อภิญญาฆราวาส ตอน 51 ขอความมั่นใจจากมโน ฯ

โทรทัศน์ขนาด 65 นิ้ว ที่ติดผนังล็อบบี้โรงแรม

เสนอข่าวด่วน ที่ทำให้ผู้มาใช้บริการคนไทย ต้องตั้งใจชม

 

พระอาจารย์โกวิท อิสฺสรปญฺโญ …. พระสงฆ์ชื่อดัง แห่งวัดป่าอนัตตธรรม

มรณภาพ เมื่อบ่ายวันนี้

 

แม้แต่พนักงานของโรงแรม ก็ยังต้องหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข่าวจากสำนักอื่น ๆ

 

สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ทะยอยกันรายงานข่าวด่วนนี้ เมื่อพักเบรคจากรายการหลัก

 

 

บริเวณ หน้าห้องบอลรูม ก็เช่นกัน

 

โทรทัศน์ขนาด 43 นิ้ว ที่ติดผนัง กำลังเสนอข่าวด่วนนี้อยู่

 

ทั้งนักข่าว และ ผู้มีเกียรติชาวไทยที่มาร่วมงาน ต่างเข้ามายืนใกล้จอโทรทัศน์

เพื่อฟังเสียงให้ชัดขึ้น

 

พนักงานโรงแรมสาว นำรีโมททีวี มาเร่งเสียงโทรทัศน์เพิ่มขึ้น

 

 

**************************************************************

 

ภารกิจที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ทำให้สิงห์ต้าลู่หายใจได้โล่งปอด

 

เวลาหนึ่งทุ่มของวันนี้ เขาอาจจะต้องป่วยเป็นกิจวัตรเหมือนเดิม

หรือ อาจจะลืมป่วยเหมือนสามสี่วันที่ผ่านมา ก็ช่าง

 

มนต์ขลังของพระนางจันทิมาที่เคยได้ถ่ายทอดให้กับเขา 

ถูกร่ายลงในแชมเปญขวดนั้น ให้ผลที่น่าทึ่ง

 

แค่นี้ ก็เป็นสิ่งที่เกินกว่าคำว่า น่าพอใจ

 

แอนดี้นั่งสงบจิต ระลึกถึงพระคุณของพระนางจันทิมา ที่มีต่อตัวเขา และ บริวาร

 

 

ถึงแม้พระนาง ฯ จะจากไปแล้ว แต่สิ่งที่พระนางถ่ายทอดไว้ให้

ยังผลิดอกออกผลได้อย่างเหลือเชื่อ

 

 

พระนางจันทิมาคงมีความเมตตา ความรัก ความผูกพัน

ต่อ คนที่เคยเป็นบริวารของท่านอย่างมากล้น

 

เขาปิดเปลือกตาลง เพื่อพักร่างกาย ให้คลายจากความเคร่งเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป

 

 

______________________

 

 

 

 

พระอาทิตย์อัสดงไปเมื่อครู่  ตะเกียงถูกจุดขึ้นมาส่องสว่างภายในกระท่อม

 

ในกระท่อมไม้ ณ ขณะนี้

มีเพียงอดีตองค์หญิงผู้พี่แห่งราชวงศ์ปะทุมดีเท่านั้น

กำลังนั่งอยู่บนตั่งไม้ ใช้ผ้าเช็ดปลายผม

 

“จันทิมา !”

 

เสียงของผู้ชายเรียกชื่อเธอ ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

 

องค์หญิงศรีวรรณ สะดุ้ง หันกลับมา

 

ชายร่างกำยำ มีสังวาลย์ประดับหน้าอก ยืนอยู่ในกระท่อม

 

เธอผุดลุกขึ้นยืน จ้องเขาด้วยสายตาตื่นตระหนก

 

“อ้ายชิดโกสุม !  เข้ามาเยี่ยงใด ?”

 

ชิดโกสุมแสยะยิ้ม

 

“ตะวันลับแล้ว ข้าจะปรากฏกายแห่งไหน ผู้ใดรึจักห้ามข้าได้ ?”

 

 

“ท่าน ออกไปนอกกระท่อม บัดเดี๋ยวนี้  ท่านรู้หรือไม่ว่า ข้าคือผู้ใด ?”

 

 

“เจ้า ไร้ราชบัลลังก์แล้ว ยังริอ่านมาถือยศศักดิ์กับข้า  นึกรึว่า ข้าจะลนลาน ?

