อภิญญาฆราวาส ตอน 48 โศกนาฎกรรมครั้งแรกของกิจบูรณา (2533)

ห้องสวีทสี่ห้องติดกัน บนชั้นสี่ของโรงแรมบางกอกซีดาร์

ถูกจองไว้สำหรับครอบครัวกิจบูรณาทั้งหมด

 

รุ่งโรจน์กำลังนั่งอยู่ที่โซฟาในส่วนรับแขก ของห้องสวีทสามพี่น้อง แพม พจน์ แพท

 

แพทเดินออกมาจากห้องนอนแพม

“พี่แพมอาบน้ำอยู่ โอเคแล้วล่ะ พี่รุ่งหิวเปล่า ?”

 

รุ่งสั่นหัว 

 

“แพทหิว ?  ไปหาไรกินในฟันปาร์คดิ  ไปป่ะ ? เดี๋ยวไปด้วยกัน

พอดีเราว่าจะนัดเพื่อนข้างในฟันปาร์คด้วย”

 

เขาหมายถึงการเดทครั้งสุดท้ายของเขา และ แคลร์

 

แพทยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา

 

“ห้าโมงกว่าแล้ว ยังมีนัดที่อื่นอีกเหรอ ?  จะกลับเข้ามางานเปิดตัวหรือเปล่า ?”

 

รุ่งพยักหน้า

 

“กลับสิ ! แต่เดทนี้สำคัญ พลาดไม่ได้”

 

รุ่งถามน้องชายคนเล็กของแพม ในสิ่งที่สงสัย

 

“พี่แพมเค้ากลัวสัตว์เลื้อยคลานขนาดนี้เลยเหรอ ?”

 

“ตัวอื่นน่ะไม่  แต่เฉพาะเหี้ยเท่านั้น

ตอนนั้นแพทยังเด็ก ให้พี่พจน์เล่าดีกว่า”

 

แพทตะโกนเรียกพี่ชาย

 

“พี่พจน์ พี่พจน์ มาเล่าให้พี่รุ่งฟังหน่อย

เรื่องของพี่แพมที่ไร่โคราชน่ะ”

 

 

พจน์เดินออกมาจากห้องนอนแพม

ถือโทรศัพท์มือถือมาวางที่โต๊ะ

 

แล้วทรุดตัวลงนั่งโซฟายาวตัวเดียวกับรุ่ง

 

“รุ่งจำไร่ที่เคยไปได้ใช่ปะ ?”

 

 

รุ่งพยักหน้า

 

“ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านจะไปเที่ยวที่นั่นเป็นพัก ๆ

ตอนนั้น เราอายุน่าจะประมาณหกขวบมั้ง พี่แพมก็คงแปดขวบ

 

คือ ห้องนอนเราอยู่ข้างบน   ตอนเช้า พี่แพมตื่นมา แล้วเดินลงมาข้างล่าง

 

เดินลงมาคนเดียว เจอเหี้ยตัวเบ้อเริ่มอยู่ในบ้าน  เค้าก็ร้องลั่นแล้วยืนอยู่ตรงนั้น”

 

พจน์เอามือป้องปาก แล้วพูดออกเสียงเบา ๆ

 

“ฉี่ราดด้วย”

 

แพทสั่นหัว

 

“โห ! เล่าละเอียดเกินไปละพี่พจน์”

 

พจน์เล่าต่อ

 

“เจอเหี้ยในระยะประชั้นชิดแบบ ตอนแรกมองไม่เห็น มาเห็นอีกที

คือ แทบจะชนมันอยู่แล้ว

 

เหี้ยมันกลัว มันก็วิ่งพล่าน คือ มันไม่ได้วิ่งออกจากบ้านนะ เพราะมันไม่ได้อยู่ใกล้ประตู

 

มันวิ่งไปมุมโน้น มุมนี้ กระโดดขึ้นโน่นนี่ 

 

แล้วพี่แพมอะ ตอนนั้นก็ตัวนิดเดียว เจอเหี้ยตัวขนาดนั้น วิ่งไปมาในบ้าน

 

เค้าก็ยืนช็อค

 

คนงานมาไล่เหี้ยออกจากบ้าน แล้วพ่อกับแม่ ก็พาพี่แพมส่งโรงพยาบาล

เพราะพี่แพมตกใจมาก จนไม่พูดกับใคร แล้วก็มีไข้ขึ้น

 

 

