อภิญญาฆราวาส ตอน 49 สมชายไม่ธรรมดา

 

ชลลดายืนรออยู่ในห้องน้ำชั้นบน เมื่อเอนกเดินนำแอนดี้ขึ้นมา

 

 

เธอชี้ไปที่รอยหยดเลือดบนพื้นใต้ชักโครก

ถึงมีแค่หยดเดียว แต่ก็ทำให้แอนดี้เกิดความวิตก

 

เขาเพยิดหน้า แล้วถอนหายใจ

 

 

เอนกก็ขมวดคิ้วด้วยความตึงเครียด

 

“เย็นนี้หงส์จะไปออกงานไหวเหรอ ถ้าตกเลือด ?  ไม่รู้มากน้อยขนาดไหน”

 

 

 

แอนดี้มองหน้าเอนก เขาไม่มีคำตอบให้ในเรื่องนี้

 

“ฝากทำความสะอาดด้วยละกัน เอนก !”

 

 

 

ชลลดาพูดขึ้น

“เดี๋ยวชลเช็ดเอง พี่แอนดี้กลับลงไปเถอะ”

 

 

แทนที่จะกลับลงไปข้างล่าง แอนดี้เลือกที่จะเดินเข้าห้องนอน

 

ยืนนิ่งใช้สติจับลมหายใจเข้าออกประมาณเกือบสิบคู่ลมหายใจ

 

 

เมื่ออารมณ์เริ่มเบาลง เขาก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้น

 

โทรไปที่วัดนาคโขง

 

 

ระหว่างรอลูกศิษย์วัดนำโทรศัพท์มือถือเดินไปหาหลวงพ่อ ฯ

 

แอนดี้ก็นึกถึงภารกิจที่หลวงพ่อได้มอบหมายให้

 

 

“จากนี้ไปฉันจะแบ่งงานของเธอเป็นสองหมวดใหญ่ ๆ

 

หนึ่งคือ เรื่องการเผยแพร่ธรรมะเพื่อคนหมู่มาก ซึ่งจะแบ่งย่อยอีกเป็นสองส่วน

 

ส่วนแรกคือ การปฏิบัติธรรมเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ

 

ส่วนที่สองคือ การปฏิบัติธรรมเพื่อบรรเทาภัยที่มีต่อสถาบัน

 

 

หมวดที่สอง คือ การชำระล้างหนี้เก่าที่เคยผูกพัน

 

หากเธอไม่ชำระสะสางเรื่องที่เคยก่อไว้ เจ้ากรรมนายเวร และ

คนที่เคยผูกอาฆาต ก็จะกลับมาเป็นศัตรูขัดขวางการทำงานของเธอได้อีก”

 

 

แอนดี้ได้ยินเสียงไอของหลวงพ่อสอน ก่อนที่หลวงพ่อจะพูด

 

 

“ว่าไง ทิดเอก !”

 

 

“นมัสการ หลวงพ่ออาการเป็นไงบ้างครับ ?”

 

 

 

“แย่เป็นปกติ ! จะเอาไอ้โก้ไปเลี้ยงแล้วใช่มั้ย ?”

 

แอนดี้หัวเราะ

 

 

“หลวงพ่อห่วงแต่ไอ้โก้ โทรไปทีไร ถามเรื่องนี้ทุกที

 

 

ผมรับปากครับว่า ถ้าเรื่องนี้จบลงด้วยดี ผมรับโกโก้มาเลี้ยงแน่

 

แต่ถ้าเรื่องนี้มันจบแบบนี้ ผมเองนั่นแหละ จะตามไปให้โกโก้เลี้ยง”

 

 

เสียงหัวเราะร่วนของพระอาจารย์ดังมาในสาย

 

 

“อะไร ? ขนาดจะมาขอข้าวหมาแดกเชียว !  เธอเป็นอะไร ?”

 

 

 

“ผมจะแจ้งให้หลวงพ่อทราบว่า ถ้าทุกอย่างต้องจบลงแบบนี้

 

ตามที่ท้าววิรุฬหกมาทำนายให้ผมรู้  ผมขอลาเรื่องทางโลกนะครับ

 

ผมจะไม่สนใจเรื่องการเผยแพร่ธรรมะ ไม่สนใจเรื่องเรือนอภิญญาฆราวาส

ไม่สนใจที่จะกลับเข้าไปที่ครอบครัวไตรสรณ์

 

ผมจะขอบวช  ถ้าหลวงพ่อไม่บวชให้ผม ผมจะไปบวชที่วัดอื่น”

 

 

 

“ท้าววิรุฬหกไปหาเรอะ ?”

 

 

“ถ้าไม่ใช่อุปาทานกินนะครับ  ท่านมาหาผม ทำนายว่า ผมจะไม่เหลืออะไร

 

ถ้าผมไม่เหลือน้องสาว ผมก็หมดทุกอย่างในทางโลก

 

ผมไม่ใช่พระอริยะ ผมยังละอะไรไม่ได้

 

ผมจะอยู่เฉย ๆ รอให้น้องสาวเสียไปอีกคน ไม่ได้”

 

 

 

“นี่จะโทรมาบอกให้ฉันฟัง ไม่ได้โทรมาขอความคิดเห็นใช่มั้ย ?”

 

 

 

“เอิ่ม  ! ผมกราบขออภัย

ถ้าผมผิดพลาดล่วงเกินใด ๆ กับหลวงพ่อ  ขอให้หลวงพ่อให้อภัยผมด้วยครับ

 

ใช่ครับ ! ผมโทรไปเพื่อแจ้งให้หลวงพ่อทราบว่า ผมตัดสินใจอย่างนี้”

 

 

 

“ไม่มีอะไรต้องอภัย ฉันไม่ได้โกรธ”  ท่านเงียบไปสักพัก

 

 

ทิดเอกรู้ดีว่า หลวงพ่อกำลังใช้จิตสื่อสารกับโลกทิพย์

 

เขาเพียงแค่รอฟัง

 

 

 

“เอางี้ !”