 

แม้แต่บิดาของเจ้า ข้าก็ยังกล้าที่จะคุกคาม  บิดาเจ้า ป่านนี้ยังมีชีวิตอยู่

หรือ ไม่ก็ตอบได้ยาก”

 

 

“ท่านต้องการสิ่งใดจากข้า ?”

 

 

“ข้ามาเตือนเจ้า ด้วยความหวังดี  ขอให้เจ้าเพียรระลึกให้ได้ว่า เจ้าเป็นผู้ใด ? 

อดีตเจ้าเคยเป็นผู้ใด ?  แล้ว ข้าเป็นอะไรกับเจ้า ?

 

เวลาของเจ้า มีอยู่น้อยนิด  จะหมดไปยามนี้ ยามพรุ่ง ก็สุดจะคาดเดาได้

 

เจ้า คือ จันทิมา  เจ้าจงจำคำนี้ไว้ แล้วระลึกให้ได้  นี่คือหน้าที่ของเจ้า

 

ส่วนน้องสาวของเจ้า จักปลอดภัย  หากเจ้าระลึกได้ว่า เจ้าคือใคร”

 

 

 

 

องค์หญิงศรีวรรณ จำเรื่องราวที่ท่านดาบสแห่งสุวรรณภูมิ เพิ่งจะเล่าให้เธอฟัง

เมื่อบ่ายวันนี้ได้อย่างดี

 

ชิดโกสุมท่านนี้ คือ จุลินทร์นาคราช สินะ

 

แต่ บุคลิก และ ท่าทางของเขา ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึก ไว้ใจ

 

 

การฝากน้องสาวไว้กับ ชายที่ไร้ศักดิ์ ไร้ที่มา  เพียงเพราะเชื่อในเรื่องเล่าที่ชายผู้นี้

เป็นคนกุขึ้น

 

คงไม่สู้ ฝากไว้กับ เจ้าชายผจัญบุตร   เจ้าชายผู้มีเกียรติแห่งราชวงศ์เจนอุษา

 

 

ผู้ที่มีอำนาจ และ กำลังไพร่พลอันมหาศาล ที่พร้อมจะปกป้องเจ้าหญิง

ที่พลัดแผ่นดินอย่างสุดกำลัง

 

 

“น้องสาวของเรานั้น  เรา และ ท่านดาบส จักร่วมกันตัดสินใจเอง”

 

 

ชิดโกสุม ชี้หน้า

 

“ไอ้ดาบสจัญไรนั่นรึ จะช่วยเจ้าได้ ?

 

ตัวมันเองก็จักไม่รอด เพราะ ข้าจะเอาชีวิตมันมาชดใช้ ที่มันใช้เวทย์อันระยำ

มากระทำต่อข้า

 

น้องสาวของเจ้า ก็คือสมบัติของข้า  ข้าจักพิทักษ์ได้ด้วยวิธีของข้าเอง”

 

 

 

 

“ท่านพูดจาหยาบคาย  จิตใจของท่านไร้ความเป็นมนุษย์ 

ท่านมีจิตที่คิดเข่นฆ่าผู้ทรงศีล

 

ท่านจงออกไปจากกระท่อมนี้ ก่อนที่น้องสาวเราจะกลับเข้ามา

 

หากน้องหญิงของเรา นำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่เจ้าชายผจัญบุตร 

ร่างของท่านจะแหลกไม่มีชิ้นดี”

 

 

 

“จันทิมา จิตเจ้าเกิดอาเพศแล้วหรือไร ?  เวลาที่มีอยู่นั้น

ยิ่งถดถอยไปทุกชั่วยาม 

 

ข้าเป็นใคร เจ้าระลึกมิได้รึ ?”

 

 

 

“ออกไปจากที่นี่ !” 

 

องค์หญิงชี้มือไปที่ประตู

 

 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเรียก

 

“เหล่าซือแอนดี้คะ !  พี่แอนดี้ !”

 

ทำให้สิงห์ต้าลู่ตื่นจากภวังค์

 

แอนดี้ลุกจากโซฟา เดินไปที่ประตู

 

เมื่อประตูเปิดออก

 

ฐิติชญา ยืนอยู่หน้าประตู  ยกมือขึ้นไหว้

 

“สวัสดีค่ะ ! เหล่าซือ”

 

 

“อ้าว ญา !  ได้โทรเข้ามาใช่มั้ย ?  ขอโทษ ผมปิดมือถือ

 

เมื่อกี๊มีประชุม”

 

 

 

“ค่ะ ! ไม่เป็นไร !  ญาโทรไปถามน้องหงส์  เค้าบอกว่าพี่แอนดี้เพิ่งเสร็จธุระ

ให้เดินมาเคาะประตูได้เลย”

