นดี ๆ ซะที  เรียกรุ่งโรจน์ไม่เป็นเหรอไง ? ”

 

“ทีชื่อชั้น ซิลเวีย เธอยังเรียก ศรีเวียงได้”

 

“หน้าก็ไท๊ ไทย  ชื่อซิลเวีย เหอ ๆๆๆ”

 

ซิลเวียสั่นหัว ขยับจะเดินออกไป

“เป็นไรอะ ?  เสียดท้องเหรอ ?” หลุดโลกถาม

 

เธอสั่นหัว “ไม่มีอะไร !”

 

“ไม่อะไร แล้วคลำหลังทำไม ?”

 

ซิลเวียเริ่มชักสีหน้า ตาโต  อีกฝ่ายรีบชิงพูด

 

“นี่ เดี๋ยว  ๆ อย่าเพิ่งโกรธสิ ไม่ได้จะแซว

 เห็นเธอเครียดกับงานมาหลายวัน ไอ้ที่คลำ ๆ อยู่เนี่ย

เพราะกินอาหารผิดเวลาหรือเปล่า ?”

 

เธอถอนหายใจ แล้วเริ่มพูดดี ๆ

 

“ก็ เปล่า ! กินตรงเวลา ไม่ได้ปวดท้อง แต่มันเจ็บตรงนี้ แปล่บ ๆ”

 

เธอชี้ที่ส่วนล่างของบั้นท้าย  “เป็นมาสองสามวันแล้ว”

 

เขาขมวดคิ้ว แล้วยกมือ

“งั้น เดี๋ยวก่อน ! รอแป๊บนะ”  เขาก้มไปหยิบเป้ ควักลูกดิ่งออกมา

 

“นี่ เธอ ขอเวลาแป๊บ ซักห้านาที นั่งตรงนี้ นี่” เขาลากเก้าอี้มาให้

 

ซิลเวียเลิกคิ้ว ทำหน้างง ๆ แต่ก็ทรุดตัวลงนั่ง

“เอ้า นั่งนี่ เอามือซ้ายขึ้นมา วางบนโต๊ะนี่”

 

“เธอจะทำไรอะ ? ” ซิลเวียจ้องลูกดิ่งในมือของเขา “นั่นอะไร ?”

 

“นี่ ลูกดิ่ง  ไม่ต้องกลัวน่า ขอเวลาแป๊บ  วางมือ แบออก เฉย ๆ

…ว้า แบออกมาดิ หงิก ๆ แบบนี้ไม่ได้  เออนั่นแหละ”

 

เขาเอาลูกดิ่ง จ่อบนฝ่ามือเธอ

 

“เธอทำไรอ่ะ ?ไอ้นี่ใช้ทำอะไร ?  เอ๊ะ ..จั๊กจี้นิด ๆ เหมือนมีอะไรดูด ๆ”

 

“ขอเวลาแป๊บนะ อีกยี่สิบวินาที ค่อยพูด ตอนนี้ขอสมาธิแป๊บ”

 

ซิลเวียเริ่มแปลกใจ เมื่อเห็นลูกดิ่งหมุนเป็นวงกลม  เดี๋ยวลูกดิ่งก็หยุดนิ่ง  เดี๋ยวก็หมุน 

ทั้ง ๆ ที่เธอสังเกตว่า มือเขาไม่ได้แกว่ง  แต่ลูกดิ่งหมุนได้เอง

 

นายหลุดโลกเริ่มพูด “เธอเกิดวันพุธ เดือนกันยา ใช่มั้ย ? ”

 

ซิลเวีย หัวเราะอย่างแปลกใจ

“อือ… เธอรู้ได้ไง ? เป็นหมอดูเหรอ ? ไอ้นี่บอกเธอเหรอ ?”

เธอหมายถึงลูกดิ่ง

 

“หมอดูก็เป็นได้ แต่ไม่เป็น ตอนนี้อยากเป็นหมอ ถ้าถูกต้องก็ ขอเวลาอีกครึ่งนาที”

 

“นี่เธอจะดูดวงให้ฉันเหรอ หา..?”

 

“เอิ๊ว !… ก็บอกว่าขออีกครึ่งนาที ตอนนี้ปิดปาก อมน้ำลายเล่นไปก่อน”

 

ลูกดิ่ง หมุนบ้าง หยุดบ้าง ซิลเวียนั่งจ้องอย่างแปลกใจ

 

แต่ถ้าเขารู้ว่าเธอเกิดวันพุธเดือนกันยาได้จริง ก็นับว่าแม่นมาก

เพราะเธอไม่เคยบอกใครเรื่องวันเกิด

 

“เอาล่ะ !…เธอไม่ได้เป็นไรมากหรอก ไอ้ที่ปวด ๆ นั่นไม่ใช่ท้อง ไม่ใช่เจ็บกล้ามเนื้อหรอก

เธอน่ะ เป็นโรคขี้ขึ้นสมอง !”

 

ซิลเวียหัวเราะ “โรคบ้าอะไร  ขี้ขึ้นสมอง ?”

 

“อุจจาระตกค้าง มันเบียดกระดูกเอว ทำให้กระดูกเอวเคลื่อน

ไอ้ที่ปวด ๆ นั่นแหละ เพราะกระดูกเอวเคลื่อน…

แล้วถ้าปล่อยไว้ ไม่เอาอึออก มันจะเริ่มปวดส่วนอื่น เช่น ตึงตามเส้น”

 

เขาเอามือชี้ตามเส้นให้ดู  “แล้วก็อาจจะปวดหัวไหล่ สะบัก”

 

ซิลเวียแปลกใจ “ใช่ ๆ !  เจ็บ ๆ ที่ไหล่มาสองสามวันแล้ว”

 

“เหรอ  นี่เป็นอาการปกติของอุจจาระตกค้าง”

 

“ชั้นถ่ายทุกวัน มันจะค้างได้ไง ?”

 

“ถ่ายทุกวัน ก็ค้างได้  เธอถ่ายกี่โมง ?”

 

“ก็… ถ่ายประมาณเก้าโมงกว่า ทุกวัน”

 

“เก้าโมง แดดกำลังดี ถ่ายตอนนี้ เงากำลังสวย”

 

“เธอพูดเรื่องไรอะ ?” ซิลเวียเริ่มงง

 

“ปล่าว !…. ถ่ายเก้าโมงตกค้างแน่นอน ลำไส้ใหญ่ของคนเรา ไม่ได้ทำงานเวลานั้น 

มันทำงานเวลาตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า

สายกว่านั้นมันก็พักของมันแล้ว… 

 

เอางี้ ก่อนจะฟังอะไรยาว ๆ จะช่วยจัดการกับไอ้อาการปวดบั้นท้ายก่อน

เดี๋ยวจะจัดกระดูกเอวให้”

 

“จัดกระดูกเอว ทำไง ?”

 

“เอาตีนกระทืบ” เขาหัวเราะ

“ล้อเล่นน่ะ ! แต่เธอต้องเชื่อใจ”

 

เขาลุกขึ้นยืน แล้วมองไปรอบ ๆ

“ต้อย ๆ  ต้อยว่างอยู่หรือเปล่า ? ต้อยมาทางนี้ มีอะไรให้ช่วยหน่อย”

 

สาวหุ่นท้วมพยักหน้า ค่อย ๆ เดินมา

 

เขาชี้ไปที่ห้องประชุม  “ไป ไป ใช้ห้องประชุม  ต้อยไปช่วยพี่หน่อย”

*******************************************************************************

ในห้องประชุม กระดาษโปสเตอร์ถูกปูรองที่พื้น 

 

ซิลเวียกำลังนอนราบหน้าคว่ำลงกับพื้น  นายหลุดโลกกับต้อย คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ 

 

เขากำลังจะสอนให้ต้อยจัดกระดูกให้ซิลเวีย

 

“เอาล่ะ ! คราวนี้ต้อยทำตามที่พี่บอกนะ ค่อย ๆ วางมือแบบนี้  ตรงสะโพกก่อนนะ”

 

ซิลเวียพึมพำ “ชั้นจะตายมั้ยเนี่ย ?”

 

“ส่วนใหญ่ คนที่ชั้นเคยทำให้……  แค่พิการ !”

 

ต้อยหัวเราะคิก ๆ

“เอ้า ! วางมือแบบนี้นะ เออ… นั่นแหละ แล้วค่อย ๆ โน้มตัวลงไป ลงน้ำหนัก

เออ นั่นแหละ… แล้วเลื่อนขึ้นไป อย่าให้มือไปโดนกระดูกสันหลังนะ”

 

เสียงดังกรึ๊บมาจากหลังของซิลเวีย  ทุกคนได้ยิน ต้อยตกใจ ชะงัก

 

“ไม่ต้องกลัว !  เสียงกรึ๊บนั่นคือกระดูกมันเข้าที่น่ะ ไม่เป็นไร ไม่เจ็บหรอก

ใช่ปะ ซิลเวีย เจ็บปะ ?”

 

“อือ ไม่เจ็บ !”

 

ต้อยนวดจัดกระดูก ไป-กลับ สองสามครั้ง 

จนเขาบอกให้พอ  ซิลเวียก็ลุกขึ้น

 

“ลองยืน แล้วเดินดูว่า รู้สึกยังไง”

 

ซิลเวีย สะบัดแขน สะบัดขา เดินไปมา 

 

เธอรู้สึกโล่งอย่างชัดเจน อาการที่เกิดขึ้นกับบั้นท้ายหายไปราวกับปลิดทิ้ง

 

เธอพยักหน้าหลายครั้ง

“เออ ใช่ !  เออ… โล่งเลย !”

 

คราวนี้ ทั้งต้อย ทั้งพ่อหมอ ยิ้มดีใจ

 

“เก่งมากต้อย !” เขาพูดกับหมอนวดจำเป็น

 

ต้อยทำหน้างง ๆ

 

“แค่นี้ ก็หายแล้วเหรอ ? ง่ายจัง !

 

*************************************************************************

ทุ่มครึ่ง

 

ซิลเวียนั่งทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานที่เธอไม่เคยชอบหน้ามาก่อน

แต่การที่เขาช่วยให้อาการเธอดีขึ้น เธอก็ลดความเหม็นหน้าลงได้บ้าง

 

“ขอบคุณนะ ! รุ่งโรจน์”

 

อีกฝ่ายอมยิ้ม

 

“เธอยิ้มอะไร ?”

 

อีกฝ่ายอมยิ้ม มองหน้า แล้วไม่พูดอะไร ตักข้าวใส่ปาก

 

“เธอยิ้มอะไร ? ท่าทางกวนอีกแล้ว”

 

เขาวางช้อน “เมื่อกี๊ เธอเรียกชั้นว่าอะไร ? ”

 

“ก็เรียกว่า รุ่งโรจน์ ทำไม ?”

 

“แล้วตั้งแต่รู้จักกัน เธอเรียกฉันว่าอะไร ?”

 

ซิลเวียถอนหายใจ

“ทำไม ? ก็ท่าทางเธอมันหลุดโลกจริง ๆ  ทำไมฉันจะเรียกไม่ได้ 

ถ้าเธอพูดจาเป็นผู้เป็นคน ฉันก็จะเรียกเธอว่ารุ่งโรจน์”

 

เขาอมยิ้ม

 

“นี่ ยิ้มอีกแล้ว บ้าว่ะ ! เหมือนคนโรคจิต”

 

เขารวบช้อน แล้วเลิกยิ้ม

“นี่อาการเธอน่ะ มันหายชั่วคราวนะ  ถ้าเธอไม่เอาขี้ออก เดี๋ยวมันก็เป็นอีก”

 

“ชั้นไม่เข้าใจ ชั้นถ่ายทุกวัน มันตกค้างได้ไง ?”

 

“เธอจะให้เล่าตอนนี้ หรือ เธอจะกินให้เสร็จก่อน ? ถ้าให้ชั้นสาธยายเรื่องขี้ตอนนี้

จะกินลงเหรอ ?”

 

“ไม่เป็นไร ! ชั้นอิ่มแล้ว ตอนเย็นไม่ค่อยทานมากหรอก คุมน้ำหนักอยู่”

แล้วเธอก็รวบช้อน

 

“เธอรู้มั้ย ? หุ่นเธอน่ะดีอยู่แล้ว

น้ำหนักนั่นน่ะ ไม่ได้มาจากการกินหรอก  มันมาจากอะไรรู้มั้ย ?”

 

ได้ยินคำว่า หุ่นดีอยู่แล้ว ทำให้เธอเขินเล็ก ๆ

“มาจากอะไร ? อย่าบอกนะ ว่าอุจจาระตกค้าง ?”

 

เขายักคิ้ว

“อธิบายง่าย ๆ ก่อน  เปรียบเทียบกับอะไรดีว้า…

อ้อ นี่ละกัน  เธอนึกถึงท่อเหล็กนะ ท่อตรง ๆ 

ถ้าเราเอาของเหลวบ้าง ข้นบ้าง ใส่ไปทางด้านนึง ยัด ๆ มันเข้าไปเรื่อยๆ 

เดี๋ยวมันก็ล้นออกทางปลาย ใช่ปะ ?”

 

เธอนึกภาพตาม แล้วพยักหน้า

 

“เธอจะยัดอะไรไปเท่าไหร่  เดี๋ยวมันก็ล้นออกทางปลายเท่านั้นแหละ 

เพราะมันเข้าไปแทนที่กันได้เลย… 

 

คราวนี้ เปลี่ยนใหม่  ถ้ามันไม่ใช่ท่อเหล็ก  แต่มันเป็นท่อยาง

แล้วท่อยางนี้ ปากทางเข้าน่ะ เล็ก  แต่พอเลยปากทางเข้าไปแล้ว มันใหญ่ขึ้น

แล้วพับไป พับมา ขดไป ขดมา 

 

แล้วปลายท่อน่ะ ก็เป็นทางออกที่เล็กกว่าทางเข้าซะอีก นึกออกแล้วนะ”

 

ซิลเวียพยักหน้า “เธอกำลังหมายถึงลำไส้เหรอ ?”

 

“แค่จัดกระดูกให้เนี่ย ทำให้ฉลาดขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ ?”

 

อีกฝ่ายค้อน “เล่าต่อ อย่ามากวน”

 

“ไอ้ท่อยางที่บอกเนี่ย มันต่างจากท่อเหล็กมากเลย 

 

สมมุติว่าเราค่อย ๆ ยัดของข้น ๆ เข้าไป เช่นน้ำมันพืช แล้วก็มีของเหนียว ๆ

เช่น น้ำของราดหน้า แล้วก็ใส่ของอื่น ๆ เข้าไป 

แทนที่พอมันเต็มแล้ว ยัดเข้าไป มันก็น่าจะล้นออกมาเท่าที่เรายัด 

 

แต่เปล่า ยัดเข้าไปเพียบ แต่มันล้นออกมาหน่อยเดียว 

เพราะของที่มันข้น ๆ น่ะ มันไปติดอยู่ตามซอกพับของยาง

 

 

ซึ่งยาง คุณสมบัติมันคือยืดหยุ่นได้ มันก็เลยกักไอ้ของข้น ๆ เหนียว ๆ ไว้ 

แล้วยางมันก็ย้วย น้ำหนักมากขึ้น 

 

คราวนี้ พอเรายัดของใหม่เข้าไป มันไม่ไปดันของเก่าตามซอกหลืบออกมา 

มันดันเลยไปเลย แล้วออกมาโลด”

 

ซิลเวีย เลิกคิ้ว เหมือนกับไม่เข้าใจ

“ของใหม่ออกมาเลย ?”