วันต่อมา ก็ต้องกลับบ้านเลย เพราะพี่แพมอยู่ไม่ได้แล้ว 

เค้าไม่ยอมออกจากห้องนอนเลย”

 

รุ่งสั่นหัวช้า ๆ

 

“น่าตกใจเหมือนกันนะ ! เหี้ยตัวใหญ่ที่วิ่งไปมา  มันเหมือนมีจระเข้อยู่ในบ้าน 

 

ถ้ามันอยู่นิ่ง ๆ ยังว่าไปอย่าง”

 

 

พจน์พยักหน้าเห็นด้วย

 

“ตั้งแต่นั้น พี่แพมก็จะกลัวเหี้ยมาก คือ เห็นรูปไม่ได้ 

แค่เห็นรูปตัวเหี้ย ก็จะออกอาการสะดุ้ง ผวา 

 

แล้วก็มีอีกครั้ง นี่ที่เพชรบูรณ์”

 

พจน์มองมาที่น้องชาย

 

“ไอ้แพท ตัวดี  เกือบโดนพ่อเตะ”

 

 

รุ่งหัวเราะ

“เรื่องเป็นไง ?”

 

พจน์เล่า

 

“ไปนั่งกินร้านอาหาร เป็นสวนอาหาร 

 

พี่แพมก็นั่งกินแบบ ตาดีมาก คือ เค้าเห็นไกล ๆ ว่า ที่ริมสวนห่างไปประมาณ

น่าจะซักยี่สิบเมตร มีตัวเหี้ยเดินอยู่

 

 

พี่แพมทิ้งช้อน แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะ  คือ เค้าไม่พูดอะไรเลย 

วิ่งออกจากโต๊ะกินข้าว ออกนอกร้าน หายไปเลย

 

ไอ้แพท มันมองออกไปเห็นตัวเหี้ยอยู่โน่น อีกฟากนึง มันก็เข้าใจละ  มันก็หัวเราะก๊าก

 

พ่อก็เรียกให้เราวิ่งตามพี่แพมไป  ดูว่าพี่แพมไปไหน ให้ไปอยู่เป็นเพื่อน

แล้วค่อย ๆ พากลับมา

 

แล้วพ่อก็เล่นงานแพท  สั่งห้ามว่า ถ้าเจอพี่สาวมีอาการแบบนี้ ห้ามหัวเราะเด็ดขาด

เพราะมันไม่ใช่เรื่องสนุก

 

แพทมันก็จ๋อยเลย”

 

 

รุ่งมองหน้าแพท แล้วก็หัวเราะ 

 

แพทก็หัวเราะเรื่องของตัวเอง

 

รุ่งถามต่อ

“แล้วจิ้งจก พี่แพมกลัวหรือเปลา ?

 

 

“ไม่นะ ! งูก็เห็นได้  เห็นรูปได้ เห็นงูจริง ๆ ก็ได้ แต่ไม่กล้าจับ แต่เห็นได้   

 

แต่เหี้ยนี่ ไม่ได้เลย  เห็นแค่รูปแล้วจะผวา สะดุ้งแบบไฟแรงสูงช็อต”

 

แพทยืนทำท่าสะดุ้งให้ดู  เขาแสดงท่ากระโดดโหยง กระเด้งจากจุดเดิมไปเป็นเมตร

 

รุ่งหัวเราะ

“ทำท่าได้เหมือนคนโรคจิตมาก แพท !”

 

แล้วรุ่งก็เงียบ

 

 

พจน์ กับ รุ่งส่งสายตามองไปที่ประตูห้องนอนแพม

 

แพมอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น ยืนเท้าสะเอวมองดูน้องชาย   

 

แพทหันไปเจอก็หุบยิ้มทันที พร้อมกับพูดแก้เขิน

 

“พี่แพม ! อาบน้ำเร็วจัง”

 

“อาบช้ากว่านี้ เธอคงมีท่าทุเรศ ๆ ออกมาเป็นสิบแน่ ๆ”

 

แพทยังไม่วายทะลึ่ง เขาถามรุ่ง

 

“พี่รุ่ง ๆ   พี่แพมหนักปะ ?”

 

รุ่งอมยิ้มไม่ตอบ

 

พี่สาวมองค้อนน้องชาย แล้วยกส้นเท้าข้างนึงให้

 

แพมเดินเข้ามาบริเวณโซฟาที่รุ่งนั่งอยู่  เธอถามขึ้น

 

“หายเมื่อยแขนแล้วหรือยัง รุ่ง ?”

 

เขาพยักหน้า

“ดีขึันเยอะ ! แต่ยังตึง ๆ อยู่”

 

เธอยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา

“เกือบห้าโมงละ ยังมีเวลา  ไป เดี๋ยวพี่เลี้ยงชากับขนม ในพลาซ่ามีร้านชาอร่อย”

 

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ !”

 

แพมยังยืนยัน

“เอาน่า ไปเหอะ ! ให้พี่เลี้ยงขนมนะ”

 

แพทพยายามส่งสัญญาณ พยักหน้าหงึก ๆ ให้รุ่ง

 

พจน์พูดสำทับ

“ไปเหอะ !  นาน ๆ พี่จะเลี้ยงน้องซักที”

 

แพมมองหน้าน้องชายทั้งสองคน

 

“งั้นพจน์ กับ แพท พารุ่งลงไปก่อน  ร้านเดิมนะ 

เดี๋ยวพี่เปลี่ยนชุดอื่นก่อน ไว้หกโมงค่อยมาแต่งเริ่ด”

 

แพทตบเท้าเข้าหากัน ยืนตรง ทำท่าเลียนแบบทหาร แล้วตะโกน

“รับทราบ ปฏิบัติ !”

 

แพมหันหลังกลับ เดินเข้าห้องนอนตัวเอง

 

***********************************************************************

 

ลูกสาวคนโตของวิบูลย์ กิจบูรณา ตัดสินใจใส่เสื้อลำลอง

กางเกงขาสี่ส่วน รองเท้าส้นสูง เพื่อลงไปดื่มน้ำชา

 

เธอเดินออกจากห้องนอนแล้ว พอดีกับเสียงออดดังขึ้น

มีคนมาหาที่หน้าห้องสวีท

 

แพมดูจากรูกระจกประตู…  พ่อของเธอนั่นเอง

 

ประตูห้องสวีทถูกเปิด

“พ่อมาแล้วเหรอคะ ?”

 

“เพิ่งมาเช็คอิน พจน์ กับ แพท อยู่ห้องนี้ด้วยหรือเปล่า ?”

 

แพมพยักหน้า

“อยู่ค่ะ ! แต่ตอนนี้ลงไปข้างล่างแล้ว 

นัดกินน้ำชาไว้กับรุ่ง 

พ่อมีอะไร ? เข้ามาคุยข้างในก่อนหรือเปล่า ?”

 

 

พ่อเดินเข้ามาในห้อง  ลูกสาวปิดประตู

 

 

เมื่อวิบูลย์ได้ยินชื่อรุ่ง ก็มีรอยยิ้ม

“นัดรุ่งไว้เหรอ ? เออ ดี ๆ !  พจน์ กับ แพท ไปกินด้วยหรือเปล่า ?”

 

 

แพมหยักหน้า

“ค่ะ ! สองตัวนั้นลงไปกับรุ่งแล้ว  พ่อจะไปกินด้วยมั้ย ?”

 

 

“ไม่หรอก !  แต่เราไปกับน้อง ๆ น่ะดีแล้ว

 

นึกถึงสมัยก่อนที่ลุงวีระ กับ ป้าจรรยา พารุ่งไปเที่ยวที่ไร่  แพมจำได้ใช่มั้ย ? 

โอโห ! สี่คน ซนยังกะอะไรดี”

 

แพมหัวเราะ พยักหน้า

 

“อือ จำได้ค่ะ !”

 

แพมเอียงคอ

“พ่อมีเรื่องอื่นหรือเปล่า ?”

 

วิบูลย์พยักหน้า

 

“พี่ปลิวมาเองเหรอ ?”

 

“ค่ะ ! พี่ปลิวมาช่วงเย็น มากับลุงสน”

เธอหมายถึง นักการเมืองชื่อดังที่เป็นบิดาของปลิว

 

พ่อได้ยินก็อมยิ้ม  แพมเห็นรอยยิ้มพ่อแล้วเธอรู้สึกแปลก

 

บรรยากาศอีหลักอีเหลื่อเกิดขึ้นอีกตามปกติ

 

แต่คราวนี้ เธอตัดสินใจตัดบท

 

“ถ้าพ่อไม่มีอะไรแล้ว แพมลงไปข่างล่างก่อน”

 

พ่อพยักหน้า

“อือ ๆ ! ลงไปเถอะ”

 

*********************************************************************