 

 

แอนดี้ผลักประตูให้กว้างขึ้น

 

“ญา เข้ามานั่งก่อน”

 

 

ทอมเดินเข้ามาในห้องอาร์เอ็มเอ

 

 

เธอยังจำได้ว่า เคยเข้ามาที่ห้องนี้ครั้งหนึ่ง เมื่อสองปีที่แล้ว

 

สายตาเหลือบมองไปเห็นรูปในกรอบที่ตั้งไว้บนตู้โชว์

 

 

เธอเดินเข้าไปที่หน้าตู้ แล้วจ้องไปที่รูป

 

เด็กผู้ชายอายุประมาณสิบขวบ สะพายกีต้าร์ไฟฟ้า

 

 

 

 

“รูปนี้ ใช่รุ่งหรือเปล่าคะ ?”

 

 

 

แอนดี้เหลือบมองไปที่กรอบรูปนั้น แล้วพยักหน้า

 

“ใช่ !”

 

เหล่าซือชี้ไปที่เก้าอี้

 

 

“ญา นั่งก่อนครับ !”

 

 

ทอมทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้

 

แอนดี้ลากเก้าอี้อีกตัวมาตั้งเยื้องจากเธอไปเล็กน้อย

 

เขาควักกระเป๋ากางเกง นำของที่จะให้ฐิติชญา กำอยู่ในมือ

แล้วทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้

 

 

ยื่นห่อผ้าผืนเล็กในมือให้ทอม

 

 

 

เธอรู้ทันทีว่า สิ่งนั้นคืออะไร

 

 

ทอมเอื้อมมือไปรับ

 

เมื่อเธอคลี่ผ้าออกมา ก็เห็นหินเกล็ดพญานาคสีน้ำเงิน

 

เธอลูบคลำหินก้อนนั้นด้วยนิ้ว ตาจ้องมอง จิตก็ผุดคำถามขึ้นมาในทันที

 

“พี่แอนดี้คะ ญามีคำถาม อาจจะใช้เวลาหน่อย 

 

พี่แอนดี้ยังพอมีเวลามั้ยคะ ?”

 

 

สิงห์แห่งโยนกหัวเราะหึ ๆ

 

 

“อืม…. วันนี้ คงเป็นวันแห่งการตอบคำถาม  เมื่อกลางวัน ก็เพื่อนเรา 

มาถามคำถาม  ตอนนี้ก็เป็นญา  เราสองคนนี่ขี้สงสัยกันทั้งคู่”

 

 

“รุ่งเหรอคะ ?”

 

 

แอนดี้พยักหน้า

 

 

ทอมเหลือบมองไปที่กรอบรูปนั้นในตู้โชว์อีกครั้ง

 

“รุ่ง กับ ญา  มีเรื่องเกี่ยวพันกันเยอะ ใช่มั้ยคะ ?”

 

ยังไม่ทันที่แอนดี้จะตอบคำถาม  อีกฝ่ายก็ถามคำถามถัดมา

 

“แล้ว รุ่งกับพี่แอนดี้อีก  เพราะว่า รุ่งบอกว่า พี่แอนดี้คือ สิงห์

ในสมุดบันทึกของพ่อรุ่ง”

 

 

แอนดี้พยักหน้ารับฟัง

 

 

 

“แล้ว ญากับหินนี่ ต้องมีอะไรเกี่ยวกับพี่แอนดี้ กับ น้องหงส์ 

เพราะ หินก้อนนี้ ถ้ามันเป็นอันเดียวกับก้อนนั้น

 

มันเคยหายไปจากน้องหงส์ แล้วมันก็ไปโผล่ในกระเป๋าเสื้อของญา

แล้วมันหายจากญา มันก็กลับมาโผล่ที่นี่

 

หินนี้ ต้องพาพวกเรา กลับมาหากัน ใช่มั้ยคะ ?”

 

 

 

“ก็อาจเป็นได้ !” แอนดี้ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

 

 

 

“ถ้าพี่แอนดี้ เป็นสิงห์  แล้ว ญา กับ รุ่ง  เคยผูกพันกับสิงห์มั้ยคะ ? 

ญา เป็นใครคะ ?”

 

 

“เอิ่ม…..”

 

เวลาเพียงแค่คืนเดียว คงจะไม่พอเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังเป็นแน่

 

 

 

“นวล เป็นใครคะ ?” เธอถามทันที เพราะเห็นอีกฝ่ายอึ้งอึ้ง

 

แอนดี้กระพริบตา

 

“เคยได้ยินใครเล่าแล้วเหรอ ?”