 

หลวงพ่อเริ่มสนทนาต่อ

 

แอนดี้เข้าใจว่า ท่านคงได้สื่อสารเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมีคำตอบ

 

 

“เธอจะทำอะไร ก็ทำไป  ตั้งจิตระลึกถึงบารมีพระ ฯ ท่าน

 

ครูบาอาจารย์ทั้งหมด  ทุกท่านจะช่วยเธอ”

 

“ครับ ! เป็นพระคุณที่หลวงพ่อแนะนำครับ”

 

 

“แต่ สุดท้าย ผลเป็นยังไง ฉันก็ไม่รู้ รับประกันไม่ได้

 

จะพระ ฯ หรือ จะเทวดา ก็มีขอบเขตในการช่วย  ไม่ได้ช่วยได้ทุกเรื่อง

 

ถึงเวลานั้นแล้ว ถ้าจะต้องเสียอะไรไป มันก็โลกธรรม

 

สังขารของทุกคน มันก็อนิจจัง”

 

 

 

“รับทราบครับ !”

 

 

“เอ้า ! ทราบแล้วก็ทำให้เต็มที่

 

ขอความสุขสวัสดิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล จงมีแก่เธอ”

 

*****************************************************************

ฉวีวรรณเคาะผนังกระจกห้องทำงานของสามี

 

 

ชูศักดิ์สะดุ้ง

 

 

“บ้าเอ๊ย ! มีอะไรก็เปิดประตูเข้ามาสิ  มาเคาะปั๊ก ๆ แบบนี้ ตกใจหมด

 

เห็นพี่เป็นหมาหรือไง ? เคาะให้ไปกินข้าว”

 

 

ภรรยาเปิดประตูเลื่อนเข้ามา เดินตรงมาที่หน้าโต๊ะทำงาน

 

 

“เรื่องใหญ่แล้ว !  ครูหลีโทรมาบอกว่า มีผู้ชายคนนึง

ไปขอพบกับเปี๊ยกที่โรงเรียน”

 

 

ทันทีพ่อไอ้เปี๊ยกจับความได้ ก็ลุกพรวดขึ้นยืน

 

 

“ชิบหายแล้ว ! วิชาแน่ ๆ  ใช่มั้ย ๆ ? แล้วยังไงดี ?

ตายห่า !  นี่มันเอาตัวไอ้เปี๊ยกไปหรือยัง ?”

 

 

ภรรยาโบกมือ

 

 

“ใจเย็น ๆ ก่อน !  ใช่ ! ครูหลีบอกว่า เขาชื่อวิชา

แต่เขาเดินไปที่ห้องคุณครู เพื่อขอพบไอ้เปี๊ยกนะ”

 

 

“นี่พอเราไม่ยอมรับนัด  มันจะไปลักพาตัวไอ้เปี๊ยกที่โรงเรียนเลย

หนอยแน่ !  แม่ง ! กู พาตำรวจไปด้วยดีกว่า”

 

 

“พี่ ๆๆๆ !  ใจเย็นก่อน !  ถ้าเค้าจะมาลักตัวเด็ก เค้าจะเดินไปหาคุณครูทำไม ?

  เค้าก็รอไอ้เปี๊ยกเดินออกจากโรงเรียนแล้วอุ้มไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ?”

 

 

ชูศักดิ์หยิบโทรศัพท์มือถือจากโต๊ะขี้นหาเบอร์โทรศัพท์ทันที

 

 

“พี่จะโทรหาตำรวจเหรอ ?”

 

 

“เปล่า ! จะโทรหาคุณธเนศ”

 

“พี่จะโทรหาอีกทำไม ?

 

ก็เราคุยกับคุณธเนศแล้วไม่ใช่เหรอว่า ยังไงก็ไว้ใจคุณวิชาไม่ได้ ?

 

ที่สำนักประกาศแล้วว่าผู้นำเก่าคือหลานชาย

ยังไงลูกชายเราก็เป็นส่วนเกิน

 

คุณวิชาเค้าก็มีหน้าที่มาปิดปาก  พี่จะถามอะไรเค้าอีก ?”

 

 

ชูศักดิ์พยักหน้าหงึก ๆ

 

“ปิดปากด้วยการลักพาตัวไอ้เปี๊ยกไปนั่งยาง แน่ ๆ  เผาจนเกรียม 

 

เอ๊ะ ! หรือว่า จะปิดปากด้วยเงิน ?

 

ถ้าปิดปากด้วยเงินนี่ ก็น่าสนอยู่นะ !”

 

 

 

“ซี้ซั้วพูดไปใหญ่แล้ว ชีวิตลูกเราทั้งคน  ยังจะเห็นแก่เงินอีก

 

เค้าจะฆ่าลูกเราหรือเปล่าไม่รู้”

 

 

 

“งั้นโทรหาพี่แหล่ม !”

 

เขาหมายถึงเพื่อนที่เป็นตำรวจอยู่สถานีภูธรป่าตอง

 

 

 

 

ฉวีวรรณพยักหน้า

 

 

“ดี ๆ !  ให้พี่แหล่มพาคนไปด้วย”

 

 

ชูศักดิ์ชี้มือสั่งภรรยา

“น้องโทรหาครูหลี  บอกให้รอเราสองคนไปถึง

อย่าเพิ่งปล่อยให้ไอ้เปี๊ยกได้เจอกับคุณวิชา”

 

**********************************************