 

“เอางี้ !  สมมุติ วันนี้เธอกินข้าวขาหมูกับช็อคโกแล็ต”

 

“บ้าเหรอ ! ใครจะไปกินข้าวขาหมูกับช็อคโกแล็ต ?”

 

“ชั้นหมายถึง สมมุติวันนี้ เธอกินข้าวขาหมู  แล้วก็ตามด้วยช็อคโกแล็ตเป็นของหวาน 

 

ไอ้หมูส่วนนึงกับช็อคโกแล็ตส่วนนึง มันก็เข้าไปติดในซอกหลืบของลำไส้น่ะ 

ต่อมา พรุ่งนี้ เธอกินผักสด

 

เธอคิดว่า ไอ้ผักสดที่กินพรุ่งนี้น่ะ มันจะเข้าไปดันขาหมู กับ ช็อคโกแล็ต

เมื่อวานออกมาปะ ?”

 

ซิลเวีย เริ่มเข้าใจแล้ว

“อือ ๆ !  มันไม่ออก เพราะของเก่ามันติดอยู่ในซอก  ของใหม่ก็แซงมันออกมาเลย

ใช่ปะ ?”

 

คุณครูหัวเราะ “อ้า น่าน… ! ฉลาดมากขึ้นแล้ว  ปีหน้าให้ขึ้นปอหนึ่งได้แระ”

 

เธอยิ้ม ไม่ได้โกรธ  เขาอธิบายต่อ

“ลำไส้ของผู้หญิงน่ะ ยาวกว่าผู้ชายอีกหลายฟุตนะ  ของผู้ชายยาวประมาณสามสิบฟุต”

 

“หา… สามสิบฟุต ? มันยาวมากเลยนะ”

 

“ใช่ ลำไส้คนเรา ยาวกว่าความสูงของเราประมาณห้าถึงหกเท่า… 

ส่วนผู้หญิงน่ะ ลำไส้ต้องยาวกว่าชายเพราะต้องมาอุ้มมดลูกกับรังไข่ด้วย 

ของผู้ชายไม่ต้อง มีแค่ไข่สองใบ”  

 

เขาหัวเราะคิกคัก

 

“นี่ ทะลึ่งอีกแล้ว !”

 

“ไอ้ลำไส้ที่ยาว ๆ น่ะ มันกักเก็บของเก่าไว้ตามซอกหลืบเพียบ 

ของใหม่ยัดเข้าไป อันไหนที่มันเบา มันก็แซงออกมาเลย

 

อันไหนที่มันหนัก มันก็ไปเกาะเพิ่ม  ทำให้น้ำหนักของลำไส้ มากขึ้น ๆ ทุก ๆ วัน 

เต็มไปด้วยของเสียเน่าเหม็น  เป็นแก๊สพิษหมุนเวียนในระบบเลือด 

 

แล้วเลือดเน่า ๆ มันก็วิ่งขึ้นสมอง  ชั้นถึงเรียกว่าโรคขี้ขึ้นสมองไง 

 

คุณหมอพรทิพย์เคยเล่าว่า เวลาผ่าศพนะ บางศพเจอขี้หนักสิบกิโล”

 

“หมอพรทิพย์บอกเธอเองเหรอ ? ” เธอเริ่มแซวบ้าง

 

“อือ… หมอพรทิพย์เวลามีอะไรก็จะระบายให้ชั้นฟัง”  เขาโม้ทับซะเลย   

 

อีกฝ่ายสั่นหัว

 

ซิลเวียเอามือลูบท้องไปมา

“แล้วเนี่ย ของเสียมันจะอยู่ในท้องชั้น

มากขนาดไหนเนี่ย ? ”

 

“ถ้าดูจากสภาพเธอตอนนี้นะ บางส่วน

คงวิ่งขึ้นสมองมาบ้างแล้วล่ะ”

เขาหัวเราะ

 

“ไอ้บ้า !!!”

 

“น้ำหนักของขี้ตกค้างเนี่ย 

มันก็ทำให้ลำไส้ย้วยไปกดทับอวัยวะ

อื่น ๆ ใกล้เคียง เช่น มดลูก ตับอ่อน

กระดูกเอว กระเพาะปัสสาวะ”

 

เธอเบิกตา “โอ !… ขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”

“อือ ! ไม่ได้ล้อเล่นนะ !  บางคนมาให้ตรวจ เพราะเป็นเบาหวาน

แต่ชั้นตรวจแล้วพบว่า ตับอ่อนทำงานผิดปกติเพราะอุจจาระตกค้างไปเบียด 

พอเอามันออก เบาหวานก็หาย”

 

“นี่ เดี๋ยวก่อน เธอเป็นหมอเหรอ ?   เธอตรวจโรคพวกนี้ได้ด้วยเหรอ ?”

 

“ช่างเหอะ  ขี้เกียจเล่า

เอาเป็นว่า เธอน่ะ ไปจัดการกับขี้ตัวเองก่อนเถอะ ก่อนที่มันจะแผลงฤทธิ์เพิ่ม

เป็นกรดไหลย้อนคราวนี้จะหนักกว่า”

 

“กรดไหลย้อน ก็มาจากสาเหตุนี้เหรอ ?”

 

“อือ !”

 

“เธอไปเรียนมาจากไหน ? ทำไมเธอรู้เยอะจัง ?”

 

“เคยได้ยินชื่อด๊อกเตอร์ ฟิลลิบเป้ ฉั่วคิมเฮง เดอลาลู๊ซ ป่ะ ?”

 

เธอสั่นหัว “ใครอ่ะ ชื่อยาวจัง อาจารย์เธอเหรอ ?”

 

“เปล่า ชั้นก็ไม่รู้จักเหมือนกัน”

 

“ไอ้บ้า !!!.. แล้วพูดขึ้นมาทำไม ?”

 

เขาก้มลงหยิบหนังสือเล่มเล็ก ๆ ในเป้ แล้วยื่นให้

 

“เอ้า นี่ หนังสือนาฬิกาชีวิต  เธอเอาไปอ่านก่อน

 

แล้วเรื่องแรกนะ เธอไปดูสูตรเม็ดแมงลักก่อน ว่าเธอทำได้มั้ย

มันจะช่วยลากญาติของเธอออกมาก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน 

 

รีบทำซะ อย่ารอให้แก๊สพิษทำผิวพรรณเสียซะก่อน”

 

เขายกเป้ขึ้นสะพายแล้วลุกขึ้นยืน

“ชั้นไปก่อนนะ เธอรอพี่หมอใช่ปะ ?  

 

เขาหมายถึงแฟนของซิลเวีย

 

ซิลเวีย พยักหน้า

 

รุ่งยื่นหน้าเข้าไปหา

“ไอ้วันเกิดของเธอน่ะ  ชั้นบังเอิญไปเห็นมาจากแฟ้มในห้องฝ่ายบุคคล เมื่อเช้า”

 

 

เขาโบกมือ แล้วเดินจากไป 

 

“หา ! อ้าว งั้น ….”

 

ซิลเวียนึกจะถามกลับ แต่ไม่ทันซะแล้ว

 

เธออดสงสัยไม่ได้

 

 

 

ถึงแม้เขาจะรู้วันเกิดเธอจากการดูแฟ้ม

แต่เขาก็ไม่น่าจะรู้ถึงอาการผิดปกติของเธอจากใครที่ไหน

 

แล้วการทำกายภาพที่เขาสอนน้องต้อย ก็ช่วยขจัดอาการที่บั้นเอวได้อย่างชะงัด

 

หรือ ลูกดิ่ง ที่เขาถือนั่น จะสามารถบอกอะไรบางอย่างได้จริง ?

________________________________________________

โดย วีรยาติ

อ่านตอนต่อไป
ตอน 2 กตัญญูต้องมีใบอนุญาตด้วยหรือ ?