 

 

 

“น้องลีค่ะ !  เมื่อวาน รุ่งโทรคุยกับน้องลี  น้องลีพูดว่า

หงส์น่าจะเป็นนวล กับ องค์หญิงแดง”

 

 

 

แอนดี้พยักหน้าช้า ๆ

 

“ผมก็คิดว่า น่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน”

 

 

 

“สองคนนี้เป็นใครคะ นวล กับ องค์หญิงแดง ?”

 

 

 

ยังไม่ทันที่แอนดี้จะตอบ  ทอมก็ยิงคำถามอื่นเพิ่มอีก

 

“แล้ว พี่พิจิตรล่ะคะ ?  เพราะญาเคยเห็นพี่พิจิตรตอนนั่งสมาธิ

เขาเคยถูกคนฆ่าตาย

 

แล้วทำไม กิจบูรณารู้ว่า ญาเป็นศิษย์มือขวาที่นั่น ?

 

อ้อ ยังมีเรื่องอื่นอีก  เรื่องลัทธิบูชาไฟ มันคืออะไรคะ ?”

 

 

แอนดี้ ยกมือขึ้นโบก

 

“เดี๋ยวก่อน ญา ! 

 

ผมคงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

ภายในวันเดียวไม่ได้

 

เอางี้ !  ญาลองคิดสิ่งที่จะถามเป็นข้อ ๆ  จดไว้  แล้วส่งมาให้ผม 

 

ผมจะหาคำอธิบายเท่าที่พอหาได้

 

แล้วค่อยมานั่งคุยกันดีมั้ย ?”

 

 

 

เธอผ่อนลมหายใจให้ยาวขึ้น  เริ่มมีรอยยิ้มออกมา

 

 

“ขอโทษนะคะ พี่แอนดี้ !  ญาใจร้อนไปหน่อย

 

เพราะ มีเรื่องที่ญาไม่สบายใจหลายเรื่อง มันปน ๆ กัน จนทำให้สับสน”

 

 

แอนดี้ผงกหัวหงึก ๆ

 

 

 

ฐิติชญาชี้ไปที่โต๊ะอีกมุมหนึ่งของห้อง

 

 

“ตรงโน้นมีกระดาษปากกา ญาจะเอามาจดในห้องนี้เลย 

 

ถ้ากลับไปแล้ว ญาอาจจะลืม”

 

 

เธอวางหินเกล็ดพญานาคบนโต๊ะ แล้วลุกจากเก้าอี้ไป

 

 

แอนดี้เข้าใจว่า องค์แดง หรือ นวล ที่อยู่กับเขา ณ ขณะนี้ 

 

คงมีความร้อนใจมากจนแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ฐิติชญาเดินกลับมาจากเคาน์เตอร์ หยิบปากกา กับ เศษกระดาษมา  

 

ทรุดตัวลงนั่ง แล้วเขียนในสิ่งที่พอจะนึกออก

 

 

คิ้วเธอขมวดเป็นระยะ ๆ  สีหน้าเคร่งเครียด

 

 

 

“ญา ป่วยหรือเปล่า ?”  แอนดี้ถามขึ้น

 

 

 

ทอมเลิกคิ้ว

 

 

“หือ ?”

 

เธอชะงัก  แล้วก็ฉุกคิดได้ว่า  พฤติกรรมที่หลุกหลิกของเธอ

 

อาจจะเด่นชัดมากจนทำให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นว่าผิดปกติ

 

 

“ค่ะ ! นิดหน่อยค่ะ !  น่าจะเป็นภูมิแพ้  เพราะมีเริมขึ้นที่ปาก 

 

ช่วงนี้พักผ่อนน้อย นอนไม่ค่อยหลับค่ะ”

 

 

 

แอนดี้โคลงหัวช้า ๆ

 

 

 

เธอยังจ้องหน้าเขา

 

 

 

แอนดี้ยิ้ม

 

“จดต่อไปเถอะ ! ตามสบาย ผมแค่เห็นว่าหน้าตาเหมือนคนพักผ่อนน้อย”

 

 

“ค่ะ ! ใช่ค่ะ !”

 

 

เธอก้มหน้า จดคำถามต่อไป

 

 

 

แอนดี้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินออกตรงไปยังตู้เย็น

 

 

“ญา น้ำเปล่ามั้ย ?”

 

 

 

“ไม่ค่ะ ! ขอบคุณค่ะ !” 

 

เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองคนถาม