อภิญญาฆราวาส ตอน 52

สายจากน้องวิเรียกเข้าโทรศัพท์ของรุ่ง

รุ่งโรจน์กดรับสาย

“น้องวิ ว่าไง ? มาถึงงานหรือยัง ?”

“ถึงแล้ว ! พี่รุ่ง ออกมาเจอที่ลานจอดรถกลางแจ้งได้มั้ย ? ฝนหยุดตกแล้ว”

“จะให้พี่ออกไปกวาดลานจอดรถเหรอ ?  ปล่อยไว้งั้นแหละ เดี๋ยวมันก็แห้งเอง”

เสียงหัวเราะร่วนของญาติผู้น้อง ดังเข้ามาในสาย

“พี่รุ่ง ออกมาแป๊บนึงนะ มีคนอยากเจอพี่รุ่ง แต่เค้าคงไม่เข้างาน แค่มาขอเจอเท่านั้น”

“ใครอะ ?  สวยมั้ย ?”

ญาติผู้น้องเงียบไปสักครู่ แล้วตอบ

“ก็หุ่นดีนะ ! ออกมาที่ลานด้านข้างโรงแรมนะคะ ไม่ใช่ด้านหลัง”

“ได้ ๆ !”

รุ่งเห็นวิทย์กำลังยืนคุยกับแขกร่วมงานคนอื่น เขาจึงไม่เข้าไปรบกวน  เดินตรงออกจากห้องบอลรูม

เขาชะเง้อซ้ายขวา มองดู เผื่อจะเห็นนาน่า

เมื่อเดินมาถึงทางประตูหน้าโรงแรม  ไม่เห็นวี่แววของสาวลูกครึ่งแสนสวย

เขาจึงตัดสินใจโทรหา

ปลายทางรับสายทันที

“ค่ะ ! พี่รุ่ง !”

“นาน่า วันนี้ต้องมาดูแลในห้องบอลรูมหรือเปล่า ?”

“ไม่ได้เข้าไปในห้องค่ะ !  ในห้องเป็นของฝ่ายแบ็งเคว็ท  เดี๋ยวประมาณทุ่มครึ่ง นาน่าคงไปช่วยที่หน้าห้องบอลรูม”

“อ้อ ทุ่มครึ่งเหรอ ?”

“ค่ะ ! พี่รุ่งมีอะไรหรือเปล่าคะ ?”

“มี ! แต่เดี๋ยว ขอนึกก่อนนะ  ถ้านึกได้แล้วจะโทรไปใหม่”

“ค่ะ ! แต่ถ้านาน่าไม่สะดวกรับสาย  นาน่าจะโทรกลับนะคะ หรือ พี่รุ่งเดินมาหาที่หน้าห้องบอลรูมได้”

“โอเค !”

รุ่งตัดสาย แล้วรีบเดินออกนอกตัวอาคาร ตรงไปยังลานจอดรถด้านข้าง

เมื่อพ้นชายคาอาคารโรงแรม  เขาแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า

ท้องฟ้ามีแต่เมฆบัง มองไม่เห็นประกายดาวสักดวง

ขอเพียงแต่ ฝนอย่าเพิ่งเทลงมาทำลายทรงผม กับ เสื้อสูทของเขา ณ ตอนนี้

ที่ลานจอดรถ พื้นซีเมนต์ยังมีกลิ่นความชื้นของน้ำฝน

น้องวิ กิ๊ว และ ชายหนุ่มหัวเกรียนในชุดลำลอง กำลังยืนรอเขาอยู่

กิ๊วโบกมือพร้อมทักทาย

“หนีห่าว ! พี่รุ่งหล่อมาก ใส่สูทมาต้อนรับพวกเราด้วยอะ”

รุ่งเดินเข้ามา แล้วยักคิ้วให้

วิวภาอยู่ในชุดเดรสกระโปรงคลุมเข่าสีเงิน

รุ่งมองหน้าญาติผู้น้อง

“น้องวิ วันนี้สวยจัง !”

กิ๊วยกมือชี้ตัวเอง

“แล้วกิ๊วไม่สวยเหรอ ? พี่รุ่งไม่ชมแฟนตัวเอง ไปชมคนอื่นก่อนได้ไง”

รุ่งหัวเราะ

วิวภา รีบหันไปหาชายหนุ่มที่กำลังยืนรออีกคน

“อีกิ๊ว แนะนำพี่เค้าก่อน !”

หนุ่มหัวเกรียนยืนรอคิวอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

กิ๊วหันมาทางหนุ่มผู้ที่กำลังรอพบตัวจริงของรุ่งโรจน์ พยักหน้าหงึก ๆ

หนุ่มหัวเกรียนหยิบพวงมาลัยปลายดาวเรืองพวงใหญ่ ออกมาจากถุงพลาสติก

กิ๊วยื่นมือไปรับถุง

น้องวิยืนหัวเราะ

“อีกิ๊ว แนะนำชื่อพี่เค้าก่อนซีวะ !”

กิ๊วหัวเราะร่วน

“นี่พี่แก้วค่ะพี่รุ่ง !”

รุ่งพยักหน้ารับรู้

แก้วยื่นพวงมาลัยพวงนั้นให้รุ่ง

รุ่งยืนเฉย ไม่ยื่นมือไปรับ แล้วมองหน้าแก้ว

“ให้ผมเรื่องอะไรครับ ?”

“คุณหมอรับไว้ก่อนนะครับ” เขากระเถิบตัวเข้าใกล้รุ่งเข้ามาอีก

รุ่งยื่นมือไปรับไว้

แก้วก้มตัวลงคุกเข่าต่อหน้ารุ่ง

“เฮ่ย !” รุ่งร้องดังลั่น แล้วถอยหลังปราดทันที

เขามองหน้ากิ๊ว

“นี่จะทำอะไรเนี่ย ?”

“ก็เค้าจะกราบพี่รุ่งไง ?” กิ๊วพูดขึ้น

“จะกราบพี่เรื่องอะไร ? พี่ไม่เคยรู้จักกับเค้ามาก่อน”

น้องวิหัวเราะดังลั่น

“ฮ่า ๆๆๆ ! ไอ้บ้ากิ๊วนี่ !  แกทำไมไม่เล่าให้พี่รุ่งฟังก่อน ? จู่ ๆ จะให้กราบเลย ใครจะไปยอม ?”

กิ๊วหัวเราะไปด้วย

“เออ… ! ชั้นก็นึกว่า พี่แก้วจะเล่าเอง  ดันจะกราบซะนั่น เล่าก็ไม่เล่า”

กิ๊วมองไปยังแก้ว ที่นั่งคุกเข่าอยู่

แก้วยิ้มซื่อ ๆ

“น้องกิ๊วเล่าแทนพี่เถอะ พี่พูดไม่เก่ง”

กิ๊วยกมือเกาหัว  หันมาหารุ่ง

“คือนี่ พี่รุ่ง  จำได้ป่าว ว่า กิ๊วเคยส่งรูปพี่แก้ว ให้พี่รุ่งตรวจสุขภาพด้วยเพนดูลั่ม ?”

รุ่งมองหน้าแก้ว แต่เขาไม่คุ้น  เขาสั่นหัว

กิ๊วนึกได้ “รูปอาจไม่เหมือนตัวจริง เพราะตอนนั้น รูปพี่แก้ว ผมยาวน่ะ”

“เอ้อ เหรอ ? พี่จำไม่ได้หรอก ?”

แก้วพูดขึ้น

“ผมขอมากราบคุณหมอ เพราะ ผมได้รับคัดเลือกเข้าทีมแฟนซีดริลแล้วครับ”

รุ่งขมวดคิ้ว

“ทีมอะไรนะครับ ?”

“แฟนซีดริลครับ !” แก้วตอบ

“ทีมฟุตบอลเหรอครับ ?”

กิ๊วหัวเราะ

“โห่ววววว !!! พี่รุ่ง ! ไม่เคยติดตามข่าวสารบ้านเมืองบ้างเลย   พี่รุ่งไม่รู้จักแฟนซีดริลของทหารเรือเหรอ ?”

รุ่งทวนคำ

“แฟนซี อะไรนะ ?”

น้องวิเดินเข้ามาตอบแทน

“แฟนซีดริล  ดริลนี่ คือ ดี อาร์ ไอ ดับเบิ้ลแอล ค่ะ”

รุ่งพอจะสะกด FANCY DRILL ในหัวสมอง ตามที่น้องวิพูด

“อ้อ แฟนซี ดริล…. อืม มันคืออะไรอะ ?”

กิ๊วควักโทรศัพท์มือถือ เปิดคลิปการแสดง แฟนซีดริล ของทหารเรือ ให้รุ่งดู

หมอเถื่อนทำตาโต เมื่อเห็นความสวยงาม และ จังหวะที่แม่นยำในการเปลี่ยนท่าทางการสวนสนาม ที่พลิกแพลง และ เข้าจังหวะกับดนตรี

“เฮ่ย สวยอะ !  ซือก้อย !”

จู่ ๆ กิ๊วก็กดปิด เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า

รุ่งมองหน้า

“ยังดูไม่จบเลย !”

“พี่รุ่งก็ไปเปิดดูเองสิ กิ๊วเมื่อยมือ   ไปหาคำว่า แฟนซีดริล มันมีคลิปพวกนี้เยอะแยะ สำหรับคนป่าที่ไม่เคยออกมาเข้าสังคม ได้ดู”

รุ่งหัวเราะหึ ๆ  มองหน้าเพื่อนน้องสาว

“ปากคอ !”

เขาเหลือบไปมองแก้ว ที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น

“ลุกขึ้นมาก่อน ! พื้นเปียก ลุกขึ้นมาครับ !”

กิ๊วพยักหน้าหงึก ๆ ให้แก้ว  เป็นสัญญาณให้แก้วทำตามที่รุ่งบอก

แก้วลุกขึ้นมายืน กางเกงช่วงหัวเข่ามีรอยเปียกที่ได้มาจากการคุกเข่า

รุ่งเพยิดหน้าให้

“แก้ว เป็นทหารเรือ ?”

เขาพยักหน้า “นักเรียนจ่าทหารเรือครับ !”

“ป่วยเป็นอะไรล่ะ ตอนนั้น ?”

“หน้ามืดเป็นลมครับ  หมอบอกว่าเป็นโลหิตจาง”

“แล้วเราต้องสวนสนามแบบนี้เหรอ ?”

“ผมอยากเข้าทีมแฟนซีดริลครับ  มันต้องคัดเลือก ไม่ใช่ว่าอยากจะเข้าก็เข้าได้เลย  แต่สุขภาพผมไม่ดี

ผมเลยไปบนกับเสด็จเตี่ยไว้  ว่าขอให้เจอหมอที่รักษาผมหาย ผมจะเข้าทีมแฟนซีดริลให้ได้”

หมอเถื่อนรู้สึกสะดุดหูทันที

ภายในวันนี้ เขาได้ยินคนพูดถึงเสด็จเตี่ย ฯ เป็นครั้งที่สองแล้ว

รุ่งพยักหน้าช้า ๆ

“เสด็จเตี่ยเหรอ ?”

“คุณหมอรู้จักเสด็จเตี่ยใช่มั้ยครับ ?”

รุ่งหัวเราะ

“ไม่ต้องเรียกผมว่าหมอ ผมไม่ใช่หมอ  เรียกผมว่ารุ่งก็พอ”

“ครับ พี่รุ่ง !”

“ผมเคยได้ยินชื่อเสด็จเตี่ย แต่ไม่ได้รู้เยอะหรอก

แก้วศรัทธาเสด็จเตี่ยมาก่อนเข้าเป็นทหารเรือ หรือว่า เป็นทหารแล้วค่อยนับถือท่าน ?”

“ก่อนเป็นทหารครับ  สมัยเรียนมัธยม ผมเคยฝันถึงท่านบ่อย ๆ   แล้วก็ตามหาว่าคนในฝันคือใคร ?

ในฝันเห็นคนใส่ชุดทหาร เล่าให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่ก็มั่นใจว่าเป็นเสด็จเตี่ย   พอผมค้นรูปในอินเตอร์เนตเจอ  ใช่เลย  เป็นท่านแน่นอน”

รุ่งพยักหน้ารับฟัง

“พ่อบอกให้ขอกับท่าน อยากได้อะไรก็ขอท่าน  ผมก็ขอบารมีท่านทุกครั้งเวลาสอบ  ได้ผลหลายครั้ง  แล้วผมก็อยากเป็นทหารเรือ  อยากเข้าชมรมแฟนซีดริล  แต่ผมเกิดสุขภาพไม่ดี อ่อนเพลีย เวียนหัว เป็นลม   สุขภาพแบบนี้ เขาไม่รับเข้าชมรมครับ”

“ถ่ายพยาธิแล้วดีขึ้นเยอะเลยสิ !”

“ดีขึ้น มีพลังกลับมาเลยครับ  ตอนนี้ผมถ่ายพยาธิเป็นประจำแล้วครับ”

รุ่งมองพวงมาลัยที่เขาถืออยู่

“งั้น ผมรับพวงมาลัยนี่ไว้ พอแล้ว  ไม่ต้องกราบผมนะครับ เดี๋ยวขี้แตก”

แก้วทำสีหน้าเลิ่กลั่ก

“ใครขี้แตกครับ ?”

“ผมน่ะสิ ! เป็นคนอยู่ดี ๆ ไปให้คนมากราบ เหมือนเป็นเทพเจ้า  เดี๋ยวขี้แตก”

น้องวิ กับ กิ๊ว หัวเราะ

แก้วพยักหน้ายืนยัน

“ไม่หรอกครับ  สำหรับพี่รุ่ง เป็นหมอเทวดา ไม่เจอตัว ก็รู้ได้ว่าผมมีพยาธิ  สมควรกราบจริง ๆ ครับ”

“เอาเข้าไป  รู้สึกมวนท้องละ”

รุ่งสนทนากับแก้วอีกสองสามประโยค แล้วก็ร่ำลากันด้วยรอยยิ้ม

รุ่งบอกน้องวิกับกิ๊ว ให้ตรงเข้าไปในงานเลย เขาขอตัวทำภารกิจบางอย่าง

หมอเทวดา เดินกลับเข้ามาในโรงแรม  มุ่งตรงไปที่บริเวณทางเชื่อมล็อบบี้ กับ ห้องจัดงาน

สายตาเหลือบมองพวงมาลัยพวงใหญ่ แล้วก็อมยิ้ม

การช่วยให้คนบรรเทาจากโรคภัยได้ โดยที่ตัวเองไม่ได้เรียนแพทย์ศาสตร์ ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองพอมีค่าอยู่บ้าง

แต่ คำว่า ‘เสด็จเตี่ย’ ที่ได้ยินสองครั้งภายในวันเดียว ยังติดอยู่ในใจ

“รุ่งเคยผูกพันกับท่าน ต่อไป ก็อาราธนาท่านเป็นประจำแล้วกัน 

ท่านคุ้มครองรุ่งมาตลอด

รุ่งนึกถึงประโยคนี้ ที่แอนดี้พูดไว้เมื่อตอนบ่าย

แล้วคนที่รุ่งกำลังดักรอ ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

รุ่งเห็นนาน่าเดินตรงมาจากบริเวณล็อบบี้

เขารีบเดินปรี่เข้าไป

“นาน่า ! พี่ขอคุยด้วย”

นาน่าหยุดเดิน

“ค่ะ ! ว่าไงคะ ?”

เขายังนึกไม่ออกว่า จะสรรหาอุบายอะไรมารั้งอาสะไภ้นอกสมรสไว้ ไม่ให้เธอเข้าไปบริเวณงาน

“เอ่อ…. ! พี่มีเรื่องปรึกษาด่วน”

“ค่ะ !”  สาวลูกครึ่งจ้องหน้าเขา

รุ่งนึกอุบายไม่ออก

“ไปนั่งกินอะไรกันดีมั้ย ?”

“ด่วนขนาดนั้นเลยเหรอคะ ?  คุยตรงนี้ได้มั้ย ?  หรือ ไปยืนคุยหน้าห้องบอลรูมก็ได้ค่ะ  นาน่าต้องช่วยงานที่หน้าบอลรูม”

“มันเป็นงานที่ต้องทำ หรือ ว่า นาน่า อาสาว่าจะช่วย ?”

เธอหรี่ตา เอียงคอ

“พี่รุ่งถามแปลก !  พี่รุ่งมีอะไร พูดตรง ๆ เลยดีกว่า”

เธอมองของที่อยู่ในมือรุ่ง

“พวงมาลัยนี้ เหรอคะ ?  พี่รุ่งจะให้ใคร ? คงไม่ใช่ให้นาน่านะคะ ?”

“อ้อ ….” รุ่งยกพวงมาลัยขึ้นมาดู

“นาน่าชอบมั้ย ? พี่ให้นาน่าได้นะ ถ้าชอบ”

เธอหัวเราะ

“ท่าทางมันไม่ใช่ของนาน่านิ  พี่รุ่งเตรียมมาให้คนอื่นล่ะสิ  ใครล่ะ ?”

แล้วเธอก็พยักหน้าให้กับตัวเอง ยกนิ้วชี้ขึ้น

“คุณหงส์ใช่มั้ย ?”

รุ่งถลึงตา

“แน่ะ !  หลอกนาน่าไม่สำเร็จหรอก  ทำมาเป็นอ้ำอึ้ง  พวงมาลัยแบบนี้ เขาใช้ถวายพระ พี่รุ่งเอาพวงมาลัยมาจีบสาวจริง ๆ เหรอ ?”

รุ่งกระพริบตาปริบ ๆ

“งานนี้ นาน่าอาสา หรือ ว่า เจ้านายสั่งให้มาประจำ ?”

“นาน่านัดคนไว้แถวนั้น”

รุ่งหลบสายตาลงต่ำ  สีหน้าดูสลด

สาวลูกครึ่งสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของรุ่ง จากสีหน้า

ลูกครึ่งฟิลิปปินส์-ดัทช์ ถูกไอ้กะล่อนหลอกจนได้

เธอขมวดคิ้ว แล้วหันมองกลับไปที่ล็อบบี้

“เราไปนั่งคุยกันที่ล็อบบี้นะคะ พี่รุ่ง !”

“ไม่ได้ !” เขาโพล่งขึ้นมา

“เอ่อ… คือ  มันประเจิดประเจ้อน่ะ เกิดพี่ร้องไห้ขึ้นมา คนอื่นเดินผ่านมา เขาจะนึกว่า นาน่าทำพี่ท้อง

เราไปหาที่นั่งด้านนอกโรงแรมกันดีกว่า”

“ค่ะ ๆ !  งั้น พี่รุ่งเดินออกประตูพลาซ่าไปยืนรอนาน่าก่อน  ขอเวลานาน่าเดินไปบอกเพื่อน เดี๋ยวเดินตามไปค่ะ”

รุ่งยื่นพวงมาลัยให้นาน่า

“ช่วยหาที่เก็บนี่ไว้ให้พี่ก่อนนะ เลิกงานแล้วพี่ค่อยไปขอคืน”

นาน่าพยักหน้า แล้วฉวยพวงมาลัยไป

***************************************

ฝนตกเป็นละอองอยู่ด้านนอก  รุ่งยืนอยู่ริมทางเดินนอกพลาซา

ไกลจากสวนโรงแรม ปลายสายตา  ชายหนุ่มตัวเล็ก ท่าทางการเดินคุ้นตา กำลังเดินตรงมายังจุดนี้

เมื่อหนุ่มนั้นเดินเข้ามาใกล้ขึ้น  ไฟสวนส่องให้เห็นรูปร่างชัดเจน

มอแกน อยู่ในเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงแสลค รองเท้าหนัง !!!

เสียงผิวปากดังตามลมมาถึงหูรุ่งโรจน์

รุ่งเดินออกนอกชายคา แทรกตัวเข้าไปหลังต้นไม้ใหญ่

รอจนมอแกน เดินผ่านบนทางเดินอิฐบล็อก  เขาจึงก้าวเท้าเดินตามจนติด

มือข้างนึงของเพื่อนเตี้ย ถือถุงพลาสติก  ข้างในคงมีอะไรสักอย่าง

ก่อนที่มอแกนจะหันหลังมา เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเขา  รุ่งเข้าประชิดตัวด้านหลัง

ใช้สองนิ้วจ่อไปที่หลังของมอแกน แล้วดัดเสียงให้ทุ้มใหญ่

“หยุด ! อย่าหันมา !”

มอแกนชะงักทันที ยืนนิ่ง

“ส่งถุงพลาสติกมา ช้า ๆ !”

รุ่งดันนิ้วเข้าหาหลังมอแกน เขามั่นใจว่า มอแกนเชื่อว่ามีปืนกำลังจ่อหลังอยู่

ไม่ทันคาดคิด เหยื่อหัวหยิก พลิกตัวหันกลับมาอย่างรวดเร็ว

ถุงหนังสือถูกเหวี่ยงเข้าที่กลางหน้าอกของโจรสมัครเล่น

เสียงรุ่งร้อง ‘โอ๊ก !’

กลางทางเดินที่มีแสงไฟสลัว ๆ จากเสาไฟที่ไกลออกไป

เหยื่อมองไม่เห็นหน้าโจร แต่เห็นโจรกำลังเสียหลัก

จึงวิ่งหันด้านข้างโถมเข้าหาโจรอย่างสุดกำลัง

โจรไม่ทันตั้งตัว โดนแรงชนของเหยื่อ

“เฮ่ย !”

รุ่งร้องเสียงหลงดังลั่น ขณะที่ตัวเองตกจากทางเดินอิฐบล็อก หงายหลังลงนอนบนดินที่ชุ่มน้ำฝน

เหยื่อหัวหยิก แผ่นแน่บไปบนทางเดิน มุ่งหน้าเข้าประตูพลาซ่า

มอแกนกอดถุงหนังสือแน่นกับอก

ข้างหน้าประตูพลาซ่า กำลังถูกเปิดโดย…..

….. นาน่า

มอแกนร้องตะโกน

“นาน่า ! อย่าออกมา !”

สาวลูกครึ่งเห็นมอแกนกำลังวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

มอแกนชี้มือไปที่ประตู

“กลับเข้าไปก่อน !  ในสวนมีโจร ในสวนมีโจร !”

มอแกนวิ่งถึงตัวเธอแล้ว ฉวยข้อมือเธอ แล้วฉุดให้เธอวิ่งตามเข้าประตูพลาซ่า

เมื่อวิ่งมาถึงกลางพลาซ่า ทั้งสองหยุดเดิน

มอแกนเล่าเรื่องทั้งหมดให้นาน่าฟัง

เธอฟังแล้วขมวดคิ้ว

“นาน่าว่า ไม่ใช่โจรนะ  น่าจะเป็นพี่รุ่ง  นาน่านัดพี่รุ่งแถวนั้นนี่”

มอแกนทำหน้าเหรอหรา

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือ แล้วโทรเข้าเบอร์โทรศัพท์รุ่ง

รุ่งรับสาย

นาน่าทักไปทันที

“พี่รุ่งแกล้งพี่มอแกนหรือเปล่า ?  พี่รุ่งอยู่ที่ไหนคะ ?”

“อ้าว ! ไอ้เวรนั่น มันอยู่กับนาน่าเหรอ ?  มันผลักพี่ตกทางเดิน  สูทเลอะโคลน เละหมด”

นาน่าหัวเราะ

“พี่รุ่งอยู่ที่ไหน ?”

“อยู่ข้างนอกประตูพลาซ่า  นาน่าเจอมอแกนได้ไง ?”

“เอางี้ ! เดี๋ยวนาน่าเดินไปเจอที่ประตู”

******************************************

นาน่าพิจารณาเสื้อสูทของรุ่งที่อยู่บนมือเธอ

“รอยโคลนพวกนี้ เช็ดออกก่อนได้  แล้วพี่รุ่งก็ใส่ไปเข้างานก่อน แล้วค่อยไปซักทีหลัง

แต่ไอ้เสื้อเชิ้ตพี่รุ่งตรงนี้เนี่ย”

นาน่าชี้ไปที่คอเสื้อ

“มันเปื้อนโคลน เห็นชัด ต้องเปลี่ยนเสื้อแล้วล่ะ”

รุ่งคลำที่คอเสื้อ เขาไม่สามารถมองเห็นคอเสื้อตัวเอง

“เดี๋ยวพี่ขอเข้าห้องน้ำไปดูก่อน”

เขาเหลือบมองมอแกน ยืนอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ

ในใจนึกอยากจะด่าเพื่อน แต่ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไร เพราะ ไอ้เพื่อนห้วหยิกก็ไม่ได้ตั้งใจแกล้งเขา

แต่กลับเป็นเขาเอง ที่ตั้งใจแหย่เพื่อน แล้วกลับตาลปัตร

มอแกนพูดขึ้น

“นายไปเข้าห้องน้ำก่อนเถอะ เราให้อภัยนายนะรุ่ง  นายชอบทำอะไรที่ไม่รอบคอบ แต่เราให้อภัยนาย”

คำพูด และ สีหน้าของเพื่อนหัวหยิก ทำให้รุ่งนึกอยากจะยกส้นเท้าขึ้นถีบยอดอก

รุ่งถอนหายใจเฮือก แล้วเดินตรงไปห้องน้ำ

มอแกนหยิบหนังสือในถุงพลาสติกออกมา ยื่นให้นาน่าดู

เมื่อสาวลูกครึ่งเห็นหน้าปกหนังสือ ‘เวทย์มนต์ของทากาโกะ’  เธอร้องขึ้นทันที

“พี่มอแกน คือ ภาคี ?”

มอแกนพยักหน้ายอมรับ

แฟนตัวยงของนิยายแฟนตาซีญี่ปุ่น กระพริบตาปริบ ๆ  เธอจ้องหน้า ‘ภาคี’ ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอ

มอแกนมีสีหน้าเจื่อนอย่างชัดเจน

“ไม่เหมือนกับที่น้องนาน่าคิดไว้ใช่มั้ย ?  พี่ขอโทษด้วยนะ”

นาน่าหัวเราะเบา ๆ

“ค่ะ ! นาน่าแปลกใจ ไม่เหมือนกับที่นาน่าคิด”

“ขอโทษด้วยครับ ! ถ้าภาคี มีรูปร่างหน้าตาแบบรุ่งโรจน์ คงดีกว่านี้สิ”

เธอหัวเราะร่วน

“ไม่ใช่ ๆ  !  บอกไปแล้วพี่มอแกนจะคิดว่าตลก

คือ…. นาน่า จินตนาการไปว่า คนชื่อภาคี น่าจะเป็นผู้หญิง  นาน่า แค่สงสัยว่า ภาคี อาจจะเป็นทอม หรือ อะไรประมาณนั้น”

“ชื่อ ภาคี จะเป็นทอมไปได้ยังไงล่ะ ?  ชื่อผู้ชายจะตาย”

“แหม จะชื่อผู้ชายได้ไง ?  ก็ชื่อมันมาจาก ‘ภาคีนักเวทย์แห่งเอโดะ’ ในนิยาย   ถ้าเรียกตัวเองว่าภาคี มันก็รู้ ๆ กันว่า เราเป็นสมาชิกภาคี เป็นแฟนนิยายเรื่องนี้

แต่นิยายเรื่องนี้ ผู้หญิงอ่านเยอะนะคะ

พี่มอแกนรู้หรือเปล่า ?”

มอแกนสั่นหัว

นาน่าพิจารณาความสวยงามของหนังสือนิยาย ‘TAKAKO IS A WITCH’ ฉบับที่ผลิตจำนวนจำกัด (litmited edition) เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ที่อยู่ในมือเธอ

“โอว !!!  สวยมาก !”

“แต่ไม่รู้ว่ามันบุบ มีรอยหรือเปล่านะ”

เธอสำรวจดูหน้าปก พลิกดูสันปก และ ขอบหนังสืออีกครั้ง

“ไม่มีนี่คะ  กลัวขนส่งกระแทกมาเหรอคะ ?”

“เปล่า ! พี่เอามันฟาดโจรไปเมื่อกี๊ โดนเต็ม ๆ เลย !”

นาน่าหัวเราะ

“หนังสือหนาเหมือนกันนะ  โจรน่าจะเจ็บน่าดู”

ฝีเท้าของโจรดวงตกดังมาจากทางเดิน

รุ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ตรงมาที่แฟนนิยายทั้งสอง

เขาเดินมาหยุดยืน ท้าวสะเอว มองหน้าเพื่อนเวร แล้วชี้ที่คอเสื้อ

“มอแกน ผลงานนาย……”

ยังไม่ทันจะสรรเสริญเพื่อนต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

รุ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ  เป็นสายของน้องวิ

“ว่าไง น้องวิ !”

“พี่รุ่ง ยังไม่เข้ามาในงานเหรอ ?  คุณย่ามาน่ะ คุณย่าอยากเจอพี่รุ่ง”

“หา คุณย่ามางานเปิดตัวด้วยเหรอ ?  อยู่ในงานแล้วเหรอ ?”

“ปล่าว ๆ ! คุณย่ามีนัดที่โรงแรม  ไม่ได้เข้ามาในงาน  ตอนนี้ อยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม  พี่รุ่งอยู่ไหน ? มาพบคุณย่าหน่อยนะ”

“เอ้อ… ได้ !  แต่ เอ่อ  ขอเวลาพี่เปลี่ยนเสื้อก่อน”

“เปลี่ยนทำไมล่ะ ? ใส่สูทนั่นแหละ หล่อดีแล้ว”

“เรื่องมันยาวน่ะ  เอางี้  น้องวิบอกคุณย่า นั่งรอที่ล็อบบี้ ไม่เกิน….เอ่อ….”

เขากำลังคำนวณเวลา ถ้าเขาต้องวิ่งจากโรงแรม กลับไปที่หอพัก เพื่อเปลี่ยนเสื้อ แล้ววิ่งกลับมาที่นี่

“… น้องวิ  เดี๋ยวอีก ห้านาที พี่โทรกลับดีกว่า  รอแป๊บนะ”

หน้าตาของรุ่งเลิ่กลั่ก  เขาชะเง้อมองออกนอกผนังกระจกโรงแรม  ฝนกำลังตกพรำ

“มีแขกคนสำคัญรออยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม แล้วเสื้อกูเละแบบนี้ ให้มันได้งี้ซีวะ” เขาพูดกับตัวเอง แต่เสียงดังพอที่อีกสองคนจะได้ยิน

มอแกนเพิ่งเริ่มสำนึกว่า เขาควรจะมีส่วนช่วยเหลือเพื่อนในยามนี้

“รุ่ง ! เราช่วยนายนะ  ให้เราวิ่งกลับไปที่ห้องพักเอง  แต่นายบอกเรามาว่า จะเอาเสื้อตัวไหน”

นาน่าพูดขึ้น

“ฝนตกอยู่นะ พี่มอแกน  พี่สองคนก็ไม่มีร่ม”

เธอกระพริบตา นึกอะไรอยู่สักพัก

“พี่รุ่งต้องการเสื้อใช่มั้ย ?  ถ้าได้เสื้ออะไรก็ได้ แทนเสื้อเชิ้ตตัวนี้ แล้วใส่สูททับไปอีก ก็น่าจะได้แล้ว  เสื้อยืดมีคอปกก็น่าจะได้เนอะ”

รุ่งคิดตาม  แล้วพยักหน้า

“อือ ! ถ้ามีสูทใส่ทับ ข้างในเป็นเสื้อยืดก็ได้”

นาน่าพยักหน้า

“งั้น พี่สองคน เดินตามนาน่ามา”

พนักงานโรงแรมสุดสวยก้าวเท้าฉับ ๆ

รุ่ง กับ มอแกนเดินตาม

ระหว่างทางเดิน รุ่งอดไม่ได้ที่จะระบายอารมณ์ด้วยคำถาม

“มอแกน ! ทำไมนายต้องผลักให้เราล้มด้วย ?”

ไอ้มืดผมหยิก ทำหน้าเหรอหรา

รุ่งถามต่อ

“ก็นายป้องกันตัวด้วยไอ้ถุงห่านั้นแล้ว  ก็วิ่งหนีไปซีวะ  ทำไมต้องวิ่งชนด้วย ?”

นาน่าได้ยินชัดเจน  เธอหัวเราะร่วน  หันมาหารุ่ง

“พี่รุ่งเอาแต่ใจตัวเองอะ !  ก็พี่รุ่งแกล้งเค้าก่อนนะ  ถ้าเค้ามีไม้ หยิบไม้ตีหัวพี่รุ่งก็ไม่ผิดนะ”

รุ่งยังจ้องหน้ามอแกน

“สาบานได้ ว่า นายไม่รู้ว่าเป็นเรา ?”

มอแกนสั่นหัว

“ไม่รู้จริง ๆ ! ถ้าเรารู้ เราจะทำแบบนั้นกับเพื่อนเหรอ ?”

รุ่งพยักหน้า ยอมรับในชะตากรรม

นาน่าเดินมาถึงหน้าลิฟท์  เธอกดปุ่มเรียกลิฟท์

***********************************************

สาวลูกครึ่งไทย-ฟิลลิปปินส์พาสองสหายขึ้นมาบนห้องสวีทชั้น 4 ของโรงแรม

รุ่งโรจน์ และ มอแกน นั่งอยู่ที่ชุดโซฟาในห้องนั่งเล่น  ระหว่างที่นาน่าอยู่ในห้องนอน กำลังหาเสื้อในตู้เสื้อผ้ามาให้รุ่ง

“มอแกน ! นายกับนาน่า มีอะไรต้องติดต่อกัน ? เห็นคุยกันสนิทสนม”

“ก็ วันนี้เรานัดนาน่าไว้เอง”

“นายนัดนาน่า ?  นาน่าเค้ารับนัดนายด้วยเหรอ ? นัดยังไง วันนี้เค้าต้องทำงาน จะเลิกกี่โมง นายรู้เหรอ ?”

“ก็เรานัดเค้าไว้ที่หน้าห้องจัดเลี้ยง”

รุ่งทำจมูกหึ่ง  มันจะมีโอกาสเป็นไปได้กี่เปอร์เซนต์ ที่คนสวยอย่างนาน่า รับนัดเพื่อนหื่นกามหัวหยิกคนนี้อย่างง่ายดาย ?

“นายนัดเค้ายังไง ? เล่าให้ฟังซิ !  เป็นไปได้ยังไงว่า นาน่าจะรับนัดผู้ชายง่าย ๆ”

“ก็ไม่ยากนะ เรามีของที่เค้าต้องการไง”

“นายมีอะไร ?”

“นายจะกันนาน่าไม่ให้คบกับเราเหรอ ?”

รุ่งเค้นหัวเราะ

“เฮอะ ๆ !”

เขามองหน้ามอแกน แล้วถอนหายใจยาว

“งั้นเราเตือนนาย เป็นครั้งสุดท้าย  นายจะเห็นว่าเรากีดกัน หรือ จะเห็นว่าเราหวงก้าง  เรื่องของนาย

เราเตือนนาย เพราะหวังดี

คนที่สวยเหมือนนางแบบ แบบนาน่า  เค้าจะไม่ว่างเว้นจากผู้ชายเข้ามาเกาะแกะแน่นอน

เค้ามีสิทธิ์เลือก แล้วก็จะมีผู้ชายมาให้เค้าเลือกได้ตลอดเวลา

นาน่าเค้าเพิ่งเลิกกับแฟนที่เป็นฝรั่งไป  แต่เค้าก็มีคนใหม่แล้ว”

มอแกนกระพริบตา จ้องหน้ารุ่ง

“แฟนใหม่เค้าอยู่ที่ไหน ? นายรู้จักแฟนเค้าด้วยเหรอ ?”

“เรารู้ว่าเป็นใคร  มันไม่ใช่คนที่ แกจะสู้ได้เลย  ทั้งฐานะ หน้าที่การงาน”

“แม้แต่นาย ก็สู้ไม่ได้เหรอ ?”

รุ่งยกมือขึ้นเกาหัว

“นายจะมาถามถึงเราทำไม ?  เราไม่เคยคิดกับนาน่าเป็นอย่างอื่น

แต่ถ้าสมมติว่าเราจะแข่งกับคนนี้  เราก็แพ้ตั้งแต่ในมุ้งแล้ว  เพราะ คนระดับนั้น เราไม่ได้ใกล้เคียงเค้าเลย”

เพื่อนเตี้ย เอนหลังพิงพนัก แล้วกระพริบตาไตร่ตรอง

ในใจรุ่งอยากจะตะโกน ใส่เพื่อนหัวหยิกคนนี้ว่า

‘นาน่าเป็นเมียของอากู มึงเลิกยุ่งกับนาน่าได้แล้ว !’

รุ่งเห็นเพื่อนนั่งคอตก ก็นึกเห็นใจ

“นายมีผู้หญิงคนอื่นที่ชอบอีกมั้ย ? คนไหนก็ได้ เราจะช่วยนาย  เลิกยุ่งกับนาน่าเถอะ !”

มอแกนสั่นหัว

“ผู้หญิงที่รู้จักเรา ก็รู้จักนายด้วย  ถ้าเค้ายังไม่มีแฟน เค้าก็ต้องเลือกนายก่อนเรา  อย่าง คุณหงส์ ก็คงเลือกนาย……”

ได้ยินชื่อนี้ รุ่งสวนกลับทันที

“หยุด ! ไม่ต้องพูดชื่อเค้าอีก  คุณหงส์ไม่ได้เลือกเรา เราไม่มีอะไรกับเค้า  คุณหงส์เค้ามีแฟนแล้ว เป็นถึงเจ้าของกิจการ”

เสียงนาน่าดังขึ้นมาข้างหลัง

“หา ! พี่หงส์มีแฟนแล้ว !  ไม่ได้คบกับพี่รุ่งอยู่เหรอ ?”

รุ่งหันขวับมา

นาน่าเดินออกมาจากห้องนอนแล้ว กำลังถือเสื้อเชิ้ตอยู่ในมือ

เธอยื่นเสื้อยืดมีปกให้รุ่ง  รุ่งคลี่ออกมาดู พื้นเป็นสีขาว คอปกสีน้ำเงิน

นาน่าทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้โซฟาอีกตัว

“นาน่านึกว่าพี่รุ่งกับพี่หงส์กำลังคบกันจริง ๆ นะ  นี่ นาน่าคงเข้าใจผิดไปเอง  เห็นพี่หงส์สนิทกับพี่รุ่ง”

“เปล่า ! พี่ไม่ได้คบกับคุณหงส์”

เขาไม่อยากคุยถึงเรื่องผู้หญิงคนนั้นอีก จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ว่าแต่นาน่าเถอะ  นาน่านัดกับมอแกนได้ไง ?”

ได้ฟังคำถามแล้ว สาวสวยก็หัวเราะ

“ตลกดีนะคะ !  ก็พี่มอแกนน่ะ เป็นสมาชิกแฟนคลับของนิยายที่นาน่าตามอยู่  นาน่าก็โพสต์ในห้องของแฟนว่า อยากได้นิยายเล่มใหม่ ที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น ภาษาอังกฤษ แต่มีขายที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ณ ตอนนี้

แล้ว ก็มี สมาชิกแฟนคลับ ชื่อ ภาคี ทักเข้ามา  บอกว่าเขาหามาได้ เพราะมีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่น จะซื้อมาให้”

เธอเอื้อมมือไปหยิบหนังสือ “TAKAKO IS A WITCH” ที่วางบนโต๊ะมาโชว์

“หงส์ก็นัดภาคี มาเจอที่หน้าห้องจัดงาน  ก็ปรากฏว่า ภาคี คือ พี่มอแกน”

รุ่งขมวดคิ้ว แล้วมองหน้าเพื่อน

มีคำถามหลายคำถามที่เข้าอยากถามเพื่อนตัวดี เช่น …

…นายไปเป็นแฟนนิยายญี่ปุ่น ตั้งแต่ตอนไหน เห็นวัน ๆ  มัวจ้องแต่จะดูหนังโป๊ ?

…หน้าอย่างนาย ภาษาอังกฤษไม่กระดิก นายจะมีปัญญามีเพื่อนเป็นญี่ปุ่นได้ยังไง ?

… เป็นต้น

นาน่าชี้มือไปที่ห้องน้ำ

“พี่รุ่งเปลี่ยนเสื้อลองดูก่อนค่ะ”

รุ่งถือเสื้อยืดเดินเข้าห้องน้ำ  แล้วเขาก็โผล่หน้ามาเรียก

“มอแกน นายเข้ามาด้วยกันในนี้หน่อย !”

เมื่อมอแกนเดินเข้าห้องน้ำ รุ่งปิดประตูห้องน้ำ

แล้วพูดกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่เบา กึ่งกระซิบ

“นายนัดเจอนาน่านี่ มีเรื่องคุยกันต่อใช่มั้ย ?”

มอแกนมองหน้ารุ่ง

“นายจะห้าม….”

รุ่งพูดดักทันที

“ไม่ใช่จะห้าม  แต่จะขอร้องให้ช่วย

นายช่วยยื้อเวลา คุยกับนาน่า ที่อื่น ที่ไม่ใช่หน้าห้องจัดเลี้ยง  หรือ นายจะทำยังไงก็ได้ อย่าให้นาน่าไปที่หน้าห้องจัดเลี้ยงอีก ได้มั้ย ?”

เพื่อนหัวหยิกกระพริบตา สักพัก แล้วพยักหน้า

“น่าจะได้นะ ! เราคงไม่ยืนคุยกับนาน่าที่หน้าห้องจัดเลี้ยงหรอก”

รุ่งพยักหน้า

“ดี ๆ ! งั้นตกลงตามนั้น  นายชวนนาน่าไปคุยเรื่องนิยายอะไรของพวกนาย ที่ไหนก็ได้ แต่ ขอให้ไปไกล ๆ ห้องจัดเลี้ยง   คงมีเรื่องคุยเยอะใช่มั้ย ?”

มอแกนพยักหน้า

“ได้รุ่ง !  แต่เราก็มีเรื่องให้นายช่วยเหมือนกัน”

“ว่ามา !”

“เรามีเพื่อนมาจากญี่ปุ่น มาพักที่โรงแรมซีดาร์นี่แหละ  เรานัดเค้าว่าจะเจอที่ล็อบบี้โรงแรมเย็นนี้ นี่ก็เลยเวลาแล้ว  เค้าชื่อยูอิ เค้าจะใส่เสื้อสีเหลือง  นายช่วยไปรับเค้าแทนเราได้มั้ย ?”

รุ่งฟังแล้ว ขมวดคิ้ว

“นายนัดผู้หญิงสองคนให้มาเจอกัน ?”

“เอิ่ม… ใช่ !”

“อ้าว ! นายนัดมาเจอกันสามคน  นายก็พานาน่าไปรับเพื่อนญี่ปุ่นคนนี้ด้วยสิ จะให้เราไปรับทำไม ?”

มอแกนมีท่าทีอึกอัก

“เราใช้ซอฟท์แวร์แปลภาษา ไทย เป็น ภาษาอังกฤษ แล้วส่งข้อความคุยกัน

เราคิดว่า พอเจอกันจริง ๆ เราจะให้นายช่วยคุย เพราะเราคงคุยกับยูอิเค้าไม่รู้เรื่อง

เราก็เลยนัดไว้ กะว่าจะแนะนำให้นายรู้จัก แล้วพาเข้าไปกินบุฟเฟต์ในห้องจัดเลี้ยง”

สายตาของเพื่อน เหลือกแทบจะถลน

“นายจะให้เราช่วย แต่นายไม่บอกเราล่วงหน้า ?  นายจะพาเพื่อนญี่ปุ่น เข้าไปเซอร์ไพรส์เราในห้องจัดงานนั่น ?”

มอแกนไม่ตอบ ได้แต่กระพริบตา

รุ่งสั่นหัว

“ไม่ต้องเลย ! นาน่าพูดภาษาอังกฤษได้  ให้นาน่าช่วยแปลแล้วกัน  นายสามคน จะพากันไปไหนก็ไป แต่อย่าเข้าไปใกล้ห้องจัดงาน”

“ไม่ได้ !  นายต้องช่วยเรารุ่ง  เพราะ เราใช้รูปนายแทนตัวเรา  เราคุยด้วยโปรแกรมแชทน่ะ ไม่ได้ไลฟ์สด เราก็ใช้รูปนายแทน”

รุ่งชะงัก  แล้วคิดตามที่ไอ้หัวหยิกเล่า

“อ้าว เวรละนี่ !  ทำไมนายทำยังงี้วะ ?”

“ก็ถ้า….. รุ่งฟังเรานะ !

ถ้า… นายเป็นผู้หญิง แล้วมีผู้ชายต่างชาติ  หน้าตาแบบเรา นัดไปเจอ  นายอยากจะเจอมั้ย ?”

คำถามนี้ เป็นตรรกะที่ไม่ได้จรรโลงปัญญาใด ๆ

“นี่คือเหตุผลที่ฟังแล้ว ทำให้นายพ้นผิดเลย ว่างั้นเหอะ ?”

ไอ้เตี้ยตัวแสบ ใช้ไม้ตาย  ยกมือขึ้นพนม

“เราไหว้ล่ะนะ รุ่ง !  ถ้านายไม่ไปเจอเค้า  เราก็ไม่ไปเจอเค้าแน่  ก็ปล่อยให้ยูอิเค้ารอเก้อไป

หน้าตาอย่างเรา  นายคิดดูสิ  ว่าถ้าเค้าได้เห็นเราว่า ตัวจริงเราเป็นแบบนี้ นายว่า เค้าจะผิดหวังขนาดไหน ?

เราได้ของของเราแล้ว  เราให้ยูอิ ช่วยซื้อหนังสือนิยายส่งมาให้เรา เราได้หนังสือมาให้นาน่าแล้ว  จริง ๆ เราต้องการแค่นี้  เราก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว

เราไม่ต้องไปเจอเค้าก็ได้ ก็ให้เค้ารอเก้อไปเลย

เอางั้นนะรุ่ง ?”

รุ่งถอนหายใจ

“เรื่องของนาย ! นายเป็นคนก่อ  นายก็รับเองแล้วกัน”

รุ่งเปิดประตูห้องน้ำ แล้วชี้ให้มอแกนเดินออกไป

***********************************

รุ่งโรจน์เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมเสื้อยืดคอปก ที่มีขนาดเล็กกว่าร่างกายของเขา

  แขนเสื้อสั้นเต่อ ไหล่คับ  เอวลอยพ้นขอบกางเกง

 

นาน่ามองรุ่งในสภาพนี้แล้วหัวเราะ

“ไม่เป็นไรค่ะ ! มีเสื้อสูทนี่ใส่ทับ  ถ้าติดกระดุมสูทไว้ ก็ไม่มีใครได้เห็นชายเสื้อยืด”

รุ่งพยักหน้าเห็นด้วย

นาน่าถามขึ้น

“แล้ว เรื่องที่พี่รุ่งอยากคุยกับนาน่าล่ะคะ ?  คุยนานมั้ย ? จะคุยในห้องนี้มั้ย ?”

รุ่งนึกขึ้นได้

“อ้อ ! ก้อ…..  นี่ไง !”  รุ่งชี้นิ้วไปที่มอแกนที่นั่งอยู่ที่โซฟารับแขก

“เรื่องมอแกน กับ นิยายนี่ไง   ก็สรุปว่า พี่ให้มอแกนมาคุยแทนไง”

นาน่าหันไปมองภาคีหัวหยิก เธอเลิกคิ้ว

“พี่รุ่งรู้เรื่องนี้เหรอ ?  อ๋อ ! สรุปว่า พี่รุ่งวางแผนจะนัดนาน่าออกมาเจอกับภาคีนี่เอง”

รุ่งฟังแล้ว ก็รีบเพยิดหน้า

“ก็ใช่ไง ! จู่ ๆ จะให้มอแกนเดินไปดม ๆ เท้านาน่า  เดี๋ยวอาจจะเจอน้ำร้อนสาด

พี่ก็ช่วยนัดนาน่าออกมาให้เค้าหน่อย”

“พี่รุ่งพูดยังกะ เพื่อนพี่เป็นตัวอะไร  พี่มอแกนใจดีจะตาย”

“ดีแล้ว !  งั้นแฟนนิยายสองคน ก็ใช้เวลาคุยกันตามสะดวกเลยนะ

เอาแบบ ยาว ๆ ไปเลย !”

*************************

รุ่งยืนอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม  กวาดตามองเพื่อหาคุณย่า

ผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้  โบกมือให้เขา

ผู้หญิงคนนี้….ใส่เสื้อลายดอกสีเหลือง มีรอยยิ้มอยู่เต็มใบหน้า ….. ทำให้เขาชะงัก

“ชิบหายละ !”

นั่นคือ เพื่อนญี่ปุ่นของมอแกนแน่นอน

เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินตรงเข้าไปหาเธอ

รุ่งเดินเข้าไปหาอาคันตุกะสาว แล้วส่งยิ้มให้  ชี้นิ้วไปที่เธอ

“ยูอิ ?”

“Hai !” เธอผงกหัวตอบกลับ  “Roong San ?” (รุ่งซัง) ?)

รุ่งพยักหน้า

“Yes !”

เขาถามต่อ

“Do you speak English ?”

ยูอิ ดัดผมลอน มีไฮไลท์สีทองเล็กน้อยสองข้างบริเวณขมับ เข้ากับสีเสื้อของเธอ

เธอเอียงคอ ยกมือ ชูนิ้วชี้กับนิ้วโป้งติดกัน

“Chotto ! A little” สื่อความว่า เธอพูดอังกฤษได้เพียงนิดหน่อย

รุ่งผายมือลงที่เก้าอี้ แล้วพูดช้า ๆ

“Please sit down and wait for me.  I will come back. มัตเตะ กูดาไซ วาการิมัส ก๊ะ ? (กรุณารอ เข้าใจมั้ยครับ ?)”

เธอพอเข้าใจ พยักหน้าหงึก ๆ

เขาเดินผละออกมาจากยูอิ  แล้วสายตาก็กวาดไปพบเป้าหมาย

เพ็ญ… ผู้ดูแลคุณย่า กำลังนั่งคุยกับคุณย่าที่โซฟาอีกด้านของล็อบบี้

เมื่อรุ่งเดินตรงเข้าไปหา เพ็ญมองเห็นก็ลุกขึ้นยืน

รุ่งยกมือไหว้

“พี่เพ็ญหวัดดีครับ !  คุณย่าสวัสดีครับ !”

เพ็ญส่งยิ้มให้

“รุ่งมานั่งคุยกับคุณย่านะ พี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน”

รุ่งพยักหน้า  เพ็ญเดินจากไป

เขาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ

ผู้อาวุโสแห่งไตรสรณ์สวมเสื้อคลุมกันหนาว ใส่กางเกงแสล็คลำลอง  ยื่นมือมาให้หลานชายจับ

รุ่งจับมือคุณย่า

“คุณย่ามีนัดที่นี่เหรอครับ ? ไม่เกี่ยวกับงานเปิดตัวโรงแรมเหรอครับ ?”

คุณย่าส่งยิ้ม พยักหน้า

“ย่ามีนัด  นัดประชุมครอบครัวน่ะ”

หลานชายฟังแล้วก็พยักหน้ารับรู้  แต่ไม่รู้ความนัยอะไรของคำว่า ‘ประชุมครอบครัว’

คุณย่ามองหน้ารุ่ง  เขาไม่มีคำถามใด ๆ

คุณย่าจึงต้องอธิบาย

“รุ่งรู้มั้ยว่า ตั้งแต่คุณปู่จากไป  พวกเราสมาชิกในครอบครัว ไม่เคยมีการคุยกันเองพร้อมหน้าพร้อมตา โดยไม่มีคนอื่นรู้เห็น ?”

รุ่งกระพริบตา ค่อย ๆ ถอดความ

“ไม่มีคนอื่นรู้เห็น ? หมายถึง เป็นข่าวออกสื่อเหรอครับ ?”

คุณย่าสั่นหัว

“ไม่ใช่สื่อ !

พวกเราไม่เคยมีความเป็นส่วนตัวมาก่อน”

รุ่งพยักหน้ารับรู้  แต่ไม่มีข้อติดใจอะไร

“คุณย่า เลยมานัดคุยกันนอกบ้านเหรอครับ ?”

“อืม ! แต่ก่อน แม้แต่คุยนอกบ้าน ก็ไม่มีความเป็นส่วนตัวหรอกรุ่ง

แต่ นับตั้งแต่วันนี้  เราจะเป็นครอบครัวที่มีแต่พวกเราไตรสรณ์จริง ๆ

วันนี้ เป็นการคุยกันภายในครอบครัว ครั้งแรก ที่เป็นส่วนตัวจริง ๆ”

รุ่งพยักหน้าหงึก ๆ  เขาเพียงแค่รับรู้  แต่คงไม่จำเป็นต้องออกความเห็น  เพราะ เขาไม่เข้าใจคำว่า ‘เป็นส่วนตัว’ กับ ‘ไม่เป็นส่วนตัว’ ว่าหมายถึงอะไร

“คุณย่าทานข้าวเย็นหรือยัง ?  ผมพาไปทานมั้ย ? ในนี้มีร้านอาหารอร่อย ๆ นะครับ”

คุณย่าสั่นหัว

“ย่าไม่กวนเวลาของเธอหรอก  ย่าอยากเจอรุ่ง เพราะอยากจะบอกกับปากเอง มากกว่าโทรคุย”

“อ้อ ครับ !”

“รุ่ง จำได้มั้ยว่า  เรามีสัญญาอะไรกันไว้ ?”

เขาฉุกคิด

“ผมสัญญากับคุณย่าเหรอ เรื่องตรวจสุขภาพให้คุณย่าเหรอครับ ?”

“ไม่ใช่จ้ะ !  เรื่องที่ย่าให้สัญญากับรุ่งไว้”

รุ่งกลอกตา แล้วจำได้ คำมั่นสัญญาที่เขารอคอยอยู่ทุกวัน

“คุณย่าจะพาผม ไปเจอกับพ่อ !  ใช่มั้ย ?”

คุณนายเฉลา หัวเราะชอบใจ

การหัวเราะของคุณย่า คือ คำตอบ

รุ่งถามต่อทันที

“ไปเมื่อไหร่ ? คืนนี้เลยมั้ยครับ ?  คุณย่ามีนัดประชุมครอบครัว แล้วจะพาครอบครัวทั้งหมด ไปด้วยกันหมดเลยใช่มั้ยครับ ?”

“ไม่ ๆ !  ไม่ใช่คืนนี้ !

ไม่น่าจะเกินเจ็ดวัน หลังจากนี้  ย่าจะบอกรุ่งเมื่อพร้อมนะ”

รุ่งพยักหน้าซ้ำ ๆ

“ขอบคุณครับ ! เป็นข่าวดีที่สุดของปีนี้    ไม่ใช่สิ ! เป็นข่าวดีที่สุดในรอบสิบปีด้วยซ้ำ”

คุณย่าบีบมือหลานชายแน่น

“เอาล่ะ ! ย่าไม่กวนเวลาเธอแล้ว  ประเดี๋ยว ย่าก็มีนัดคุยกับคนอื่นอีก  รุ่งไปทำธุระต่อเถอะ  เพื่อนนั่งรอเงกอยู่นั่นแล้ว”

คุณย่ามองตรงไปยังล็อบบี้อีกฟาก

รุ่งนึกได้

“เอ๊ะ ! คุณย่าเห็นผมกับเพื่อนใช่มั้ยครับ ?”

“จ้ะ ! ย่าเห็นตั้งแต่รุ่งเดินไปทักเพื่อนน่ะ  แต่งตัวน่ารักเชียว”

“อ้อ ครับ ! เป็นคนญี่ปุ่น เป็นเพื่อนของเพื่อนน่ะครับ”

“ตามสบายเถอะ ! อย่าให้เค้ารอนาน  แล้วย่าจะนัดรุ่งวันที่ย่าพร้อมนะ”

“ครับ !” รุ่งยกมือไหว้

คุณย่าเอื้อมมือมาลูบแก้มของหลานชาย

***********************

รุ่งซังกับยูอิ พบกันอีกครั้งที่ล็อบบี้

รุ่งโค้งแบบญี่ปุ่น แล้วพูดภาษาญี่ปุ่นที่พอจะจำได้

“โอ มาตาเสะ” (ขออภัยที่ให้รอ)

ยูอิสั่นหัวยิก ๆ ยกข้อมือขึ้นโบกปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เหมือนสาวญี่ปุ่นทั่วไป ที่แสดงความในใจบางอย่าง ออกทางท่าทางให้คนทั่วไปเห็นได้ชัด

“Nan demo nai, nan demo nai” เธอย้ำคำนี้ สองครั้ง

รุ่งซังจำความหมายประโยคนี้ได้ 

หนานเดโมไน แปลว่า ไม่เป็นไร

รุ่งพิจารณาใบหน้าของยูอิ 

ใบหน้ารูปกลม ตาโต มีขี้แมลงวันใต้ตาเป็นเสน่ห์ ผิวขาวเหลือง

ถ้าให้คนทั่วไปเดาว่า เธอคือชนชาติใด  ส่วนใหญ่จะเดาถูกต้องแน่นอน

หน้าตาเธอคือมาตรฐานสาวญี่ปุ่น

ท่อนบนของเธอคือเสื้อลายดอกเหลือง ท่อนล่างคือกระโปรงยาวคลุมเข่าสีเบจ และ รองเท้าส้นสูงสีครีม

นี่ เธอพกรองเท้าส้นสูงมาเที่ยวต่างประเทศเชียว !

เขาถามขึ้น

“Are you hungry ?” (หิวมั้ยครับ ?)

ยูอิส่งยิ้มให้

รุ่งเข้าใจทันทีว่า เธอฟังไม่รู้เรื่อง

เขาจึงแสดงท่าทาง ตักอาหารเข้าปาก

สาวอาทิตย์อุทัย พยักหน้าทันที

“Hai hai !”

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาจำเป็นต้องพาเธอเข้าไปทานอาหารฟรีในงานเลี้ยงเปิดตัวโรงแรม

“We go to cocktail party. OK ?” เขาตั้งใจพูดภาษาง่าย ๆ

ยูอิพยักหน้า

รุ่งหัวเราะหึ ๆ   เขาไม่รู้ว่า การพยักหน้าของเธอ หมายความว่า เธอเข้าใจ และ ตกลงตามนั้น  หรือ พยักหน้าแค่ให้รู้ว่า กำลังฟังอยู่นะ

“Follow me !” (ตามผมมา)

รุ่งเดินนำ  แล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง

“จะคุยกันรู้เรื่องมั้ยวะ ?”

************************************

จอ LCD หน้าห้องจัดงาน ยังเปิดรายการข่าว รายงานผลงานต่าง ๆ ของพระอาจารย์โกวิทย์ ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา

กำหนดการพระราชทานเพลิงศพ คงจะมีแถลงการณ์อย่างละเอียดในโอกาสต่อไป

เจ้าหน้าที่โรงแรมหน้าห้องจัดงาน กำลังประชาสัมพันธ์ ขอนามบัตรผู้เข้าร่วมงาน เพื่อมีสิทธิ์ได้รับรางวัลจากการจับสลากในงาน

ยูอิอ่านแบนเนอร์ที่ผนังหน้าห้องจัดงาน เธออ่านออกเสียง

“แกรนด์ โอเพนนิ่ง เซเรโมนี่” เป็นสำเนียงญี่ปุ่น แล้วเธอก็ผงกหัวเข้าใจว่า  งานนี้ เป็นงานเลี้ยงพิธีการเปิดตัวโรงแรม

หันมาพูดกับรุ่ง

“Yokatta ! …….”

เขาฟังออกเพียงคำแรก โยกั๊ตตะ แปลว่า ดีจัง, โชคดีจัง… อะไรประมาณนี้  นอกนั้น ฟังไม่รู้เรื่องสักคำ

รุ่งมองเห็นชายสองคน เป็นอดีตเพื่อนร่วมห้องที่มหาวิทยาลัยหอการค้า แต่งตัวในชุดสูท เดินเข้าห้องไปจัดงานไป

โน่น ! พี่ธรรม์กำลังยืนคุยกับฝรั่งอีกฟากของบริเวณหน้าห้องจัดงาน

เขายืนสูดหายใจ ตั้งสติ

ในห้องจัดงานคืนนี้ เต็มไปด้วย เครือญาติทั้งสองฝ่าย  ไตรสรณ์ และ กิจบูรณา

เขาก็เพียงแค่ ต้องวางกริยามารยาท ให้สุภาพ ตามสมควร  ซึ่ง มันไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ นอกจากว่า…..

…. ไอ้เสื้อยืดคอปก ที่คับชิบหายเนี่ย ทำให้เขาอึดอัด จนแทบอยากจะถอดสูทออก แล้วถอดเสื้อยืดทิ้ง

“Ikou ka?” ยูอิพูดขึ้น

รุ่งพอเดาความหมายได้ว่า เธอถามว่า พร้อมจะเข้างานหรือยัง ?

รุ่งผายมือ

“โดโสะ !” (เชิญครับ)

******************

เมื่อเข้ามาในห้องบอลรูม สิ่งแรกที่รุ่งทำ คือ โทรศัพท์หาเพื่อนแว่น

“วิทย์ กูอยู่ในงานละ  ไอ้ทอมมาหรือยัง ?”

“เออ ! มันอยู่กับกูละ  มึงมาเจอกูตรงนี้ โซนอาหารฝรั่งเนี่ย”

แขกในงานมีจำนวนมากขึ้น จนกวาดมองแล้ว เห็นคนไม่ทั่วงาน

“เออ เดี๋ยวกูหาเอง !”

รุ่งหันมาหายูอิ  เขาตั้งใจจะบอกเธอให้ เดินชิมอาหารตามสบาย

แต่ไม่รู้จะพูดกับเธอยังไง

“ยูอิซัง ! See, walk around and eat. OK ?”

การตอบกลับ เหมือนที่เขาคาดไว้ คือ เธอพยักหน้าหงึก ๆ แล้วยิ้ม

รุ่งเดินผละจากเธอ มาสองสามก้าว หยุดเดิน เพื่อกวาดสายตามองหาวิทย์ และ ทอม

ยูอิก็โผล่มาอยู่ข้าง ๆ เขา

“อ้าว !”

รุ่งชี้มือไปที่ซุ้มอาหาร ให้เธอเดินเข้าไปดู

เธอกลับผายมือ ให้รุ่งเดินไปด้วยกัน

เขาไม่รู้จะสื่อสารกับเธอยังไง  เขาจึงเดินพาเธอไปที่ซุ้มที่ใกล้ที่สุด

สาวยุ่น เห็นซุ้มอาหารที่จัดอย่างสวยงาม ก็ยกมือประสานกันกุมไว้ที่หน้าอก  แสดงท่าทีชื่นชม

“Ey…. sugoi !!!……”

จากคำว่า ‘ซึโก้ย’ ไปแล้ว เขาก็ฟังไม่ออกว่า เธอพูดว่าอะไร

รุ่งชี้มือไปที่ถาดอาหาร

“Eat !  ทาเบมัส !” (ทานเลย !)

ยูอิ กำลังหยิบไก่สะเต๊ะจากซุ้มอาหาร

รุ่งเดินผละจากมา เขามองเห็นอามัณฑนา ยืนคุยอยู่กับคนกลุ่มหนึ่งที่กลางห้อง

ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่เขาจะไปเดินกลางห้อง ณ เวลานี้   การเจอคุณอาที่แสนจะจุกจิก ณ เวลานี้ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการตอบคำถาม

“Roong San ! ….onaka suite nai desyouka?”

เขาสะดุ้งทันที  หันขวับมา

ยูอิ ยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ

รุ่งมองยูอิด้วยตาที่เบิกกว้าง

นี่ เธอยังจะตามเขามาอยู่อีก !

รุ่งพาเธอเดินกลับมาที่ซุ้มอาหาร ซุ้มต่อไป

แล้วชี้มือไปที่อาหาร

“โคโค่วะ โออิชิ” (ไอ้นี่อร่อย !)  แล้วก็ชี้มือไปจานถัดไป

“โคโค่วะ โออิชิ” (ไอ้นี่ก็อร่อย) แล้วก็ชี้มือ ไปจานอื่น ๆ อีก

“โคโค่วะ โออิชิ”

เขาต้องการบอกเธอว่า ซุ้มนี้ อร่อยทุกจาน  เพื่อให้เธอใช้เวลาชิมซุ้มนี้ให้หมดทุกอย่าง

ยูอิมองอาหารในซุ้ม แล้วมีรอยยิ้ม

รุ่งคิดว่าเธอคงชอบหน้าตาของอาหารเหล่านั้น

“You don’t have to follow me. Enjoy the foods. OK ?” (เธอไม่จำเป็นต้องเดินตามฉันมา ทานอาหารให้อร่อยเถอะ)

ยูอิพยักหน้า

รุ่งถอนหายใจ แล้วเดินผละออกมา

เขาแทรกตัวผ่านบรรดาผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน จนมองเห็นเป้าหมาย

วิทย์ และ ทอม กำลังยืนคุยกับ เพื่อนร่วมห้องมหาวิทยาลัยสองคนนั้นที่เขาเห็นที่หน้าห้อง

แขนเขาถูกฉวยด้วยมือของใครบางคน  รุ่งหันกลับมา

พิมพ์วลี… คุณแม่ของแพทตี้  อยู่ในชุดเดรสสีเทา กระโปรงเหนือเข่า

“พี่พิม สวัสดีครับ !” รุ่งยกมือไหว้

“โห ! พี่พิม ต้องแต่งตัวสวยอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่าครับ ?”

พิมพ์วลีเลิกคิ้ว

“เราเจอกันทุกวันเหรอไง ?”

“ผมเจอพี่พิม สองสามครั้ง พี่พิม สวยทุกครั้งเลย”

“ปากหวานซะจริง !  เราเจอลูกศิษย์เราแล้วใช่มั้ย ?”

“อ้อ แพทตี้น่ะ ผมเจอแล้วครับ !  เอ้อ ! แล้วตอนนี้ น้องเค้าอยู่ไหนแล้วครับ ?”

พิมมองไปข้าง ๆ รุ่ง แล้วกระซิบถาม

“แล้วคนข้าง ๆ นี่ใคร ? เพื่อน หรือ แฟน ?”

“หือ !” เขาหันไปมองข้างกาย

รุ่งโรจน์ทำท่าสะดุ้ง เหมือนถูกผีหลอก  แล้วร้อง

“จ๊าก !!!”

สาวญี่ปุ่น ปรากฏตัวอยู่ข้างกายเขาอีกแล้ว !!!

ทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้ได้ ?

ยูอิ เอียงคอ ส่งรอยยิ้มให้รุ่ง เหมือนเดิม

เธอ คือ ปลิงญี่ปุ่น หรือ อะไร เนี่ย ?!!!

เขาหันหน้ากลับมาหาพิม  กระพริบตาปริบ ๆ

“เอ่อ… คือ … เพื่อนครับ !  เธอเป็นญี่ปุ่น”

แล้วเขาหันไปผายมือ

“ชื่อยูอิครับ”

“Yui desu ! Yoroshiku Onegaishimasu !” ยูอิโค้งคำนับพิม

ความประหลาดใจเกิดขึ้นกับรุ่งแบบตั้งตัวไม่ติด

เธอตามเขาติด เพราะ เขาไม่สามารถสื่อสารกับเธอให้เข้าใจได้ว่า เขาต้องการความเป็นส่วนตัว หรือว่า บุคลิกของเธอ เป็นคนที่แปลกประหลาดผิดปกติแบบนี้ ?

พิมก้มศรีษะตอบ

แล้วหันมาพูดกับรุ่ง

“ครูรุ่งได้มีโอกาสสอนลูกศิษย์หรือยัง ?”

รุ่งเข้าใจความหมาย  ตั้งแต่เขาได้ถูกมอบหมายให้เป็นครูสอนธรรมะให้แพทตี้

เขายังไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่นั้นเลย

รุ่งนึกอะไรบางอย่างได้ แล้วก็พยักหน้า

“นี่แหละครับ ! วันนี้ผมเตรียมบทเรียนแรกให้แพทตี้แล้ว น้องอยู่ไหนครับ ?”

พิมหันไปกวาดสายตามองหาลูกสาว

รุ่งหันมามองยูอิ

สาวญี่ปุ่นคนนี้ยังมีหลักฐานมั่นคง ยืนปักหลักอยู่ข้าง ๆ เขา พร้อมกับรอยยิ้ม

แพทตี้ในชุดราตรีสีกรมท่า ปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ คุณแม่แล้ว

สาวน้อยพลังวิเศษ ยักคิ้วให้ครูรุ่ง เป็นการทักทายอีกครั้ง

รุ่งพยักหน้า

“ดีเลย แพทตี้ ! วันนี้พี่เตรียมอะไรมาสอน”

เขาพูดกับพิมผู้เป็นแม่

“พี่พิม ไว้ใจผมนะครับ  เดี๋ยวผมขอเวลาคุยกับแพทตี้ในงานนี้แหละครับ  เชิญพี่พิมตามสบายครับ”

พิมผงกหัวรับ

“เอ้า ได้ !  ตั้งใจฟังพี่รุ่งนะ แพทตี้ !”

“ค่ะ !” ลูกสาวรับคำ

ชุดเดรสของพิมรัดรูป เข้าทรง เน้นสัดส่วนอย่างชัดเจน

พิมเดินผละออกไป สายตาหนุ่ม ๆ รอบข้าง อดไม่ได้ที่จะมองรูปร่าง และ ท่อนขาส่วนที่พ้นขอบกระโปรงของเธอ

แพทตี้ขมวดคิ้ว

“ตั้งใจจะมาสอนธรรมะในงานเนี่ยเหรอ ?”

รุ่งแสยะยิ้มที่มุมปาก แล้วปั้นหน้าให้ดูเป็นงานเป็นการ

“พี่จะสอนเรื่อง การมีสมาธิ ตั้งใจฟังนะ”

ลูกศิษย์หัวเราะหึ ๆ  ครูคนนี้ยังดันทุรังจะสอนธรรมะเธอในงานจริงสิเนี่ย !

“ว่ามา !”

รุ่งหันมาที่ยูอิ

“นี่ เพื่อนพี่ ชื่อ ยูอิ เป็นคนญี่ปุ่น”

ลูกศิษย์ตัวแสบ มองเพื่อนของครู แล้วยกมือไหว้

ยูอิ โค้งคำนับแพทตี้

รุ่งพูดต่อ

“แพทตี้ ต้องมีสมาธิ ดูยูอิไว้  อย่าห่างจากเค้า เกินสามก้าว”

แพทตี้กระพริบตา  รอฟังต่อ

“แล้ว ต้องดูแลเค้าไว้ อย่าให้เค้า เข้าใกล้พี่ เกินสามก้าว

คือ ยิ่งห่างกับพี่ไว้ ยิ่งดี”

แพทตี้กระพริบตาปริบ ๆ

“แล้วยังไงอีก ?”

“ก็ ไม่ไงอีก !  แค่นี้แหละ เรียกว่า การมีสมาธิไง”

ลูกศิษย์ขมวดคิ้ว เอียงคอ

“นี่มันสอนอะไรกันเนี่ย ? ให้อยู่กับผู้หญิงคนนี้ แค่นั้นน่ะเหรอ ?”

“ใช่ !  แล้วก็ห้ามให้เค้ามาเข้าใกล้พี่  ทำยังไงก็ได้ ให้เค้าไปเดินกินอะไรก็ได้ อร่อย ๆ เยอะแยะ”

“ก็แพทตี้ พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้”

“ไม่ ๆ ไม่ต้องพูด !  มันเป็นการฝึกสมาธิวิธีหนึ่ง  เราใช้สมาธิเรา ทำให้เขาตามเราไปไหน ๆ ก็ได้  ฝึกซะ”

ลูกศิษย์ ไม่มีทางเข้าใจเหตุผลของ ครู

ช่างไร้สาระจริง ๆ !

เขาหันมาหายูอิ พูดภาษาญี่ปุ่นง่าย ๆ

“โคโค่วะ  แพทตี้  วาตาชิโนะ โทโมดาจิ” (นี่คือ แพทตี้ เพื่อนผม)

“ยูอิซัง stay with her” (ยูอิ อยู่กับเธอนะ)

แล้วหันมาหาแพทตี้

“นี่คือบทเรียนบทแรก  ไปละ !”

แล้วก้าวเท้าเดินออกจากสองสาวนั้นทันที

 

******************************************

รุ่งโรจน์เดินตรงเข้ามาหาวิทย์ ที่กำลังยืนคุยกับ ท็อป และ  โอ๊ต เพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเดียวกัน

รุ่งยื่นมือไปจับข้อศอกท็อป ที่รูปร่างท้วม ตัวเตี้ยกว่าเขาเล็กน้อย อยู่ในชุดสูทไม่ผูกไท

“ท็อป !”

ท็อปหันหน้ามา

“อ้าว ! รุ่ง !”

โอ๊ตรูปร่างผอม สูงกว่าท็อป หันกลับมาด้วย

โอ๊ตยื่นมือมาตบบ่า

“เป็นไงรุ่ง ?  ไอ้วิทย์มันเล่าให้ฟังว่าทำงานที่นี่เหรอ ?”

รุ่งพยักหน้า

“เออ ! อยู่ในส่วนสวนสนุกน่ะ”

ท็อปยื่นมือมาขอเชคแฮนด์

รุ่งจับมือเพื่อนเขย่า

“เดี๋ยวกูขอคุยกับวิทย์ก่อน แป๊บนึง”

รุ่งขยับไปหาเพื่อนแว่น

วิทย์มองเห็นเสื้อยืดคอปกของเพื่อน ก็เตะตาทันที

“มึงไปเปลี่ยนชุดมาเหรอวะ ?”

รุ่งนึกได้

“เอ้อ…. ใช่ !  เปลี่ยนแต่เสื้อ  มีอุบัติเหตุนิดหน่อย ทำเสื้อเชิ้ตกูเปียก

ทอมไปไหนวะ ? เมื่อกี๊กูยังเห็นมันยืนอยู่กับมึง”

“น้องหงส์โทรมา เรียกให้ทอมไปเจอ  มันเลยให้กูยืนคุยกับไอ้สองตัวเนี่ย  เดี๋ยวมันคงกลับมา”

รุ่งพยักหน้ารับรู้

“แล้ว ท็อป กับ โอ๊ต มาร่วมงานได้ไงวะ ? ทำงานที่ไหน ถึงได้รับเชิญมางานนี้ ?”

“ไอ้ท็อปมันอยู่บริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์ให้กิจบูรณา    แต่ไอ้โอ๊ตนี่ น่าจะรู้จักกับคุณแพม  มันอยู่ในบริษัทที่มีคุณแพมถือหุ้น เห็นมันถามหาแต่คุณแพม

คุณแพมเค้าถือหุ้นบริษัทไหนวะ ?”

รุ่งสั่นหัว

“ไม่ใช่เรื่องของกู ! กูรู้แต่ว่า กูไม่มีหุ้นที่ไหน  ถ้ากูมีหุ้น กูจะบอกมึงคนแรก”

วิทย์หัวเราะร่วน

“สวยแบบผู้ดี ดูสูงส่งแบบคุณแพม  ใคร ๆ ก็คงอยากรู้จักให้มากขึ้น  มึงว่าปะ ?”

รุ่งพยักหน้าเข้าใจ

***********************************

เลอหงส์ เลือกที่จะนัดพบกับฐิติชญา นอกห้องบอลรูม

โถงทางเดินระหว่างพลาซ่า และ โรงแรม เป็นจุดนัดพบที่เหมาะสม  คนไม่พลุกพล่าน

ทอมเบิกตาโต เมื่อเห็นน้องหงส์ในชุดราตรี

หงส์ยืนยิ้ม ยื่นสองแขนออกมาต้อนรับ  ทอมเดินเข้าจับแขนทั้งสองข้างของเธอ

“สวยที่สุดในงานแล้ว น้องหงส์ !”

มือของทอมสัมผัสได้ถึงความเย็นจากผิวกายของอีกฝ่าย

“น้องหงส์ทำไมตัวเย็นจัง ?  ไม่สบายหรือเปล่า ?”

หงส์พยักหน้า

“เพลีย ๆ ค่ะ !”

“หนาวมั้ยเนี่ย ? ไม่มีเสื้อคลุมซะด้วย”

“หงส์ไม่ได้เตรียมมา ปกติก็ไม่ใช่คนขี้หนาว เพิ่งจะรู้สึกหนาวเมื่อกี๊เอง  วันนี้หงส์ใช้พลังเยอะไปหน่อยมั้ง เลยเพลีย”

เธอคงไม่สามารถเล่าถึงภารกิจที่ เธอ และ พี่แอนดี้ ได้ทุ่มเทพลังจัดการไปเมื่อก่อนหน้านี้

ภารกิจนั้น ผลาญพลังงานของเธอไปจนเกือบหมด  อาการป่วยที่มีมาก่อนหน้านี้ ก็เริ่มส่งผลออกมาภายนอก ให้คนอื่นได้สัมผัส

ทอมมองดูสีหน้าของเธอ หน้าตาดูอิดโรยพอสมควร

“แจ็คพ็อตแล้วมั้ง ! มาป่วยในงาน

หงส์ต้องมีเสื้อคลุมแล้วล่ะ ยิ่งในห้องจัดงาน แอร์เย็นกว่านี้อีก

พี่เอาเสื้อคลุมมาด้วย อยู่ในรถ เดี๋ยวให้เพื่อนไปหยิบมาให้”

การตอบสนองด้วยการพยักหน้าแบบเชื่องช้าของหงส์ ทำให้ทอมขมวดคิ้ว

“จะไหวมั้ยเนี่ย ?  ไปหาที่หลบแอร์ก่อนดีกว่า  เดินไปนอกโรงแรมแป๊บนึงดีมั้ย ?”

ทอมมองหาประตูทางออกพลาซ่าที่ใกล้ที่สุด แล้วจูงมือน้องหงส์เดินไป

เมื่อพ้นประตูโรงแรม สองสาว เดินไปนั่งที่เก้าอี้ม้าหิน

ทอมปลีกตัวเดินออกมาสองสามก้าว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้น กดสายเรียกวิทย์

“วิทย์ ชั้นวานอะไรหน่อย  แกช่วยไปที่รถหยิบเสื้อคลุมชั้นในรถให้หน่อยสิ”

“หนาวเหรอวะ ? แล้วทำไมเมื่อกี๊ไม่ใส่เข้ามาในงาน ?” เสียงวิทย์ตอบมา

ทอมตวาดกลับ

“ก็ไม่ใช่รถกูนี่หว่า !   กุญแจรถก็อยู่ที่แก  แกส่งชั้นลงที่เรือนไม้ ชั้นจะพกเสื้อคลุมไปด้วยทำไมวะ ?”

“อ้อ ! เออ ๆ !”

“แล้วช่วยเอามาให้ที่หน้าร้านญี่ปุ่นชื่อคินคากุ ตรงโซนพลาซ่า ชั้นจะให้น้องหงส์ใส่ เค้าไม่ค่อยสบาย”

“คินคากุ โซนพลาซ่า โอเค !” วิทย์ทวนคำ

 

วิทย์เดินไปสะกิดรุ่ง ที่กำลังคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นที่มหาวิทยาลัย

“รุ่ง ! ไอ้ทอมบอก น้องหงส์ไม่สบาย มันจะให้กูเอาเสื้อคลุมไปให้  มึงจะไปด้วยกัน หรือ จะอยู่ในงาน ? ”

รุ่งมองหน้า

“น้องหงส์อยู่ที่ไหน ?”

“มันบอกอยู่แถวร้านคินคากุ โซนพลาซ่า”

รุ่งพยักหน้าทันที เขาคุ้นเคยกับพื้นที่ในเขตโรงแรม และ พลาซ่าทั้งหมด

 

ท็อป กับ โอ๊ต ยืนจับกลุ่มกับเพื่อนร่วมงานสาวที่บริษัทอีกสามคน คุยกันเป็นเรื่องราวสนุกสนาน

วิทย์ยืนอยู่ในกลุ่มด้วย ก็รับรู้ว่าทั้งห้าคนนี้ เป็นเด็กจบนอกหมด เพราะภาษาที่ใช้ในการสนทนา บอกได้อย่างชัดเจน

 

************************************************************

___________________________________________________

“ได้ครับ ! แล้วสรุปว่า ท้าววิรุฬหก บอกว่า คนดวงตก คนถัดไปคือใครครับ ?”

 

 

 

“หงส์  น้องสาวพี่ !”

 

 

รุ่งกระพริบตาปริบ ๆ

 

 

 

แอนดี้ถามขึ้น

 

“ถ้าพี่ต้องการพลังจากรุ่งด้วย อยากให้รุ่งมาช่วยพี่ทำอะไรบางอย่าง

ที่เรือนอภิญญาฆราวาสนี้  เพื่อช่วยหงส์

 

แต่ ก่อนที่รุ่งจะเข้ามา

พี่จะนัดรุ่งคุยกับอาจารย์ยาใจ รุ่งจะสะดวกใจมั้ย ?”

“หลวงพ่อคะ หนูจะตั้งใจทำงานของครูปั้นให้สำเร็จ  แต่ งานหนูก็ต้องสำเร็จด้วยนะคะ  หนูมีภารกิจต้องทวงอุปกรณ์จากกองทัพไทย คืนกลับให้กับบริษัทให้ได้

ขอให้หลวงพ่อ ช่วยหนูด้วย  ทั้งสองงานนะคะ”

เธอ